บทนำมติชน : ตอบไม่ตรงคำถาม
การอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติ ตามมาตรา 152 เมื่อวันที่ 17-18 ก.พ. ของรัฐธรรมนูญผ่านไปแล้ว ทางรัฐบาลกล่าวหาฝ่ายค้านว่า ฉายหนังเก่าหรือนำเรื่องเก่ามาพูด ขณะที่ฝ่ายค้านระบุว่า การชี้แจงของรัฐบาล ไม่ตรงกับคำถาม ดังที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รู้สึกพอใจที่ฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่ซักถามให้ประชาชนเห็นปัญหาข้อผิดพลาดของรัฐบาล แต่พอฟังคำชี้แจงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รวมถึงรัฐมนตรีแต่ละท่านแล้ว ตอบไม่ตรงกับคำถาม ถามวัวตอบควาย บางคำถามก็ไม่ตอบ เช่น การปฏิรูปการเมืองให้เป็นประชาธิปไตย การแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือกรณีนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท. ที่สอบถามเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียว คำตอบจากนายกฯไม่มีสาระชี้แจงข้อซักถามถือว่าประชาชนไม่ได้ประโยชน์
นอกจากกรณีของพรรคเพื่อไทย การอภิปรายของพรรคก้าวไกลก็ไม่มีคำตอบในหลายประเด็น โดยเฉพาะนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่นำเอาคดีค้ามนุษย์ ที่อื้อฉาวเมื่อปี 2558 ศาลได้ตัดสินลงโทษผู้กระทำผิดจำนวนมาก แต่หัวหน้าทีมสอบสวน คือ พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ ต้องขอลี้ภัยไปอยู่ออสเตรเลีย ทั้งที่ทำประโยชน์ ทั้งสอบสวนนำเอาผู้กระทำผิดมาลงโทษ และมีผลช่วยให้ประเทศไทยพ้นจากเทียร์ 3 ของบัญชีค้ามนุษย์ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ยังได้อภิปรายด้วยว่า คำชี้แจงของรัฐบาล นำเอาข้อมูลเก่ามาชี้แจง
ระบอบรัฐสภา มีสภาผู้แทนราษฎรทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลแทนประชาชน คำถามคำอภิปรายในสภาจึงมีความสำคัญ รัฐบาลควรตอบอย่างจริงจัง ตรงไปตรงมา บางเรื่องที่ยังไม่ดำเนินการ ต้องรับปากที่จะนำไปดำเนินการ หรือศึกษาหาทางดำเนินการ การถามตอบในสภาเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ใช่เรื่องที่จะมาหงุดหงิด หรือเห็นเป็นการขัดขวางการทำงาน หากทุกฝ่าย มีจิตใจเป็นนักประชาธิปไตย เคารพเสียงของประชาชน เข้าใจระบอบรัฐสภา และปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง ประโยชน์จะเกิดกับรัฐบาลที่แก้ปัญหาได้ถูกจุด และส่งผลดีต่อประชาชนโดยตรง

