หน้าแรก Uncategorized สคช.แกะกล่อง ...

สคช.แกะกล่อง 5 มาตรฐานอาชีพใหม่ ชู “ปริญญาอาชีพ” คำตอบของการพัฒนาประเทศ

11.09.21 | 08:45 น.

สคช. แกะกล่อง 5 มาตรฐานอาชีพใหม่ ชู “ปริญญาอาชีพ” คำตอบของการพัฒนาประเทศ

สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. จัดงานแถลงข่าว “เปิดตัว 5 มาตรฐานอาชีพใหม่ รองรับการพัฒนากำลังคนขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี” เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2564 ผ่านออนไลน์ ทั้งทางระบบ Zoom Conference และ Facebook Fanpageสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ โดย 5 มาตรฐานอาชีพใหม่ ที่ตลาดแรงงานความต้องการเร่งด่วนได้แก่ 1.วิชาชีพอัญมณี เครื่องประดับและโลหะมีค่า (ระยะที่ 2) 2.วิชาชีพบริการสุขภาพ สาขาจิตวิทยา 3. วิชาชีพพลังงานและพลังงานทดแทน 4. วิชาชีพอนุรักษ์พื้นบ้าน ศิลปหัตถกรรม (ระยะที่ 2) (งานศิลป์แผ่นดิน) และ5. วิชาชีพวิทยาศาสตร์การกีฬา อาชีพมวยไทย

นายนคร ศิลปอาชา ประธานกรรมการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ กล่าวว่า วิกฤตโควิด-19 เป็นเสมือนตัวเร่งให้เกิดการปรับตัวในทิศทางต่างๆอย่างชัดเจน สคช. จึงได้ใช้วิกฤตนี้เตรียมความพร้อมด้วยทักษะและองค์ความรู้ที่จะมารองรับการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับปริญญาอาชีพหรือคุณวุฒิวิชาชีพ ดังนั้น การจัดทำมาตรฐานอาชีพจึงเป็นเครื่องมือที่จะตอบโจทย์ในการวัดสมรรถนะของบุคคล ช่วยยกระดับความสามารถของคนในอาชีพได้อย่างที่สากลยอมรับ ถือเป็นช่องทางการสร้างโอกาสให้คนในอาชีพ และยังเป็นการเตรียมคนให้สอดรับกับความต้องการของตลาดแรงงานในชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) อีกด้วย
ปัจจุบัน สคช.ได้จัดทำมาตรฐานอาชีพกว่า 835 อาชีพ ใน 52 สาขาวิชาชีพ มีผู้เข้ารับการประเมินสมรรถนะตามมาตรฐานอาชีพแล้วกว่า 200,000 คน จึงหวังว่าการแถลงข่าว 5 มาตรฐานอาชีพใหม่ในครั้งนี้ จะมีส่วนสำคัญในการช่วยผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์จากการนำระบบคุณวุฒิวิชาชีพไปพัฒนาขีดความสามารถของบุคคล เพื่อเตรียมรองรับสถานการณ์ที่ผันแปรได้ตามบริบททางเศรษฐกิจและสังคม

ทั้งนี้ นางสาวจุลลดา มีจุล รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ กล่าวว่า ในปีนี้ สคช. ได้ต่อยอดมาตรฐานและคุณวุฒิวิชาชีพในสาขาวิชาชีพต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ ดังนี้ 1. สาขาวิชาชีพอัญมณี เครื่องประดับและโลหะมีค่า (ระยะที่ 2) ได้เสริมสร้างศักยภาพความเป็นผู้นำในธุรกิจการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทยในระดับนานาชาติ ซึ่งปัจจุบันติด 1 ใน 10 ของอุตสาหกรรมส่งออกสำคัญที่สร้างรายได้ให้ประเทศ มีสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) มาร่วมกับสถาบันฯ จัดทำมาตรฐานอาชีพดังกล่าว

2.วิชาชีพบริการสุขภาพ สาขาจิตวิทยา จัดทำมาตรฐานอาชีพเพื่อรองรับบุคลากรด้านจิตวิทยาสาขาอื่น อาทิ บุคลากรด้านจิตวิทยาพัฒนาการเด็กและผู้สูงวัย รวมทั้งการปฏิบัติงานเบื้องต้นด้านการปรึกษาเชิงจิตวิทยา โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นหน่วยงานหลักที่ขับเคลื่อนการจัดทำมาตรฐานอาชีพดังกล่าว, 3. พลังงานและพลังงานทดแทน สาขางานระบบส่งกระแสไฟฟ้า และสาขางานผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ เป็นการทำงานร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สร้างกลไกรับรองกำลังคนให้มีประสิทธิภาพสู่ระดับสากล โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เป็นหน่วยงานที่ปรึกษาโครงการในการจัดทำมาตรฐานอาชีพนี้

Advertisement

4. สาขาวิชาชีพอนุรักษ์พื้นบ้านและศิลปหัตถกรรม (ระยะที่ 2) (งานศิลป์แผ่นดิน) เป็นการทำงานร่วมกับสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ในการสงวนรักษาองค์ความรู้ที่เป็นมรดกทางภูมิปัญญาของประเทศที่เป็นเอกลักษณ์ความงามเฉพาะด้านของไทย ที่เกี่ยวเนื่องช่างหัวโขน ช่างพัสตราภรณ์ ช่างเขียน โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ เป็นผู้ดูแลและ 5.วิชาชีพวิทยาศาสตร์การกีฬา อาชีพมวยไทย มรดกภูมิปัญญาและศิลปวัฒนธรรมของชาติ ซึ่งสามารถนําไปประกอบเป็นอาชีพ พัฒนาสู่รูปแบบธุรกิจระดับสากล เป็นมวยไทยเพื่อการออกกำลังกายและการป้องกันตัว มีมหาวิทยาลัยบูรพา เป็นหน่วยงานหลักที่ขับเคลื่อนการจัดทำมาตรฐานอาชีพดังกล่าว

ด้านนายนิธิวัชร์ ศิริปริยพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการหาวิธีการประเมินว่าผู้ที่เข้ามาขอรับคุณวุฒิวิชาชีพมีสมรรถนะสอดคล้องกับมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่ อย่างไร ซึ่งในแต่ละอาชีพก็จะมีบริบทแตกต่างกันไป โดยทั่วไปการประเมินอาจประกอบด้วยข้อเขียนทฤษฎี การสัมภาษณ์ รวมถึงการยื่นเอกสารองค์ประกอบต่างๆ นอกจากนั้นยังมีการประเมินอีกส่วนหนึ่งที่ เรียกว่า “การประเมินแบบเทียบโอนประสบการณ์” เพื่อรองรับคุณวุฒิวิชาชีพให้แก่บุคลากรในอาชีพนั้นๆ โดยสามารถยื่นเอกสารหลักฐานผ่านช่องทางออนไลน์ให้กับองค์กรรับรอง (Certification Body) ซึ่งได้ทำการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานที่มีศักยภาพในแต่ละวิชาชีพได้เลย โดยตลอดปีงบประมาณ 2564 สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ได้ร่วมกับเครือข่ายจัดทำมาตรฐานอาชีพ เพื่อรองรับความต้องการกำลังคนอย่างเร่งด่วนของตลาดแรงงาน รวมทั้งผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์จากมาตรฐานอาชีพ และมืออาชีพ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของกำลังคนในประเทศให้เทียบเท่าระดับสากล อันจะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจและสังคมไทย ให้มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน