รายงานหน้า2 : ‘บิ๊กตู่’เปิดใจฝ่าวิกฤต ‘เห็นใจ-เสียใจ-ไม่ทิ้งงาน’

หมายเหตุเนื้อหาส่วนหนึ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตอบคำถามสื่อมวลชนที่ส่งผ่านคณะทำงาน ผ่านคลิปวิดีโอความยาว 36 นาที ซึ่งเป็นการบันทึกเทปไว้ในช่วงเวลา 17.00 น. ของวันที่ 29 กรกฎาคม ทั้งนี้ คำถามส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 วัคซีน การล็อกดาวน์พื้นที่ มาตรการช่วยเหลือเยียวยา คำถามถึงการหารือวงเศรษฐกิจ และประเด็นการเมืองปมถอดใจลาออกหรือยุบสภา

⦁สถานการณ์ต่างๆ ในขณะนี้คิดถอดใจลาออกหรือยุบสภาในช่วงเวลานี้หรือไม่
ยังไม่ใช่เวลา วันนี้ทำงานหนักทุกวันหลายคนก็บอกว่าทำงานหนักแล้วไม่เห็นได้งานก็ขอไปหาให้เจอว่ามีงานอะไรที่ออกมาแล้วบ้าง ซึ่งคิดว่าผมก็พยายามทำอย่างดีที่สุดแล้ว ด้วยการฟังเสียงประชาชน พร้อมติดตามสถานการณ์จากคณะแพทย์ และสาธารณสุข วันนี้เห็นใจคนเหล่านี้สอบถามบางคนทำงานติดต่อกัน 60 วัน ไม่ได้พักเป็นปีแล้ว วันนี้ผมเห็นใจและให้ไปดูแลค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมให้ตามระเบียบราชการโดยเบิกให้เร็วที่สุด เพื่อเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ โดยต้องขอบคุณทั้งอาสาสมัคร จิตอาสา แพทย์พยาบาล เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และทุกคนที่เกี่ยวข้อง
วันนี้การเมืองก็ขอร้องแล้วกัน ถือว่าท่านเป็นผู้แทนประชาชนมาจากประชาชนท่านก็ต้องมีหลักการคิดหลักการวิเคราะห์บางเรื่อง มันก็ไม่ใช่ทางการเมืองที่จะมา สร้างความเกลียดชังกันโดยใช่เหตุ เพราะประเทศชาติกำลังมีปัญหาต้องเข้าใจตรงกันตรงนี้ เรื่องของทางการเมืองก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ดังนั้นอย่าใช้โอกาสตรงนี้มาทำให้ทุกอย่างมีปัญหาก็แล้วกัน
ส่วนการสื่อสารช่วงวิกฤตโควิด-19 อยากย้ำให้ทุกฝ่ายช่วยกันสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจถึงสถานการณ์ต่างๆ โดยมีการแถลงทุกวันทั้งในส่วน ศบค. สำนักงานโฆษกประจำสำนักนายกฯ หรือข้อมูลจากแพทย์ ซึ่งล้วนเป็นข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์แต่มีบางคนที่บิดเบือนทำให้ทุกอย่างไขว้เขวไปทั้งหมด จึงต้องขอร้องเพียงแค่นั้น อะไรที่ได้รับข้อมูลหรือรู้มาแล้วคิดเอง วิเคราะห์เอง พูดเองหรือวิจารณ์เอง สิ่งเหล่านี้อันตรายเพราะทำให้ระบบดูเหมือนไม่ดี ดังนั้นต้องฟังความทั้งสองข้าง

⦁กรณีมีนักการเมืองโพสต์ข้อความว่าไทยติดเชื้ออันดับ 1 ของโลก ซึ่งเป็นข้อมูลเท็จมองว่าเป็นการฉกฉวยช่วงวิกฤตให้เกิดความปั่นป่วนจะฝากเตือนอย่างไร
ผมก็ได้แต่เตือนว่าต้องระมัดระวัง ซึ่งหากเราไม่ฟังก็ไม่ได้แต่ฟังแล้วเชื่อทุกอย่างก็ไม่ถูก ดังนั้นหากได้รับข้อมูลที่ถูกแชร์ต่อมาขอให้เช็กก่อน เพราะวันนี้ก็มีการรายงานทุกวันอยู่แล้ว สถิติการติดเชื้อทั้งโลกประเทศใดอยู่ในระดับต้นๆ ขณะที่เราเองเมื่อวันนี้เพิ่มขึ้นมาก็ต้องยอมรับ ซึ่งพูดถึงสถิติคนติดเชื้อคนตายต่างๆ เราก็ไม่ได้มากไปกว่าหลายประเทศ สิ่งเหล่านี้เราต้องคิดวิเคราะห์มีข้อมูลรับฟังทางราชการแล้วคิดว่าใช่หรือไม่ใช่ ไม่เช่นนั้นฟังอีกทางที่ไม่ว่าจะหวังดีไม่หวังดี เจตนาหรือไม่เจตนาก็แล้วแต่ แล้วคิดเอง บางทีก็ทำให้การรับรู้ผิดไป กลายเป็นเหมือนระบบเราล้มเหลว ถ้าระบบเราล้มเหลวคงเป็นมากกว่านี้ สิ่งเหล่านี้ต้องฝากไว้ด้วย
