เลขาฯสปสช.เผย รพ.ราชวิถี ขอความเห็นจัดซื้อเอทีเค 8.5 ล้าน ยันหากตรวจรับงานยึดข้อสั่งการนายกฯ เป็นหลัก
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดซื้อชุดตรวจแอนติเจน เทสต์ คิท หรือ เอทีเค จำนวน 8.5 ล้านชิ้น ที่ให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ดำเนินการแทน แต่ อภ.ยังไม่สามารถลงนามจัดซื้อกับเอกชนที่ชนะการประมูลในราคาต่ำสุดชุดละ 70 บาท ได้ เนื่องจากถูกกลุ่มแพทย์ชนบทคัดค้านว่าเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพต่ำและไม่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) กระทั่งล่าสุดมีข้อสั่งการจากนายกรัฐมนตรีในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 17 ส.ค.64 ให้ทุกหน่วยงานที่จะจัดซื้อชุดตรวจเอทีเค จัดซื้อผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และ WHO ว่า ข้อสั่งการของนายกฯ ถือว่าเป็นคำสั่งที่หน่วยงานราชการจะต้องยึดถือและปฏิบัติตาม ซึ่งในกรณีนี้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ส.ค.64 ทางโรงพยาบาล (รพ.) ราชวิถี ในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่ดำเนินการในกระบวนการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์แทน สปสช. ได้มีการหารือเข้ามา และทาง สปสช.ได้แจ้งไปแล้วว่าหาก อภ. ยืนยันว่าการประมูลดังกล่าวถูกต้อง และจะลงนามจัดซื้อ ในขั้นตอนการตรวจรับงาน ที่เป็นหน้าที่ของ รพ.ราชวิถี ก็จะต้องพิจารณาโดยยึดถือข้อสั่งการของนายกฯ เมื่อวันที่ 17 ส.ค.64 เป็นแนวทางด้วย
“ขณะนี้ในส่วนของ สปสช.ไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้เพราะอยู่นอกเหนืออำนาจ แม้ว่างบประมาณเป็นของ สปสช. แต่ในทางปฏิบัติการจัดซื้อต้องมอบหมายให้ รพ.ราชวิถี และ อภ. ดำเนินการแทน ซึ่งเป็นไปตามคำสั่ง คสช.” นพ.จเด็จ กล่าว
เมื่อถามว่า มีแนวโน้ม อภ.จะได้ลงนามจัดซื้อเอทีเคล็อตนี้หรือไม่ เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ยังไม่ทราบ แต่ในความเห็น สปสช.นั้น ได้แจ้งไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ณ ขณะนี้ เอทีเคยังถือว่ามีความจำเป็นต้องนำมาให้ประชาชนใช้กันอย่างทั่วถึง และเร่งด่วน เพราะการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังรุนแรง มีผู้ติดเชื้อทั้งประเทศวันละหลักหมื่นคน
เมื่อถามว่า หากการจัดซื้อล่าช้า สปสช. ขอถอนเรื่องคืนได้หรือไม่ นพ.จเด็จ กล่าวว่า คงไม่ได้ เพราะเรื่องได้ผ่านกระบวนการไปแล้ว ดังนั้น ณ เวลานี้ต้องรอให้ อภ. ตัดสินใจอย่างเดียวว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

