สายไฟยังตราตรึง! ‘รัสเซล โครว์’ ถามตรงผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. น้ำท่วม-สายไฟรกจะแก้อย่างไร
เป็นที่ฮือฮาอย่างมากเมื่อนักแสดงดังระดับโลกอย่าง “รัสเซล โครว์” ให้ความสนใจกับการเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคมนี้
อาจเพราะเจ้าตัวเคยมาถ่ายภาพยนตร์และใช้ชีวิตอยู่ใน กทม.ช่วงหนึ่ง เลยมีความผูกพันและเกิดความสงสัยที่ติดอยู่ในใจหลายเรื่อง งานนี้เลยมีการฝากคำถาม ส่งตรงมาถึงผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ ในรายการพิเศษ “22 พฤษภา ชี้ชะตา กรุงเทพฯ กับถกไม่เถียง” ที่ดำเนินรายการโดย “ทิน โชคกมลกิจ” ออกอากาศทางช่อง 7HD ถึง 3 คำถามด้วยกันอย่างเช่นปัญหาที่ใครๆ ก็อยากรู้ อย่างเรื่องการบริหารจัดการน้ำ น้ำท่วมกรุงฯ ตามด้วยเรื่องการสร้างความเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว และสุดท้ายที่ยังคงตราตรึงในใจคงไม่พ้น เรื่องสายต่างๆ ที่ระโยงระยางอยู่ทั่วกรุงฯ


นอกจากนั้น แล้วยังมีคำถามพิเศษคนดังอื่นๆ อย่างเช่น ฮาย อาภาพร นครสวรรค์ หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ (หนุ่ย แบไต๋) ไบรอัน ตัน หรือพลากร แซ่ตัน แก้ว สังกะสี ช่างทาสีชาวกัมพูชา ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) บัวขาว บัญชาเมฆ นักมวย ซึ่งทั้งหมดนี้จะฝากคำถามมาถึงผู้สมัครทั้ง 31 คนที่แบ่งเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 7 คน โดยการจับสลากเพื่อความยุติธรรม
ทั้งหมดนี้ได้หยิบบางช่วงบางตอนจากคำถามของ “รัสเซล โครว์” ในรายการพิเศษ “22 พฤษภา ชี้ชะตา กรุงเทพฯ กับถกไม่เถียง” ดำเนินรายการโดย “ทิน โชคกมลกิจ” ร่วมด้วย ศรีสุภางค์ ธรรมาวุธ และสวิตต์ ลีละพงศ์วัฒนา ออกอากาศทางช่อง 7HD มาดังนี้
คำถามกลุ่มที่ 7 จาก “รัสเซล โครว์”
1.คุณจะแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ อย่างไร?
2.คุณคิดอย่างไรกับสายไฟระโยงระยาง?
3.คุณมีแนวทางอย่างไรที่จะทำให้ชาวต่างชาติที่ต้องการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทยสามารถเข้าถึงได้โดยง่าย?

ผู้สมัครหมายเลข 11 : น.ต.ศิธา ทิวารี
“คำถามของคุณรัสเซล โครว์ นะครับ ในเรื่องแรกก็คือ เรื่องน้ำที่เอ่อล้นแม่น้ำเจ้าพระยาครับ แม่น้ำเจ้าพระยาถ้าเกิดมีน้ำไหลมา ถ้าเกิน 2,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีน้ำจะเอ่อล้นครับ โดยน้ำจะเอ่อล้นเราได้มีการป้องกันแล้วบรรจุสปีดได้ถึง 2,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ได้สร้างเขื่อนไปแล้วนะครับ ยังเหลือจุดฟันหลออีก 11 จุด ได้รับการดูแลเยียวยาไปแล้ว 2 จุด จะมีเขื่อนที่ยังไม่สามารถทำเป็นเขื่อนได้ ดังนั้นน้ำจะลี้เข้ามาเป็น 9 จุด ต้องมีการซ่อมแซมต่อไปนะครับ”