ในเรื่องของเศรษฐกิจ นายกฯและรัฐบาลมีหน้าที่หลายอย่างด้วยกัน ทางด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง ด้านสาธารณสุข เมื่อช่วงเช้าวันที่ 29 กรกฎาคม ได้หารือกับคณะทำงานด้านเศรษฐกิจได้พิจารณาถึงสถานการณ์ของเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจในภูมิภาค รวมทั้งประเทศรอบบ้านของเราในทุกมิติว่าเราควรจะต้องเดินหน้าอย่างไรต่อไป รวมทั้งการแก้ไขปัญหาต่างๆ ปัจจุบันเรามีสถิติการส่งออกเพิ่มมากขึ้นในหลายกิจการกิจกรรม จึงจำเป็นต้องหารือว่าทำอย่างไรจะให้เกิดความเข้มแข็งมากขึ้น รวมถึงตลาดต่างประเทศอาจจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีการ ทั้งในเรื่องการนำเข้าส่งออก ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้พูดคุยกับทางสำนักงบประมาณ และสภาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพราะเห็นใจประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับความเดือดร้อนกันทั่วหน้า สืบเนื่องมาจากสถานการณ์โควิด
ในส่วนของเงินงบประมาณ ผมได้สอบถามก็ได้รับการยืนยันว่างบประมาณของประเทศยังมีเพียงพออยู่ ซึ่งเราใช้งบประมาณก้อนแรกไปแล้วจากวงเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ซึ่งเหลืออยู่ประมาณ 2 พันกว่าล้านบาท ส่วนงบประมาณงวดใหม่ 500,000 ล้านบาท ที่ได้ขออนุมัติเงินกู้มานั้นยังไม่ได้ใช้อะไรเลย จึงสั่งการว่าต้องเตรียมมาตรการให้พร้อม ทั้งมาตรการเดิมและมาตรการใหม่ซึ่งอาจจะต้องมีการพุ่งเป้าลงไปในบางกิจการหรือบางกลุ่ม เป็นพิเศษให้ทั่วถึง

⦁ตั้งแต่มีการล็อกดาวน์ 12 กรกฎาคม และจะครบ 14 วัน ในวันที่ 2 สิงหาคม พบว่าตัวเลขผู้ป่วยยังไม่ลดลงจะมีเพิ่มการล็อกดาวน์หรือยกระดับมาตรการที่สูงขึ้นหรือไม่
ทั้งหมดต้องปรึกษาทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของแพทย์ สาธารณสุข หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน มีการประชุมร่วมกันของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด (ศบค.) ชุดเล็กอยู่ทุกวัน ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขก็ประชุมทุกวัน ส่วนจะล็อกดาวน์เข้มข้นหรือไม่นั้น ขณะนี้คณะแพทย์ และทีมสาธารณสุขยังคงเห็นชอบในมาตรการเดิมอยู่ การที่ตัวเลขไม่ลดลง มีเหตุผลหลายประการ หากเราปฏิบัติการตามมาตรการที่ประกาศไปแล้วทุกคน ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง อาจมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง แต่สิ่งสำคัญคือความร่วมมือในการปฏิบัติ หากยังมีการทำในสิ่งที่ห้าม ก็จะแก้ปัญหาไม่ได้ หากเราพิจารณาการแพร่ระบาดของเรา อาจมองดูแล้วน่าตกใจ การเสียชีวิตในแต่ละวัน แต่อยากให้สนใจตัวเลขต่างๆ ของเพื่อนบ้าน ของต่างประเทศบ้าง ทั่วโลกได้รับผลกระทบด้วยกันทั้งสิ้น มากบ้าง น้อยบ้าง อันดับต้นๆ มีหลายประเทศ มากกว่าเราหลายเท่า ของเรา เราตั้งใจว่าไม่อยากให้มีการเสียชีวิต หากทำตามมาตรการที่กำหนดออกไปครบทุกอย่าง อย่างน้อยก็ป้องกันตัวเองได้ก่อน ป้องกันครอบครัวได้ก่อน ตัวเองไม่ไปติดเชื้อจากข้างนอก ไม่เอาเชื้อไปแพร่ให้คนในครอบครัว
