เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ที่สโมสรทหารบกวิภาวดี พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานในพิธีประดับเครื่องหมายยศ ร.ต. ให้กับผู้สำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ 5 ประจำปี 2565 โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงกองทัพบก และ พล.ท.วสุ เจียมสุข ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (ผบ.นรด.) และคณะนายทหารให้การต้อนรับ โดยในปีนี้มีผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและเข้าร่วมพิธีฯจำนวน 701 นาย (ชาย 175 นาย, หญิง 526 นาย)

ทั้งนี้ ผบ.ทบ.ได้ให้โอวาทแก่นายทหารใหม่ว่า ขอแสดงความชื่นชมต่อความสำเร็จของผู้ได้รับการประดับเครื่องหมายยศทุกท่าน จากการที่ท่านสมัครใจเข้ารับการฝึกวิชาทหาร ตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 จนสำเร็จการฝึกตามหลักสูตร โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลักนั้น นับได้ว่าท่านเป็นผู้มีจิตสำนึกในความรับผิดชอบ ของความเป็นคนไทย เป็นบุคลากรที่มีคุณค่าของสังคม ประเทศชาติ และนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ท่านคือส่วนหนึ่งของกองทัพบก มีบทบาทสำคัญเป็นกำลังพลสำรองของกองทัพที่พร้อมจะรับใช้ชาติในยามสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อยามที่ประเทศชาติและประชาชนต้องการ ปัจจุบันนี้ทุกประเทศได้ให้ความสำคัญต่อการจัดเตรียมกำลังสำรองว่ามีความสำคัญและจำเป็นยิ่งต่อความมั่นคงของชาติ ดังนั้น การที่ท่านทั้งหลายได้รับการประดับเครื่องหมายยศ เป็นนายทหารสัญญาบัตรในวันนี้ นอกจากเป็นสิ่งยืนยันถึงความพร้อมและความเชี่ยวชาญทางด้านการทหารแล้ว ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบที่พึงมีต่อกองทัพบกและประเทศชาติ ในฐานะที่ท่านเป็นทหารคนหนึ่งอีกด้วยในโอกาสนี้ ขอต้อนรับนายทหารใหม่ทุกท่าน เข้าสู่การเป็นกำลังพลสำรอง เป็นนายทหารสัญญาบัตรกองหนุนของกองทัพบก ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

สำหรับพิธีประดับเครื่องหมายยศ ร.ต.ให้กับนักศึกษาวิชาทหารที่สำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ 5 นี้ เป็นพิธีอันทรงเกียรติ ซึ่งยึดถือปฏิบัติต่อเนื่องกันมานาน ตั้งแต่ปี 2497 เป็นงานใหญ่ประจำปีที่กองทัพบกให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะถือเป็นการให้เกียรติกับนักศึกษาวิชาทหาร ผู้มีความวิริยอุตสาหะ พากเพียรในการฝึกศึกษาจนครบทั้ง 5 ชั้นปี ส่งผลให้กองทัพบกมีกำลังพลที่มีความสามารถ และเป็นกำลังสำคัญของกองทัพบกในอนาคต คุณสมบัติของผู้เข้ารับการประดับยศ คือ เป็นนักศึกษาวิชาทหารที่สำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ 5 และมีคุณวุฒิทางการศึกษาตั้งแต่อนุปริญญาขึ้นไป โดยจะใช้คำนำหน้านามว่า “ว่าที่ ร.ต.” และ “ว่าที่ ร.ต.หญิง” ตลอดไป จนกว่าจะได้รับการพิจารณาเลื่อนยศให้สูงขึ้น และจะไม่มีการปลดคำว่า “ว่าที่” ออก เพราะเป็นทหารกองหนุน
ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งยศเป็นว่าที่ร้อยตรี ถือว่าเป็นกำลังพลสำรองในระดับผู้บังคับบัญชา มีสิทธิ และหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติเช่นเดียวกับทหารกองหนุนประเภทอื่นๆ สามารถแต่งเครื่องแบบทหารในโอกาสต่างๆ ได้ เช่น พระราชพิธี, พิธีสำคัญของทางราชการ, การเรียกกำลังพลสำรองเข้ารับราชการทหาร และในโอกาสสำคัญต่างๆ