“มาเรื่องที่ 2 นะครับ เรื่องสายต่างๆ ที่ระโยงระยางอยู่เต็มเมืองตรงนี้ใช้งบประมาณอยู่ประมาณหนึ่ง ซึ่งถ้าเกิด กทม.สามารถใช้ได้ ก็น่าจะแก้ไขไปนานแล้ว เพราะมีคนติงเรื่องน้ำมาเป็น 10 ปีแล้วนะครับ แต่ไม่สามารถทำได้ ต้องยอมรับงบประมาณของ กทม. ณ ปัจจุบันมีจำกัด และมีความจำเป็นเร่งด่วนอย่างอื่นนะครับ เอาสายลงใต้ดินทั้งหมดมีมากกว่าปกติถึง 3 เท่า น่าจะต้องทยอยทำไปเรื่อยๆ แต่ต้องเรียนว่า ปัญหาน้ำท่วมก็เป็นปัญหาน้ำท่วมอยู่แบบนี้ สายต่างๆ ที่เอาลงไปก็จะเกิดปัญหาสายหลุดลอกไป”

“เรื่องที่ 3 ครับเรื่องการเป็นเฟรนลี่กับนักท่องเที่ยวครับ คนไทยถ้าเกิดให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวเยอะๆ เราต้องยอมรับเขา เราต้องฝึกภาษาอังกฤษ และก็เรียนรู้ภาษาอังกฤษให้กับเด็กๆ ได้เข้าใจ และเราจะสามารถสื่อสารให้กับชาวต่างชาติได้ ภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากลนักท่องเที่ยวชาติอื่นก็ต้องไปติดต่อการสอนภาษาให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวกับเราเยอะๆ จะเป็นจีน หรืออะไรก็แล้วแต่ครับ ซึ่งตรงนี้ครับ ณ ปัจจุบันอยากมาเที่ยวเมืองไทยมาก แต่เขานั้นผันตัวเองไปอยู่ใน Digital economy กันหมด เพราะไง กทม.ต้องเป็นเมืองทันสมัยรู้จักเอาใจคนที่เป็น Digital economy เขาอยากจะเป็น Work from Bangkok อำนวยความสะดวกให้เขาครับ ทั้ง 3 ข้อคือคำถามทั้งหมดที่ถามมาครับ” น.ต.ศิธากล่าว
ต่อด้วย นาย “วิทยา จังกอบพัฒนา” หมายเลข 31 “เรื่องน้ำท่วมนี่ กรุงเทพฯ เนี่ย มันมี 3 น้ำด้วยกัน คือน้ำเหนือ น้ำฝน แล้วก็น้ำจากอ่าวไทยนะครับ น้ำฝนนี่มันป้องกันลำบาก เพราะว่ามาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ อาจจะพยากรณ์ได้ว่ามีพายุเข้า อันนี้ก็เตรียมตัวล่วงหน้าได้ ส่วนน้ำจากเหนือนี่เราก็ยิ่งเตรียมตัวได้เร็ว เพราะว่ากว่าจะมาถึงนี่เป็น 2 วัน 3 วัน มาถึงกรุงเทพฯนะครับ ส่วนอ่าวไทยเนี่ยมันอยู่ที่น้ำขึ้นน้ำลง เพราะฉะนั้น แต่อ่าวไทยนี่มันป้องกันลำบาก เพราะว่ามันกว้างนะครับ เอ่อก็ต้องจัดว่าเราเตรียมพร้อมว่า อย่างเจ้าพระยาเนี่ยเราอาจจะต้องกั้นคันสูงนะครับ แล้วข้างๆก็มีแก้มลิงด้วยนะครับ วิธีแก้ก็มีแค่นี้เอง”

