‘ตรีนุช’ ปลื้ม สัญจร-สร้างความเข้าใจ สถานศึกษาปลอดภัย 8 จังหวัด เสียงตอบรับล้นหลาม ย้ำอย่าเพิกเฉยต่อปัญหาความรุนแรงเด็ก
เมื่อวันที่ 15 มีนาคม น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ ตนเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสร้างการรับรู้การเข้าถึงระบบมาตรฐานความปลอดภัยสถานศึกษา หรือ SAFE สถานศึกษาปลอดภัย สัญจร ที่ จ.สระแก้ว โดยความปลอดภัยเป็นนโยบายของรัฐบาล และ ศธ.ในการส่งเสริมประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี นำไปสู่การมีความสุขทั้งส่วนตัว ครอบครัว และสังคมโดยรวม ซึ่งเป้าหมายทางการศึกษาจะไม่เกิดผลประโยชน์ใดๆ หากนักเรียนและเยาวชนไม่มีความปลอดภัยเมื่อมาโรงเรียน หรือไม่มีความปลอดภัยในชีวิต สำหรับกิจกรรมที่จังหวัดสระแก้วในครั้งนี้เป็นจังหวัดสุดท้ายที่ ศธ. รณรงค์สร้างการรับรู้เรื่องความปลอดภัย และการรับรู้ถึงช่องทางการรับแจ้งเหตุภัยร้ายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับลูกหลานของเรา ซึ่งการจัดกิจกรรม SAFE สถานศึกษาปลอดภัย สัญจร ใน 7 จังหวัดก่อนหน้านี้ ตนได้เห็นความตื่นตัวของทุกภาคส่วน และชื่นชมนักเรียน ที่เห็นความสำคัญในการช่วยป้องกันภัยร้าย มีการปลูกฝังให้เห็นถึงสาเหตุ และวิธีการรับมือกับภัยร้ายที่เกิดขึ้น ส่วนการปราบปรามเป็นภารกิจที่ ศธ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมมือร่วมใจในการจัดการภัยร้ายต่างๆ ให้เหลือน้อยที่สุด หรือไม่ให้เกิดขึ้นอีก
“ทุกสถานศึกษาต้องไม่เพิกเฉย ต่อปัญหาความรุนแรงในเด็ก เราต้องทำให้โรงเรียนเป็นเสมือนบ้านหลังที่สอง ผู้อำนวยการโรงเรียน และครูในโรงเรียนทุกท่าน เป็นเสมือนเจ้าบ้านที่ต้องให้การดูแลเด็กนักเรียน ที่เป็นลูกหลานของเราอยู่ภายในโรงเรียนได้อย่างปลอดภัย ต้องทำให้พ่อ แม่ หรือ ผู้ปกครองของเด็กนักเรียนมีความไว้วางใจ (Trust) ในการส่งลูกหลานมาโรงเรียน มีความเชื่อใจถึงการให้ความคุ้มครอง และดูแลเด็กให้ได้รับความปลอดภัย มีความมั่นใจว่า เด็กนักเรียนทุกคนจะได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพมากที่สุด” น.ส.ตรีนุชกล่าว
น.ส.ตรีนุชกล่าวด้วยว่า จากข้อมูลล่าสุดมีผู้แจ้งเหตุความไม่ปลอดภัยกับทางศูนย์ MOE Safety Center แล้ว 99 กรณี มีทั้งภัยทะเลาะวิวาท ภัยจากยานพาหนะ เด็กติดเกม ภัยไซเบอร์ ภาวะทางจิต ยาเสพติด การล่วงละเมิดทางเพศ การล่อลวง ภัยจากอาคารเรียนหรือสิ่งก่อสร้าง เป็นต้น ซึ่งทุกกรณีได้มีการติดตาม ตรวจสอบทันทีโดยมี 13 กรณีที่ตรวจสอบแล้ว มีการยกเลิกเหตุ 13 กรณีได้แก้ไขเป็นที่เรียบร้อย 38 กรณี อยู่ระหว่างการดำเนินการติดตามผล 33 กรณี อยู่ระหว่างการเข้าตรวจสอบเหตุ ซึ่งตนจะติดตามความคืบหน้า และการแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด ส่วนกรณีที่ร้ายแรง เช่น การล่วงละเมิดทางเพศ การล่อลวง จะเป็นกรณีที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ โดยหากมีครูถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทำความผิด จะต้องให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ และมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัย และหากพบว่าผิดจริง จะมีการลงโทษขั้นรุนแรงตามระเบียบของข้าราชการอย่างเคร่งครัด

