กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงปรุง ‘ทอดมันข้าวโพด’ โดยใช้น้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงาน “เทศกาลน้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์” โดยความร่วมมือของมูลนิธิชัยพัฒนา และ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ณ ควอเทียร์ แกลเลอรี่ ชั้น M ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ กรุงเทพฯ
ในการนี้ นายสุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กราบบังคมทูลฯ วัตถุประสงค์การจัดงาน “เทศกาลน้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์” ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 โดยการจัดงานครั้งแรกได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2558 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน และครั้งที่สองเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 ณ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ในครั้งนั้นยังคงใช้ชื่อว่า “เทศกาลน้ำมันเมล็ดชา ภัทรพัฒน์”

อีกทั้งยังจัดอย่างงานอย่างต่อเนื่องภายใต้ชื่อ “เทศกาลน้ำมันเมล็ดชาสัญจร” ต่อมาในปี 2564 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานพระราชานุมัติให้เปลี่ยนชื่อจากน้ำมันเมล็ดชาเป็น “น้ำมันเมล็ดคามีเลีย” เพื่อให้มีความเป็นสากลเพิ่มขึ้น และที่สำคัญคือลดความสับสนในกลุ่มผู้บริโภคที่เข้าใจว่าน้ำมันเมล็ดชาคือชาชงดื่ม และนี่คือที่มาของการจัดงานภายใต้ชื่อ “เทศกาลน้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์” ในครั้งนี้
จากนั้น นางสาวพลอยชมพู อัมพุช ผู้จัดการใหญ่บริหารสินค้าซุปเปอร์มาร์เก็ต บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กราบบังคมทูลฯ ความร่วมมือการจัดงานระหว่างมูลนิธิชัยพัฒนา และบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ว่า “บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ได้ทราบถึงแนวพระราชดำริ และความเป็นมาของน้ำมันเมล็ดคามีเลีย จึงพร้อมสนับสนุน และเผยแพร่คุณประโยชน์ของน้ำมันเมล็ดคามีเลียให้เป็นที่รู้จักแก่สาธารณชน โดยได้นำผลิตภัณฑ์น้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์ วางจำหน่ายที่ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ทุกสาขา อย่างต่อเนื่องมากกว่า 7 ปี”

ในการนี้ นางภากมล รัตตเสรี กรรมการและรองเหรัญญิกมูลนิธิชัยพัฒนา เบิกผู้ให้การสนับสนุนการดำเนินงานเข้ารับพระราชทานของที่ระลึกตามลำดับ
จากนั้น สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานเรื่องเล่า “น้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์” แก่ผู้ร่วมงาน และทรงเปิดงาน “เทศกาลน้ำมันเมล็ด คามีเลีย ภัทรพัฒน์” พร้อมทั้งทอดพระเนตรนิทรรศการ “น้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์” ซึ่งเป็นหนึ่งในพระราชดำริ ที่พระราชทานให้มูลนิธิชัยพัฒนา นำเมล็ดต้นชาน้ำมันสายพันธุ์คามีเลีย โอลีเฟร่า (Camellia oleifera) จากสาธารณรัฐประชาชนจีน มาศึกษาและทดลองปลูกในประเทศไทย เพื่อเป็นการฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรมและเป็นการทดแทนป่าไม้ที่ถูกทำลาย ขณะเดียวกันสามารถสร้างรายได้ให้แก่ราษฎรในพื้นที่ รวมถึงสร้างความตระหนักรู้ถึงคุณประโยชน์ของการดูแลรักษาป่า

โดยนิทรรศการในครั้งนี้ ได้จัดแสดงในรูปแบบมัลติมีเดีย กับ 4 เรื่องราว ประกอบด้วย History of Camellia Seed Oil from China : ความงามที่ฟ้าประทานตำนานวัฒนธรรมท้องถิ่น Passage Through Time : หนทางหมื่นลี้ จากสาธารณรัฐประชาชนจีนสู่ต้นชาน้ำมันต้นแรกในเมืองไทย ต้นทางผืนป่า…ปลายทางน้ำมันเมล็ดคามีเลีย : น้ำมันที่ “หล่อเลี้ยง” หัวใจของชุมชน จากความยากจนสู่ความยั่งยืน จากเมล็ดชาน้ำมันสายพันธุ์คามีเลีย โอลีเฟร่า สู่ผลิตภัณฑ์คุณภาพ

จากนั้นทรงทอดพระเนตรบอร์ดนิทรรศการที่ให้ความรู้เกี่ยวกับน้ำมันเมล็ดคามีเลีย อาทิ เรื่องเล่าของน้ำมันเมล็ดคามีเลีย ประวัติศาสตร์อันยาวนาน ตำนานกล่าวขานผ่านกาลเวลานับพันปี, เหตุการณ์สำคัญแห่งการเดินทางของต้นชาน้ำมันสายพันธุ์คามีเลีย โอลีเฟร่า…จากเมล็ดสู่ป่าและรายได้สู่ราษฎร, เดอะมอลล์ กรุ๊ป 7 ปีแห่งความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการประชาสัมพันธ์และเป็นช่องทางการจำหน่ายน้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์, คุณประโยชน์มหัศจรรย์ น้ำมันเมล็ดคามีเลีย, สีธรรมชาติจากผืนป่า สร้างคุณค่างานหัตถกรรม ฯลฯ