จากความเห็นทางสาธารณสุขและทางการแพทย์ มาตรการเดิมที่เราออกไปยังใช้ได้อยู่ในช่วงนี้ และต้องพิจารณาต่อไปตามห้วงระยะเวลา เราอาจเห็นตัวเลขมันแดง แต่ตัวเลขผู้ที่รักษาหายก็สูงขึ้น ส่วนนอกระบบเท่าที่ทราบก็มีการดูแลกันเองในชุมชนในพื้นที่เขาเอง ก็มีผู้หายป่วยไปอีกเยอะ ดังนั้นขอให้ความสำคัญกับเรื่องของมาตรการขั้นต้นของตัวเอง มาตรการที่รัฐกำหนด
วันนี้ได้มีการปรับแนวทางการรักษาได้นำ Antigen Test Kit (ATK) เข้ามาช่วยตรวจหาเชื้อ ซึ่งทางแพทย์บอกว่าตรวจครั้งเดียวอาจจะไม่ได้ผล 100% อาจจะต้องรอ 7 วันตรวจอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นเข้าสู่การตรวจ RT-PCR และเข้าสู่ระบบการรักษาต่อไป คณะแพทย์ หมอ สาธารณสุข เป็นกลุ่มที่ผมเห็นใจมาก บางคนทำงานมา 60 วัน ไม่ได้พักเลย วันนี้เห็นใจ จึงให้ไปดูแลว่าค่าใช้จ่ายต่างๆ จะดูแลตามระเบียบราชการได้อย่างไรจะได้เป็นกำลังใจให้กับเขาทั้งอาสาสมัคร แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ทุกคนลงพื้นที่หมด

⦁อยากจะพูดหรือสื่อสารอะไรกับประชาชน
ผมเพียงแต่พูดว่า ผมเห็นใจ ผมเสียใจ และผมก็พยายามแก้ปัญหาอุปสรรคที่มีมากมาย นายกฯก็ยินดีที่จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และต้องมีความร่วมมือระหว่างกันด้วยข้อมูลข้อเท็จจริงที่ตรงกันถึงจะแก้ปัญหาได้ นายกฯทำงานไม่เคยทิ้งสักงาน คงไม่ใช่โควิดอย่างเดียว โควิดเป็นเรื่องหลักที่ประชาชนเดือดร้อน แต่มีเรื่องอย่างอื่นตามมาด้วย ทั้งคุณภาพชีวิต ต่างประเทศ เศรษฐกิจ สังคม การลงทุน การค้า การเพิ่มรายได้ประเทศ ก็ต้องทำทุกเรื่อง นายกรัฐมนตรีไม่เคยท้อ เพียงแต่เสียใจกับคนที่สูญเสีย และให้กำลังใจกับคนที่ทำงาน อย่าท้อแท้ เพราะเป็นสิ่งที่เราต้องทำด้วยกัน เพราะเราเป็นคนไทยด้วยกัน
เรื่องที่เป็นกังวลอีกเรื่อง คือผู้ป่วยโควิดรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ก็เข้าใจเป็นสถานการณ์ต่อเนื่อง ส่วนใหญ่เป็นบ้านเดี่ยว ไม่ได้เข้าออก เพื่อนบ้านไม่ทราบ นอกจากนั้นยังได้แก้ปัญหาเรื่องสายโทรศัพท์ ที่ได้ปลดล็อกเรื่องเปิดช่องทางให้มากขึ้น ให้บริการฟรี โดยให้ กสทช. ช่วยดูแลตรงนี้ อย่างไรก็ตาม ก็ขออภัยเรื่องนี้ด้วย และได้พยายามแก้ปัญหาแล้ว ทั้งนี้ประชาชนสามารถขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการได้ทุกที่ ขณะที่ทหารได้ปรับหลายพื้นที่เป็นโรงพยาบาลสนามด้วยหลายสิบแห่ง ซึ่งให้ทุกค่ายทหาร ทหารทุกหน่วย ดูแลประชาชน เราต้องเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ทุกโอกาส เราเอาตัวรอดไม่ได้หรอก คือสิ่งที่ตนย้ำเสมอ และอาจจะมีคนไม่ดีบ้าง ก็ขอให้แจ้งมาที่สำนักนายกรัฐมนตรี ก็จะรับเรื่องร้องเรียนทั้งหมด

⦁ถึงเวลานี้ยังมั่นใจว่าศบค.บริหารจัดการสถานการณ์ได้
