บสย. เสริมแกร่ง SMEs เฟส 2 ด้วยสินเชื่อฟื้นฟู 100,000 ล้านบาท ขยายโอกาสรับวงเงินสินเชื่อเพิ่ม พร้อมรับความเสี่ยงเต็ม 100 %

บสย. เผย วงเงินใหม่พร้อมแล้ว เปิดค้ำฯ พ.ร.ก.สินเชื่อฟื้นฟู ระยะ 2 วงเงิน 100,000 ล้านบาท ปรับเกณฑ์ใหม่ชู 3 เงื่อนไขช่วยผู้ประกอบการ SMEs มากขึ้น ลดค่าธรรมเนียมค้ำฯ เพิ่มโอกาสกลุ่มไมโคร ฯ – กลุ่ม SMEs เปราะบาง เริ่มต้นร้อยละ 1 ต่อปี  รับวงเงินสินเชื่อสูงสุด 150 ล้านบาทต่อธนาคาร และขยายเพดานรับความเสี่ยงจากสถาบันการเงินเต็ม 100% มั่นใจ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้าย ขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ

นางวสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์ รักษาการผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า บสย. ได้เปิดรับคำขอค้ำประกัน ตามพระราชกำหนดให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2564 ระยะที่ 2 พ.ศ. 2564 หรือ ที่เรียกว่าพ.ร.ก.สินเชื้อฟื้นฟู ระยะที่ 2 วงเงิน 100,000 ล้านบาท ซึ่งมีผู้ประกอบธุรกิจ 3 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ 1. ผู้ประกอบการกลุ่มไมโคร (Micro) 2.ผู้ประกอบการ SMEs 3. กลุ่ม คอร์ปอเรท (Corporate) โดยมีการปรับหลักเกณฑ์ และเปิดกว้างมากยิ่งขึ้นเพื่อช่วยผู้ประกอบการกลุ่มไมโคร และ กลุ่ม SMEs เปราะบาง ได้ลดภาระต้นทุนค่าธรรมเนียม และเพิ่มโอกาสได้วงเงินสินเชื่อเพิ่ม ประกอบด้วย

  1. ปรับลดค่าธรรมเนียมค้ำประกันทันทีตั้งแต่ปีแรก สำหรับผู้ประกอบการกลุ่มไมโคร และ กลุ่ม SMEs เปราะบาง จ่ายเบา เริ่มต้นเพียง 1% ต่อปีต่อเนื่อง 4 ปีแรก รวม 13% ตลอดระยะเวลา 10 ปี
  2. เพิ่มโอกาสผู้ประกอบการกลุ่มไมโคร และกลุ่ม SMEs เปราะบาง ได้รับวงเงินสินเชื่อเพิ่มขึ้นสูงสุด 50 ล้านบาทต่อราย
  3. เพิ่มความมั่นใจให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อโดย บสย. จ่ายค่าประกันชดเชยเต็ม 100% ในกลุ่มไมโคร (Micro) จากเดิม 90% และ กลุ่ม SMEs เปราะบาง จากเดิม 80%

นอกจากนี้ สำหรับผู้ประกอบการกลุ่มคอร์ปอเรท (Corporate) รัฐบาลได้ช่วยบรรเทาภาระต้นทุน จ่ายค่าธรรมเนียม 1% ต่อปีต่อเนื่อง 2 ปีแรก รวม 14 % ตลอดระยะเวลา 10 ปี โดย บสย. ค้ำประกันสูงสุดไม่เกิน 150 ล้านบาทต่อรายต่อสถาบันการเงิน  และมีระยะเวลาค้ำประกันสูงสุดถึง 10 ปี  เริ่มรับคำขอตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน 2564 สิ้นสุดรับคำขอวันที่ 9 ตุลาคม 2566 โดยคุณสมบัติของผู้ประกอบการที่ขอรับการค้ำประกันสินเชื่อต้องเป็นไปตามข้อกำหนด อาทิ  เป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล ที่จดทะเบียนและมีสถานประกอบการในประเทศไทย มีวงเงินสินเชื่อธุรกิจกับสถาบันการเงิน ณ วันที่ 28 ก.พ.2564 ไม่เกิน 500 ล้านบาท หรือไม่มีวงเงินสินเชื่อธุรกิจกับสถาบันการเงิน ไม่เป็น NPL ณ 31 ธ.ค.2562 เป็นต้น

1.เป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล ที่จดทะเบียนและมีสถานประกอบการในประเทศไทย
2.มีวงเงินสินเชื่อธุรกิจกับสถาบันการเงิน ณ วันที่ 28 ก.พ.2564 ไม่เกิน 500 ล้านบาท หรือไม่มีวงเงิน สินเชื่อธุรกิจกับสถาบันการเงิน
3.ไม่เป็น NPL ณ 31 ธ.ค.2562
4.ไม่เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ยกเว้น บริษัทที่จดทะเบียนในตลาด MAI
5.ไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจทางการเงิน)

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่มีความประสงค์เข้าร่วมโครงการสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับคำปรึกษาฟรีที่ศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs หรือ บสย. F.A. Center ที่ บสย. Call Center 02-890-9999 ในวันเวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-16.30 น.

#บสย. #สินเชื่อฟื้นฟูระยะ2 #มาตรการเร่งด่วนบสย.

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘เวียดนาม’ ยันจัดซีเกมส์ปีหน้า นักกีฬาอาเซียนอ่วมเจอ 7 มหกรรม
บทความถัดไปกบง.ถกด่วนวันนี้! ขอใช้เงินกู้ 5 แสนล้าน อุ้มแอลพีจี-คุมดีเซลห้ามเกิน 30 บาท