หน้าแรก Uncategorized กรมสนับสนุนบร...

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพฯ คาดโทษรพ.เอกชน-คลินิก ตั้งจุดบริการโควิดในที่สาธารณะ สกัดคลัสเตอร์ใหม่

18.08.21 | 12:56 น.

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพฯ คาดโทษรพ.เอกชน-คลินิก ตั้งจุดบริการโควิดในที่สาธารณะ สกัดคลัสเตอร์ใหม่

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ที่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ โรงพยาบาล (รพ.) เอกชน หรือคลินิก จึงเข้ามาให้บริการตรวจคัดกรองและตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันการติดเชื้อโรคโควิด-19 ด้วยวิธีอาร์ที-พีซีอาร์ (RT-PCR) หรือแอนติเจน เทสต์ คิท (Antigen Test Kit) เพื่อป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อีกทั้งอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนให้ได้รับบริการตรวจคัดกรองจากสถานพยาบาลใกล้บ้าน ซึ่งภาครัฐขอขอบคุณสถานพยาบาลเอกชนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการฝ่าฟันวิกฤตการระบาดของโรคโควิด-19 โดยในระยะเวลาที่ผ่านมา รพ.เอกชน และคลินิกต่างก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ก็มีการพบข้อร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับคลินิกที่มีการตั้งจุดบริการคัดกรองโควิด-19 ในพื้นที่สาธารณะ จนประชาชนโดยรอบเกิดความกังวลว่า จะเกิดการสัมผัสกับผู้ป่วย หรือเกิดคลัสเตอร์โควิด-19 จากจุดบริการของคลินิก

“ดังนั้น เพื่อป้องกัน สบส.ขอเน้นย้ำให้ผู้ประกอบกิจการและผู้ดำเนินการ คุมเข้มมาตรฐานบริการตรวจคัดกรอง และตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันการติดเชื้อโควิด-19 มีการจัดตั้งจุดให้ถูกต้อง ปลอดภัย ตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด โดยให้จัดตั้งจุดบริการคัดกรองในรูปแบบวัน สต็อป เซอร์วิส (One stop service) ตั้งแต่การคัดกรอง จนสิ้นสุดการรักษา แยกจากจุดบริการผู้ป่วยนอก (OPD) ทั่วไป ห้ามปะปนกับจุดให้บริการอื่นๆ ของคลินิก หรือพื้นที่สาธารณะ อย่างทางเท้าด้านหน้าคลินิกโดยเด็ดขาด หาก สบส.ตรวจพบว่าคลินิกแห่งใดปฏิบัติไม่ถูกต้องตามมาตรฐานก็จะดำเนินการตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับ” นพ.ธเรศ กล่าว

ด้าน ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดี สบส. กล่าวว่า สำหรับบทกำหนดโทษของสถานพยาบาลเอกชนที่ตั้งจุดให้บริการตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 ไม่เหมาะสม จนอาจจะก่อให้เกิดการแพร่กระจายของโรคนั้น ตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลจะมีความผิดในฐานไม่ควบคุมและดูแลให้ผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพของตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในกรณีที่พบว่า ผู้ให้บริการมิใช่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ผู้ให้บริการรายดังกล่าวจะถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 ฐานประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือมีความผิดตาม พ.ร.บ.วิชาชีพเทคนิคการแพทย์ พ.ศ.2547 ฐานประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์โดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ “ทั้งนี้ ท่านใดพบเห็นการจัดตั้งจุดบริการตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 ของคลินิกที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายในเขตกรุงเทพมหานคร สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน สบส.1426 และในส่วนภูมิภาคให้แจ้งที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ในพื้นที่เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย” ทพ.อาคม กล่าว

Advertisement