หน้าแรก Uncategorized ก.ล.ต.แจง13ข้...

ก.ล.ต.แจง13ข้อสงสัยในพ.ร.บ.หลักทรัพย์ใหม่ที่ใครๆอยากรู้

30.09.16 | 20:00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ผ่านร่างพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่…) พ.ศ… และวงการนักวิเคราะห์มีข้อกังวลหลายประการถึงการออกบทวิเคราะห์นั้น ทำให้เกิดคำถามและข้อข้องใจเกิดขึ้นจำนวนมาก ส่งผลให่ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)ได้เผยแพร่คำถามและคำตอบ เกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฉบับใหม่ : สำหรับนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ จำนวน 13 คำถามดังต่อไปนี้

 1. ในกรณีที่นักวิเคราะห์ได้ข้อมูลมาแต่ไม่ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล หากใส่ในบทวิเคราะห์มีความผิดหรือไม่

คำตอบ : ความเชื่อมั่นในตลาดทุนจะเกิดขึ้นได้เมื่อผู้ลงทุนโดยทั่วไปได้รับข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนที่ถูกต้อง กฎหมายจึงกำหนดว่าการให้ข้อมูลต่อ public ต้องไม่เป็นข้อมูลเท็จ หรือเป็นข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความสำคัญผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน ราคาซื้อขายหลักทรัพย์ หรือข้อมูล
อื่นใดเกี่ยวกับบริษัทจดทะเบียน โดยผู้ให้ข้อมูลรู้ว่าข้อมูลดังกล่าวมีผลกระทบต่อราคาหุ้นหรือต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุน หากเป็นข้อมูลคำแนะนำจากนักวิเคราะห์ต้องเป็นข้อมูลที่ผ่านการจัดทำจากข้อมูลที่ถูกต้อง. โดยยึดตามมาตรฐานวิชาชีพ และหากต้องการวิเคราะห์คาดการณ์อนาคต ยังสามารถทำได้ เพียงแต่ผู้ที่จะทำ ต้องไม่นำข้อมูลที่รู้ว่าเท็จหรือไม่ครบถ้วนมาใช้วิเคราะห์คาดการณ์ ต้องไม่เข้าข่ายละเลยที่จะพิจารณาว่าข้อมูลนั้นถูกต้องหรือไม่ ต้องไม่พยายามบิดเบือนข้อมูล

2. ใครครอบครองข้อมูลภายใน และนำไปซื้อขายหรือบอกกล่าว โดยรู้ว่าจะถูกนำไปซื้อขาย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ใกล้ชิด insider บุพการี พี่น้อง และ บุตร จะมีความผิดใช่หรือไม่
        
คำตอบ : หลักเรื่อง insider trading เป็นหลักที่มีอยู่ในกฎหมายปัจจุบันอยู่แล้ว และมีใช้ในนานาประเทศทั่วโลก กฎหมายใหม่ เน้นที่การคุ้มครองข้อมูลที่เป็นข้อมูลภายในให้ไปถึงผู้ลงทุนทั่วไปอย่างเท่าเทียม โดยกำหนดให้ผู้รู้หรือครอบครองข้อมูภายใน และนำไปใช้หาประโยชน์หรือเอาไปบอกคนอื่นซึ่งควรรู้ว่าคนอื่นนั้นอาจนำไปหาประโยชน์ เป็นความผิด โดยมีบทสันนิษฐานบุคคล (ม. 243) ว่าเป็นผู้รู้หรือครอบครองข้อมูลภายใน และหากนำไปหาประโยชน์หรือเอาไปบอกคนอื่น อาจเป็นความผิด ซึ่งผลคือ หากบุคคล/นิติบุคคลกลุ่มนี้ถูกตรวจสอบ ก็จะต้องเป็นฝ่ายพิสูจน์หักล้างว่า ไม่ได้ใช้ข้อมูลภายในนอกจากนี้ ยังมีบทสันนิษฐานบุคคล (ม. 244) ในกลุ่มบุคคลที่ใกล้ชิดที่ห่างออกไปอีกชั้นหนึ่ง โดยหากกลุ่มนี้มีการซื้อขายที่ผิดไปจากปกติของตน ก็จะถูกสันนิษฐานว่าใช้ข้อมูลภายใน ทำให้ต้องเป็นฝ่ายพิสูจน์หักล้าง

3. ผู้ที่ไม่ได้เป็นนักวิเคราะห์แต่ทำตัวเป็นกูรูหุ้นออกทีวี วิทยุ เฟซบุ๊ค จะมีโทษหรือไม่

Advertisement

คำตอบ : กฎหมายใหม่ครอบคลุมทุกคน หากเข้าข่ายบอกกล่าว เผยแพร่ หรือให้คำรับรองข้อความอันเป็นเท็จหรือข้อความอันอาจก่อให้เกิดความสำคัญผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน ราคาซื้อขายหลักทรัพย์ หรือข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวกับบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ โดยประการที่น่าจะทำให้มีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์หรือต่อการตัดสินใจลงทุนในหลักทรัพย์ ก็จะมีความผิดตามกฎหมาย (ม. 240) กรณีวิเคราะห์คาดการณ์ กฎหมาย ใหม่ ก็ครอบคลุมทุกคนที่กระทำตามนัยในมาตรา 241 เช่นกัน