“ส่วนสายไฟระโยงระยางเนี่ย ทุกประเทศเค้าก็เอาลงใต้ดิน แต่ละประเทศเค้าก็ไม่ได้เอาลงหมดนะครับเค้าก็มีเหลือ แต่ของไทยเนี่ยเงินเรามันน้อย แล้วมันเป็นเรื่องของการไฟฟ้านครหลวง กทม.จริงๆ ไม่เกี่ยวเลยนะครับ จริงๆ ต้องไปขออนุญาตด้วยซ้ำ แล้วก็คงต้องค่อยทำค่อยไป คือ ริมถนนเนี่ยมันเป็นตึกแถวมันระโยงระยางมันลำบาก จะต้องใช้แบบว่าเป็นตึกใหญ่แล้วก็มีตู้สายไฟนะครับ เฉพาะที่อย่างนี้ก็จะช่วยได้นะครับ ไม่ต้องลงทุนเยอะ มันต้องค่อยทำค่อยไปนะครับ จะมารื้อทั้งระบบทีเดียวมันเสียเงินเยอะมาก ต่างประเทศเค้ายังทำไม่หมดเลยนะเว้นบางที่ไว้”
“แล้วก็ส่วนนักท่องเที่ยวนี่นะครับเราจะต้องฝึกนักเรียนของเราให้เป็นไกด์ได้นะครับ แล้วก็เอ่อช่วยเหลือเค้าโดยใช้ให้เค้าเรียนภาษาอังกฤษมากขึ้น ให้เค้าเรียนรู้วัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณี ซึ่งจะเป็นการพบปะแล้วก็ทักทายกันได้ ทำให้เค้าอบอุ่นนะครับ” นายวิทยากล่าว
นายพงศา ชูแนม หมายเลข 30
“ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสัมพันธ์โดยตรงกับการที่น้ำท่วมกรุงเทพฯ ได้มีโครงสร้างพื้นฐานใช้งบประมาณไว้เยอะมาก แต่ไม่ได้เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานกับเทคโนโลยีและวิธีการแก้ปัญหา เราจึงนำเสนอเป็นนโยบายของพรรคกรีนว่าจะใช้ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ พยากรณ์ปริมาณทั้งน้ำฝน น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วไปสัมพันธ์กับเทคโนโลยีระบบการพร่องน้ำนำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดการพร่องน้ำล่วงหน้า พอรู้ว่าฝนจะตก ณ ที่นี่ ปริมาณเท่านี้ แม่น้ำเจ้าพระยามีความสูงระดับนี้ ก็เชื่อมต่อไปสู่ระบบแล้วมันจัดการด้วยตัวมันเอง วันนี้เราขาดแค่นี้เองนะครับ ซึ่งไม่ได้ยากเย็นเลยที่จะทำแบบนี้ มันเป็นสัญลักษณ์ของกรุงเทพไปแล้วนะครับว่ากรุงเทพฯบ้านเมืองนี้ร้อนร้ายวุ่นวายและรุงรัง

ถ้าเห็นเสาไฟฟ้าที่ไหนรุงรังก็บอกไว้เลยว่าเป็นกรุงเทพฯ วิธีแก้ปัญหาก็คือส่วนที่มันเป็นแลนด์มาร์กจริงๆ ก็เอาลงดินซึ่งตอนนี้กำลังทำอยู่แล้ว แต่แน่นอนครับว่า เราไม่มีงบประมาณมากขนาดนั้น ก็ปรับปรุงและใช้ต้นไม้เรามีแนวทางเรื่องการสร้างเส้นทางสีเขียวทะลุทุกมิติใช้ต้นไม้ให้เพิ่มพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพฯ โดยการสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนปลูกต้นไม้ขึ้น โดยให้ค่าตอบแทนตารางวาละ 100

ก็จะทำให้คนกรุงเทพฯ ปลูกต้นไม้สามารถบดบังสายไฟและจัดระบบให้เป็นสีเขียวแทน ซึ่งจะทำให้สวยงามและก็เดินไปตามขั้นตอนของมันครับ ครับในคำถามว่ากรุงเทพฯจะให้สวยงามและเป็นมิตรภาพกับคนทุกคนเนี่ย เนื่องจากกรุงเทพฯรู้สึกเหมือนกับว่า ประหนึ่งว่าเป็นเมืองอาชญากรรมและไม่ได้รับการดูแล ความคิดเรื่องดวงตาสวรรค์ก็คือเชื่อมบล็อกเชนกล้องวงจรปิดว่ากล้องวงจรปิดทั้งของรัฐทั้งของเอกชนและในยานพาหนะ เพื่อที่จะสร้างระบบ AI สังเกตพฤติกรรมว่า พฤติกรรมอย่างนี้อาชญากรรมรึป่าว แล้วก็สร้างมิสเตอร์กรีน
มิสเตอร์กรีนคือ อาสาสมัครผู้มีจิตอาสา อยู่ตามชุมชนอยู่ตามท้องที่ต่างๆ คนใส่เสื้อสีเขียวเป็นมิสเตอร์กรีนคอยรับรู้เรื่องราวคอยสนใจปัญหาเชื่อมต่อไปถึงศาสนและเชื่อมไปยังผู้ว่าฯ” นายพงศากล่าว
ติดตามรายการ “ถกไม่เถียง” ดำเนินรายการโดย “ทิน โชคกมลกิจ” ภายใต้การผลิตของบริษัท เทโร เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ ได้ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 17.00 น.-18.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และสามารถรับฟังผ่านทาง hitz955.com รับชมแบบจัดเต็มได้ทาง https://youtu.be/Fi285xl5Rc4

