‘พรมาลา’ ผู้สมัครพระโขนงชูอัตลักษณ์พื้นที่ หนุนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างรายได้สู่ชุมชน ‘ป้อม ลมุลจิต’ พร้อมพัฒนาสายไหมต้องดีกว่าเดิม ‘เย็นฤดี’เขตประเวศชี้เป้าขยะปัญหาใหญ่ของประเวศ อาสาแก้ทั้งระบบ
เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม น.ส.พรมาลา แก้วชนะ (พร) ผู้สมัคร ส.ก. เบอร์ 7 เขตพระโขนง พรรคอนาคตไทย กล่าวหลังลงพื้นที่ฟังเสียงประชาชนในเขตพระโขนง ว่า จากการรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะรวมถึงข้อมูลต่างๆจากพี่น้องประชาชนในเขตพระโขนง พบว่ามีหลายเรื่องที่ต้องการการประสานงานแก้ปัญหาในพื้นที่ ทั้งกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ที่เรียกร้องให้มีตลาดนัดเซเว่นเดย์ ขายได้ทุกวันไม่มีวันหยุด ตลาดนัดชุมชนวิถีไทยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยมีการเก็บขยะจัดระเบียบให้ได้มาตรฐาน ขณะเดียวกันประชาชนยังขอให้ช่วยเหลือ เรื่องการเข้าถึงสวัสดิการของรัฐ ด้านสาธารณสุข ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและรวดเร็วทันต่อสถานการณ์ โดยเรื่องสำคัญยังคงเป็นเรื่องความปลอดภัยบนถนน ที่ยังมีไฟฟ้าส่องสว่าง พร้อมทั้งต้องมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดลดจุดเสี่ยง จุดอับ จุดอันตราย ลดการก่อเหตุร้ายในพื้นที่ รวมถึงขอให้เร่งแก้ปัญหาพื้นผิวถนน ฟุตบาททางเท้า ท่อระบายน้ำที่ชำรุดด้วย
น.ส.พรมาลา กล่าวด้วยว่าสิ่งที่สำคัญต้องมีการประสานงานสำนักงานเขตและผู้ที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนทันต่อสถานการณ์ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ซึ่งตนเองพร้อมที่จะเป็นผู้ประสานการทำงานให้เกิดการมีส่วนร่วมในพื้นที่เขตพระโขนง เป็นเขตที่น่าอยู่ ชูอัตลักษณ์พื้นที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมวิถีไทย เน้นการมีส่วนร่วมเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมชาวพระโขนง

ขณะที่ น.ส.ลมุลจิต วิเชียรศรี (ป้อม) ผู้สมัคร สก. เขตสายไหม เบอร์ 5 พรรคอนาคตไทย กล่าวระหว่างลงพื้นที่พบปะประชาชนในเขตสายไหม ว่า ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ได้ลงพื้นที่ ในเขตสายไหมพบว่าพี่น้องประชาชนต่างสะท้อนปัญหาในพื้นที่มีหลายด้าน เรื่องแรก คือ ปัญหาขยะตกค้าง จัดเก็บไม่ตรงเวลา โดยเฉพาะเขตสายไหมมีตลาดหลายแห่ง ถือเป็นปัญหาหลัก ขณะที่รองลงมา เป็นปัญหาการจราจร ไม่มีจุดเชื่อมต่อบริการรถสาธารณะที่สะดวก สบาย และ ปลอดภัย รวมทั้งปัญหาไฟฟ้าส่องสว่างไม่ทั่วถึง ในจุดสุ่มเสี่ยงอันตรายการก่อเหตุอาชญากรรม ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างนอกจากนั้นยังมีปัญหาด้านสาธารณสุข เจ็บป่วยฉุกเฉิน โควิด-19 ฯลฯ ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงระบบการบริการ สาธารณสุข ไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ขณะเดียวกันต้องยอมรับว่า เขตสายไหม มีกลุ่มคนหลากหลาย มีปัญหาหลายมิติ ที่ต้องมีการบูรณาการเปิดกว้างคนทุกกลุ่ม ให้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น และส่งพลังทางความคิด ได้ร่วมกันแก้ปัญหา ด้วยการนำแนวคิด บ้าน วัด โรงเรียน พัฒนาความรู้ คู่ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อพัฒนาด้านการศึกษา เพิ่มทักษะความสามารถ สร้างงานสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ให้ชาวเขตสายไหม
“มั่นใจว่า หากได้รับโอกาสจากชาวเขตสายไหมให้เข้าไปทำงานสานต่อ จะประสานความร่วมมือทุกฝ่าย มีส่วนร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมทำ ร่วมบริหารจัดการแก้ไขปัญหา ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุข สายไหมต้องน่าอยู่ และดีกว่าเดิม”น.ส.ลมุลจิต

ส่วน น.ส.เย็นฤดี สมาคม ผู้สมัครสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เบอร์ 2 เขตประเวศ พรรคอนาคตไทย(อท.) ลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหามลพิษจากขยะในพื้นที่เขตประเวศและพื้นที่ใกล้เคียง โดยพบว่าเป็นปัญหาที่สะสมเรื้อรังในเขตประเวศมายาวนาน ส่งผลกระทบเรื่องกลิ่นเหม็นรบกวนชุมชนใกล้เคียง และขยะทำให้เกิดน้ำเน่าเสียจนทำให้ประชาชนบางส่วนมีอาการเจ็บป่วยจากมลพิษขยะเหล่านี้
น.ส.เย็นฤดี กล่าวว่า การจัดการขยะ ต้องทำอย่างจริงจัง เป็นประเด็นสำคัญและเร่งด่วนที่ต้องรีบแก้ไข เมื่อเทียบกับหลายประเทศที่สามารถจัดการขยะได้แบบ Zero Waste คือแนวคิดที่ต้องการลดปริมาณขยะให้เหลือน้อยที่สุด หรือไม่สร้างขยะเลย โดยต้องการกำจัดขยะตั้งแต่ต้นทาง เพื่อไม่เกิดมลพิษตามมา ในต่างประเทศทำได้ เขตประเวศและกทม.ก็ต้องทำได้เช่นกัน ตนจึงขออาสาเข้ามาทำงานพร้อมผลักดันการจัดการเรื่องขยะแบบบูรณาการทั้งระบบ ที่ทุกคนในพื้นที่จะได้รับการดูแลแก้ไข พี่น้องชุมชน ประชาชนในเขตประเวศและกทม. ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี สุขภาพดี อยู่อย่างมีความสุข