ในการนี้ ได้ทอดพระเนตรร้านพันธมิตรที่เข้าร่วมงานฯ อาทิ กูร์เมต์ มาร์เก็ต, ลูกไก่ทอง, Coffee Beans by Dao, การบินไทย รวมถึงร้านค้าในโซน Food Expo ที่บริเวณควอเทียร์ อเวนิว ชั้น G และแบบจำลองเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
โอกาสนี้ ทรงปรุงอาหารโดยใช้น้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์ เป็นส่วนประกอบ ในเมนู “ทอดมันข้าวโพด” โอกาสนี้ได้ทรงจำหน่ายน้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์ แก่ผู้ร่วมงานและผู้แทนร้านค้าที่ใช้น้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์เป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหาร

โดยประวัติของน้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์ นั้น เริ่มตั้งแต่ปี 2547 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานพระราชดำริให้มูลนิธิชัยพัฒนา ดำเนินการศึกษาและทดลองปลูกต้นชาน้ำมันสายพันธุ์คามีเลีย โอลีเฟร่า จากสาธารณรัฐประชาชนจีน จากนั้นมีพระราชดำริให้จัดตั้ง ศูนย์วิจัยและพัฒนาชาน้ำมันและพืชน้ำมัน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อเป็นโรงงานผลิตน้ำมันจากเมล็ดชาน้ำมันสายพันธุ์คามีเลีย โอลีเฟร่า และพืชน้ำมันชนิดอื่นๆ ซึ่งโรงงานแห่งนี้ได้ผลิตน้ำมันคุณภาพสูงสำหรับการบริโภคและนำไปเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องอื่นๆ เช่น เครื่องสำอาง เป็นต้น

การศึกษาและทดลองปลูกต้นชาน้ำมันสายพันธุ์คามีเลีย โอลีเฟร่า ได้เริ่มดำเนินการในเขตพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริเป็นแห่งแรก ก่อนที่จะขยายไปในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงประมาณ 3,600 ไร่ คิดเป็นต้นชาน้ำมันมากกว่า 900,000 ต้น ถือเป็นการฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรมและเป็นการทดแทนป่าไม้ที่ถูกทำลาย

ขณะเดียวกันสามารถสร้างรายได้ให้แก่ราษฎรในพื้นที่ รวมถึงสร้างความตระหนักรู้ถึงคุณประโยชน์ของการดูแลรักษาป่า และสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างเข้าใจและพึ่งพิงกัน ซึ่งเป็นไปตามพระราชดำริ “คนอยู่ร่วมกับป่า” ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร อันจะนำไปสู่วิถีแห่งความสุข ความสมดุล และความยั่งยืนในที่สุด

ในส่วนของน้ำมันเมล็ดคามีเลียนั้น เป็นที่รู้จักในประเทศจีนนานกว่า 1,000 ปี มีประโยชน์มากมายจนได้ชื่อว่าเป็น น้ำมันมะกอกแห่งโลกตะวันออก เนื่องจากมีองค์ประกอบของไขมันที่ดีต่อร่างกายไม่ด้อยไปกว่าน้ำมันมะกอก และไม่มีกรดไขมันทรานส์ ซึ่งทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมวิตามินเอ ดี อี เค ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้น้ำมันเมล็ดคามีเลียยังมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง ช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดตีบตัน โรคอัมพาต โรคความดันโลหิต โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ
นอกจากนี้ ยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และสารคาเทชินซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานของน้ำมันให้นานขึ้น อีกทั้งน้ำมันเมล็ดคามีเลียมีจุดเดือดสูงมากกว่า 250 องศาเซลเซียส จึงทำให้สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการทอด การผัด การหมักหรือใช้เป็นส่วนผสมของน้ำสลัด น้ำมันเมล็ดคามีเลียถือเป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพของคนทุกเพศทุกวัย

ปัจจุบันน้ำมันเมล็ดคามีเลีย ได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐานจากองค์การอาหารและยา และมูลนิธิโรคหัวใจได้อนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์ “อาหารรักษ์หัวใจ” ในสินค้าน้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภายใต้ตราสินค้าภัทรพัฒน์
“เทศกาลน้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 – 28 กุมภาพันธ์ 2565 ณ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ กรุงเทพฯ ซึ่งภายในงานได้แบ่งพื้นที่การจัดงานออกเป็น 2 โซน ได้แก่ ควอเทียร์ แกลลอรี่ ชั้น M เป็นโซนนิทรรศการ ร้านค้าในเครือมูลนิธิชัยพัฒนา