4. ใครเป็นผู้กล่าวโทษนักวิเคราะห์ หากมีผู้ได้รับความเสียหายจากบทวิเคราะห์

คำตอบ : ขึ้นอยู่กับการตรวจพบหรือการแจ้งเบาะแส ซึ่ง ก.ล.ต. ก็จะมีการพิจารณาดำเนินการไปตามขั้นตอนปกติ หากพบว่าบทวิเคราะห์ถูกจัดทำโดยไม่สอดคล้องกันกับข้อ 1

5.  head of research หรือบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ผิดหรือไม่ หากนักวิเคราะห์ผิด

คำตอบ : ในปัจจุบัน มีหลักเกณฑ์กำหนดให้ บล. ต้องมีระบบงานในการกำกับดูแลการปฏิบัติงานด้านการจัดทำบทวิเคราะห์อยู่แล้ว ซึ่ง บล. ต้องมีมาตรการป้องกันและกำกับดูแลการปฏิบัติงานของนักวิเคราะห์ ไม่ให้มีการนำข้อมูลใช้ข้อมูลที่มีนัยสำคัญและยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณชน ไปหาประโยชน์หรือเปิดเผยต่อบุคคลอื่น รวมทั้งต้องมีการคัดเลือกและตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลก่อนนำไปใช้จัดทำบทวิเคราะห์ ซึ่งสอดคล้องตามแนวทางที่กฎหมายที่ปรับปรุงใหม่กำหนด  ดังนั้น หากมีการกระทำผิด และพบว่า บล. มีข้อบกพร่อง บล. ก็อยู่ในข่ายที่กระทำผิดตามประกาศที่กำหนด และตามกฎหมายที่ปรับปรุงใหม่ด้วย

6. ละเลยการพิจารณาความถูกต้อง ครอบคลุมอะไรบ้าง ใช้ข้อมูลใน นสพ. ได้หรือไม่  

คำตอบ : ไม่ว่าจะมีกฎหมายใหม่หรือไม่ แหล่งข้อมูลที่นักวิเคราะห์ใช้ต้องมาจากแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้ ซึ่งปัจจุบัน บล. มีการกำหนดให้นักวิเคราะห์ต้องปฏิบัติ และสมาคมนักวิเคราะห์ก็กำหนดในมาตรฐานวิชาชีพไว้อยู่แล้ว  กฎหมายใหม่กำหนดความรับผิดของผู้กระทำ เพื่อให้ข้อมูลที่เผยแพร่ต่อผู้ลงทุนในตลาดทุนมีคุณภาพ และมิได้ทำให้ผู้ลงทุนเสียหาย

7. การใส่ disclaimer ว่าไม่รับผิดชอบต่อความผิดพลาดต่อข้อมูล จะยังมีความผิดหรือไม่         

คำตอบ : คงเป็นเรื่องที่ต้องดูที่เจตนา หากมีเจตนาที่ไม่ถูกต้อง การใส่ disclaimer ก็มิใช่หนทางที่จะทำให้ผู้กระทำหลุดพ้นจากการเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งหลักการนี้เป็นหลักการพื้นฐานของกฎหมาย ซึ่งต้องดูที่เจตนาเป็นหลักด้วย  มิได้เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายใหม่

8. การทำ preview งบของนักวิเคราะห์ เพื่อจัดทำบทวิเคราะห์ สามารถทำได้หรือไม่?

คำตอบ : ยังคงสามารถจัดทำ preview งบได้ แต่ผู้บริหาร บจ. ต้องระมัดระวังไม่เปิดเผยข้อมูลภายใน และหากมีกรณีการเปิดเผยข้อมูลภายในออกมา นักวิเคราะห์จะต้องไม่นำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในการจัดทำบทวิเคราะห์  ทั้งนี้ เป็นเรื่องที่ถูกคาดหวังอยู่แล้วว่า ในการจัดทำบทวิเคราะห์ นักวิเคราะห์ควรใช้มาตรฐานวิชาชีพในการพิจารณาประเมินว่า ข้อมูลที่ได้รับเป็นข้อมูลภายในที่ยังไม่ได้เปิดเผยสู่ public หรือไม่ หากเป็นข้อมูลที่ยังไม่ได้เปิดเผย ก็ห้ามนำไปใช้ต่อ  ในส่วนของกฎหมายใหม่ เป็นเพียงแต่ระบุเป็นความผิดไว้ หากนักวิเคราะห์นำข้อมูลที่รู้หรือควรรู้ว่ายังไม่ได้เปิดเผยไปใช้ ก็เข้าข่ายมีความผิดเรื่อง insider trading ได้

