หน้าแรก Uncategorized ‘อนุทิน...

‘อนุทิน’ ตอบอีกครั้ง! ปม พ.ร.ก.คุ้มครองคนทำงานฯ ดักคอคนหัวขี้เท่อโยงการเมือง

9.08.21 | 17:44 น.

‘อนุทิน’ ตอบอีกครั้ง! ปม พ.ร.ก.คุ้มครองคนทำงานฯ ดักคอคนหัวขี้เท่อโยงการเมือง

จากกรณีกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ประกาศเตรียมออก (ร่าง) พ.ร.ก.จำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จนตกเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของนักการเมืองว่า เพื่อการนิรโทษกรรมเหมาเข่งให้กับรัฐบาลและคณะผู้จัดหาวัคซีนโควิด-19 หรือไม่ และล่าสุด รัฐมนตรีว่าการ สธ. ระบุว่า เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับบุคลากรแพทย์ และลดช่องโหว่คนหัวใสฟ้องร้องเอาผิดนั้น

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ สธ. ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวอีกครั้งถึงความชัดเจนในประเด็นดังกล่าว ว่า ยังไม่มีกฎหมายออกมา ขณะนี้ก็ยังอยู่ระหว่างการรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายก่อนเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป แต่ที่มาคือ โรคโควิด-19 ที่เป็นโรคติดต่ออันตราย มีการประกาศใช้สถานการณ์ฉุกเฉินทั่วโลก ทุกคนทราบดีว่านอกจากเป็นโรคที่เพิ่งเกิดขึ้นแล้วยังมีการกลายพันธุ์เปลี่ยนแปลงตัวเองเหมือนใหม่ตลอดเวลา ทางเลือกที่ดีในวันนี้อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดในวันข้างหน้า ยิ่งมีการกลายพันธุ์ ผู้ติดเชื้อทั่วโลกก็เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อการใช้ทรัพยากรเวชภัณฑ์ ทรัพยากรคนมากขึ้น รวมถึงวัคซีนโควิด-19 สถานการณ์ระบาดเป็นอีกข้อจำกัดที่ส่งผลให้ไม่เป็นไปตามที่วางแผนไว้ เนื่องจากปัจจัยในการผลิตวัคซีนและทั่วโลกก็มีแนวโน้มความต้องการเพิ่มขึ้นจากการะบาดสายพันธุ์ใหม่

นายอนุทิน กล่าวว่า ข้อสำคัญเราจะเห็นได้ว่าการระบาดรอบนี้มีจิตอาสาภาคสังคม ภาคประชาชนที่เข้ามาช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยโควิด-19 มากขึ้น แม้กระทั่งผู้ที่เคยรักษาตัวอยู่ใน รพ.สนาม อยู่ฮอสพิเทล ที่ตัวเองเพิ่งหายป่วยก็ขอเป็นจิตอาสาอยู่ใน รพ.สนามต่อ เพื่อช่วยเหลือคนอื่นๆต่อไป รวมไปถึงจิตอาสามูลนิธิต่างๆ ฉะนั้น (ร่าง) พ.ร.ก.ดังกล่าวก็ครอบคลุมในส่วนนี้ด้วย ถือเป็นผู้ที่มีเจตนาดี เราก็ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับเขา ให้เกิดความเป็นธรรม เจตนารมณ์กฎหมายจะช่วยให้ผู้รับผิดชอบเรื่องการบริหารจัดการเกี่ยวกับโควิด-19 ทั้งหมดตามเจตนาที่ดี ได้ปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ในภาวะวิกฤตด้านสาธารณสุขของประเทศ โดยไม่ต้องกังวลกับความรับผิดต่างๆ แต่ก็มีข้อยกเว้นในคนที่ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ก็มีความผิดตามกฎหมายฉบับอื่นๆ ต่อไป

“การรักษาโรคโควิด-19 เปลี่ยนแปลงได้ตลอด ยาตัวไหนใช้ได้ หรือยารักษาตามอาการของโรค หมอเขาทุ่มเทรักษาอยู่แล้ว แต่เราต้องทำให้คนรักษามั่นใจว่าจะได้รับความเป็นธรรม แม้ทำโดยสุจริตใจ แต่ไม่มีใครอยากนอนสั่นหวาดกลัวว่าจะถูกฟ้อง วัคซีนจากเดิมเราพูดว่าฉีด 2 เข็ม แต่เมื่อมีสายพันธุ์เดลต้า ก็ต้องจัดหาเข็มบูสเตอร์เพิ่มก็เป็นวิชาการที่ออกมาใหม่ แต่ขอให้มั่นใจว่า ไม่ว่าแพทย์หรือบุคลากรส่วนไหนที่ทำงานรับมือโควิด-19 ต่างก็เป็นประชาชนเช่นกัน ทุกคนก็ต้องได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรม” นายอนุทิน กล่าว

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นักข่าวเมือง น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ออกมาระบุว่า การออกกฎหมายดังกล่าวเป็นการดึงแพทย์มาบังหน้า ลักไก่ออกกฎหมายนิรโทษกรรมรัฐบาลในการบริหารโควิด-19 ที่ผิดพลาด นายอนุทิน กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ว่า จะลักไก่ได้อย่างไร แล้วจะนิรโทษกรรมใคร เพราะ (ร่าง) พ.ร.ก.ดังกล่าว ส่วนหนึ่งทางองค์กรวิชาชีพ สภาวิชาชีพต่างๆ สมาคม รพ.เอกชน แพทยสภา ก็เสนอให้มีกฎหมายลักษณะนี้ เพื่อป้องกันคนทำงานที่อาจถูกฟ้องร้องจากการปฏิบัติหน้าที่ เพราะตัวโรคโควิด-19 เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การรักษาไม่มียาเวชภัณฑ์เฉพาะโรค ไม่มีแนวทางเฉพาะทาง แต่เชื่อว่าคนทำงาน ต่างหวังดี อยากรักษาทุกคนให้ปลอดภัย โดยเฉพาะเรื่องการรักษาหรือการจัดการวัคซีน เป็นงานของแพทย์ ข้าราชการประจำ ฝ่ายการเมืองทำในเรื่องสนับสนุนภารกิจ ไม่ได้ทำเพื่อป้องกันตัวเอง เพราะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทำเพื่อบุคลากรสาธารณสุขให้เกิดความมั่นใจ ไม่ต้องวิตกกังวลต่ออนาคต และแน่นอนต้องมีเจตนาสุจริตในการทำงาน

“ไม่มีอะไรลักไก่ ไม่มีความจำเป็นต้องลักด้วย ประสงค์ของ พ.ร.ก. เพื่อป้องกันคนหัวใสฟ้องร้องเอาผิดคนทำงาน แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีคนหัวขี้เท่อจ้องเล่นแต่การเมืองบนความเหนื่อยล้าของคนทำงาน แพทย์ หรือจิตอาสาที่เข้ามาทำงานด้วยความเต็มใจ ร่างดังกล่าวชัดเจนว่า เราไม่ได้ออกมาเพื่อคุ้มครองใครคนใดคนหนึ่ง และในคณะทำงานยก (ร่าง) พ.ร.ก. ก็ไม่ได้มีแค่หน่วยงานกำกับของกระทรวงฯ แต่ยังมีภาควิชาชีพ ภาคกฎหมายเข้ามาร่วมดูแล ดังนั้น ยิ่งไม่สามารถออกมาเพื่อจุดประสงค์เดียวเพื่อใครบางคนได้” นายอนุทิน กล่าว