ผมคิดว่าเป็นกลไกหนึ่งที่มีความสำคัญ เพราะ ศบค.ตั้งขึ้นมาเพื่อบูรณาการกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีหลายกระทรวง หลายหน่วยงานมีกฎหมายของตัวเอง จึงจำเป็นต้องมี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯออกมา ทั้งนี้เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ เหล่านี้ได้ไปทำตามกฎหมายของตัวเอง ตามเป้าหมายหรือมาตรการที่กำหนดออกไปได้ ต้องเข้าใจ นายกฯรับผิดชอบด้วยการบริหาร ด้วยการให้ข้อสังเกตลงไป ให้แนวคิดแนวปฏิบัติลงไป ก็มีการประเมินสถานการณ์ทุกวันจากข้อมูลที่ข้างล่างส่งมา
นายกฯเก็บข้อมูลทุกอัน หากเขาเสนอมาครบแล้ว นายกฯก็ไม่ต้องห่วงอะไร ก็อนุมัติดำเนินการ ส่วนเรื่องวัคซีนได้บอกให้ทำความเข้าใจมากขึ้น วันนี้รองนายกฯ ยืนยันว่าเดือนสิงหาคม จะเข้าสู่สถานการณ์ที่ดีขึ้น
สำหรับเรื่องวัคซีน ทุกประเทศมีปัญหาแต่วันนี้ให้กระทรวงการต่างประเทศ ภาคธุรกิจไปเจรจากับบริษัทผู้ผลิตว่าสามารถเพิ่มเติมได้อีกหรือไม่ ถือว่าเป็นตัวแทนของรัฐบาลไปอีกทางหนึ่ง นอกเหนือจากกระทรวงสาธารณสุขไปจัดหา หากทำได้ก็นำเข้าสู่มาตรฐานตรวจสอบของกระทรวงสาธารณสุข เราพร้อมยินดีปลดล็อกให้ แต่ต้องเป็นวัคซีนที่มีคุณภาพ และสามารถนำเข้าได้จริง ส่วนวัคซีนสปุตนิก วี ต้องชี้แจงว่าเราอยากได้มานาน เป็นวัคซีนหลัก แต่บริษัทไม่พร้อมเสียที ส่งเอกสารไม่ครบ วันนี้ได้รับปลดเอกสารไปเยอะ เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าไปกีดกัน เราเปิดรับทุกยี่ห้อ ส่วนเรื่องไฟเซอร์ขอให้เคลียร์เสียที ไม่มีการเก็บซ่อน จะมาอีก ล็อตวันที่ 30 กรกฎาคม
เท่าที่ถามดูหลายประเทศมีปัญหาเรื่องวัคซีนที่สั่งจองเหมือนกัน อาจมีปัญหาขีดความสามารถในการผลิต เพราะลูกค้าเยอะ เขาก็จำเป็นต้องตัดยอดในส่วนของเขา อย่าลืมว่าโรงงานของเรา เป็นโรงงานผลิต รับถ่ายทอดเทคโนโลยี รับออเดอร์มาเท่านั้น แต่ยอดทั้งหมด บริษัทใหญ่ บริษัทแม่เป็นคนรวมยอด เรามาตั้งตรงนี้ เพราะเรามีความพร้อม และวันหน้าหากเราเพิ่มขีดความสามารถได้ดีขึ้น ก็จะเอาวัคซีนส่วนนี้เพื่อไม่ต้องเอาจากที่อื่นมาส่งในอาเซียน ต้องมองตรงนี้เพราะไม่ได้เกี่ยวกับใครเลย การเจรจาเราเจรจากับบริษัทผู้ผลิต รัฐบาลเป็นคนอนุมัติส่งออก เราก็ตรวจสอบมาตรฐาน ใช้เวลา 5 วัน ตรวจสอบทุกล็อต ถึงกระจายต่อได้ แต่ยอดทั้งเดือนเท่าไรก็คือเท่านั้น ส่วนการกระจายวัคซีน พื้นฐานทุกจังหวัดได้รับการฉีด มากน้อยขึ้นอยู่กับตามสถานการณ์ ตามจำนวนประชากร ตรงนี้เป็นสิ่งที่อย่าจับผิดกันเลย เขาพยายามทำเต็มที่แล้ว
รัฐบาลทำงานอย่างเต็มความสามารถ ถ้าวันนี้ไม่ทำต่อเนื่องกันไปให้ได้ก็ไม่มีทางสำเร็จ เพราะเราเริ่มต้นมามันมีทั้งจังหวะที่ตัวเลขสูงขึ้นและลดลง ซึ่งเวลาที่จำนวนลดลงก็ทำดี พอตัวเลขสูงขึ้นต้องมาดูว่าไม่ดีตรงไหน มีปัญหาตรงไหนก็แก้ตรงนั้น ช่วยกัน ก็ขอฝากสื่อด้วย ผมไม่เคยมีปัญหาอะไรกับสื่อทั้งสิ้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ผู้ว่าฯสั่งปิดตลาดนัด ถนนคนเดิน หลังคลัสเตอร์ตลาดศรีเมืองทองขอนแก่น ลามมหาสารคาม
บทความถัดไปรมว.ยุติธรรม จับมือพาณิชย์ ให้ราชทัณฑ์รับซื้อมังคุด ปรับเมนูนักโทษช่วยเกษตรกรเจอพิษโควิด