สำหรับผู้บริหาร บจ. ต้องใช้ความระมัดระวังเช่นเดียวกัน โดยให้ข้อมูลสำคัญที่อาจมีผลกระทบต่อราคาหรือการตัดสินใจของผู้ลงทุน แก่ผู้ลงทุนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมในเวลาเดียวกัน มิใช่ให้ข้อมูลภายในแก่กลุ่มบุคคลใด ๆ โดยยังมิได้เปิดเผยสู่ public (ในทางปฏิบัติ การเปิดเผยข้อมูลสู่ public สามารถดำเนินการได้ผ่านระบบของตลาด) ทั้งนี้ แม้กระทั่งปัจจุบันก็มีการห้ามมิให้เปิดเผยข้อมูลภายใน เว้นแต่จะได้เผยแพร่ผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว

9. หาก บลจ. ขอให้ บล. พาไปพบกับผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน แล้ว บลจ. ใช้ประโยชน์จากข้อมูลนั้น บลจ. ผิดหรือไม่            

คำตอบ : การเข้าพบผู้บริหารสามารถทำได้ แต่การนำข้อมูลมาใช้จะขึ้นกับลักษณะข้อมูล ถ้าไม่ได้นำ inside information มาใช้ ถือว่าทำได้

10. บล. กำลังจะออกบทวิเคราะห์ ซึ่งยังไม่มีใคร cover จะเข้าข่าย inside information หรือไม่

คำตอบ : การออกบทวิเคราะห์ที่ยังไม่มีใครเคยจัดทำ ไม่เข้าข่ายเป็นความผิด แต่หากข้อมูลที่ใช้ในการจัดทำเป็นข้อมูลภายในโดยที่รู้ว่าเป็น inside information ก็เข้าข่ายมีความผิดได้

11. นักวิเคราะห์ทำอะไรได้บ้าง

คำตอบ : นักวิเคราะห์ยังคงสามารถปฏิบัติงานได้ตามมาตรฐานการปฏิบัติงานตามปกติที่เคยปฏิบัติ โดยต้องใช้ข้อมูลที่เป็น public information เป็นพื้นฐานในการวิเคราะห์ตามหลักวิชา ซึ่งหลักการนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่

12. เมื่อไป visit ทราบว่าบริษัทกำลังจะขยายกำลังการผลิต นักวิเคราะห์ initiate paper จะผิดหรือไม่

คำตอบ : ขึ้นอยู่กับว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลภายในหรือไม่ เพราะการขยายกำลังการผลิตอาจไม่ใช่ข้อมูลภายในที่มีสาระสำคัญต่อราคาหลักทรัพย์ในทุกกรณี  สำหรับนักวิเคราะห์ที่เข้าพบ รู้หรือไม่ว่าข้อมูลนั้นเป็นข้อมูลภายใน หากรู้ว่าเป็นข้อมูลภายในและนำไปใช้ ก็อาจเข้าข่ายความผิด insider trading (ข้อมูลภายใน คือ ข้อมูลที่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงราคาและยังไม่ได้เปิดเผยต่อประชาชน)

13. ข้อมูลอะไรถือเป็น public information (ไม่ใช่ข้อมูลภายใน) หมายถึงข้อมูลที่เปิดเผยผ่านระบบตลาดหลักทรัพย์ฯ ใช่หรือไม่

คำตอบ : การกำหนดประเภทข้อมูลที่ต้องเผยแพร่ผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์ เพื่อให้กระจายสู่ผู้ลงทุนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมนั้น มีกำหนดอยู่ในกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่แล้ว โดยหากเป็นข้อมูลที่อาจมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงราคาหลักทรัพย์ ก็จะเข้าข่ายเป็นข้อมูลภายใน ซึ่ง บจ. มีหน้าที่ต้องเปิดเผยผ่านระบบตลาดหลักทรัพย์ฯ ก่อน  หรือหากมีการรั่วไหล บจ. ก็มีหน้าที่ต้องชี้แจงผ่านระบบตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อให้ public ได้รับทราบข้อมูลทั่วถึงและเท่าเทียมกัน สำหรับข้อมูลอื่น ๆ โดยทั่วไป บจ. สามารถเผยแพร่ได้ตามช่องทางต่าง ๆ อาทิ เว็บไซต์ของบริษัท หรือผ่านหนังสือพิมพ์ได้ โดยไม่ได้เกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายหลักทรัพย์แต่อย่างใด  การสรุปว่าข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านระบบตลาดหลักทรัพย์ฯ เท่านั้น จึงจะถือเป็น public information จึงเป็นเรื่องคนละประเด็นกัน 

จากคำถามส่วนใหญ่ข้างต้นจะเป็นประเด็นความเข้าใจความหมายของข้อมูลภายใน ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเรื่องที่กฎหมายใหม่กำหนดขึ้นใหม่หรือเปลี่ยนแปลง จึงสามารถพิจารณาได้จากสิ่งที่ปฏิบัติอยู่ตามกฎหมายปัจจุบัน ประกอบกับแนวมาตรฐานของสมาคมนักวิเคราะห์ ซึ่งในขณะนี้ ก.ล.ต. กับสมาคมนักวิเคราะห์กำลังจะนำเรื่องนี้มาจัดทำเป็นแนวทาง เพื่อซักซ้อมและทำความเข้าใจให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป