‘From the Land of the Moon’ เล่าเรื่องนิ่งๆ แต่เจ็บปวดถึงหัวใจ

11.11.16 | 10:00 น.

จากนิยายขายดีชื่อดัง From the Land of the Moon ผลงานเขียนของ มิเลน่า อากุส นักเขียนหญิงชาวอิตาเลียน ที่ถูกแปลมาแล้ว 5 ภาษา กลายเป็นภาพยนตร์ โดยฝีมือผู้กำกับหญิง นิโคล การ์เซีย ซึ่งการันตีคุณภาพและความน่าสนใจด้วยการถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลปาล์มทองของเทศกาลหนังเมืองคานส์ครั้งที่ 4

‘From the Land of the Moon’ เล่าเรื่องราวของ ‘กาเบรียล’ หญิงสาวสวยที่ผิดหวังในความรักจนดูผิดเพี้ยนไป ครอบครัวจึงจับแต่งงานกับ ‘โฌเซ่’ คนงานในสวนที่แอบหลงรักเธอแม้ว่าเธอไม่เคยจะเหลียวแล ต่อมาเธอป่วยเป็นนิ่วในไตจึงถูกส่งตัวไปรักษาร่างกายที่สถานบำบัดนาน 6 สัปดาห์ ที่นั่นเธอได้พบและหลงรักทหารหนุ่ม ‘อังเดร’ ที่ป่วยหนัก แรงปรารถนาในใจทำให้เธอสานต่อความสัมพันธ์ที่ยากจะเป็นไปได้

เรื่องราวความรักระหว่าง หนึ่งหญิง สองชาย จึงดำเนินไปด้วยความปวดใจ

STILL 3

หนังเล่าเรื่องไปแบบไม่รีบร้อน ค่อยๆ ฉายภาพให้เราได้ซึมซับบรรยากาศบ้านเมืองฝรั่งเศสในช่วงต้นของสงครามเย็น และได้ทำความรู้จักกับตัวละครอย่างช้าๆ โดยเฉพาะกับตัว ‘กาเบรียล’ ที่เป็นหัวใจสำคัญของเรื่องราวทั้งหมด

Advertisement

ซึ่ง มารียง โกตียาร์ ผู้รับบทนั้น ก็สามารถถ่ายทอดความรู้สึกของตัวละครออกมาได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งท่าทางที่ดูเหมือนคนจิตไม่สมประดี แววตาที่ดูเศร้าหมองและหดหู่ รวมถึงการแสดงออกถึงความต้องการทางเพศที่รุ่นร้อน

ขณะที่ อเล็กซ์ เบรนเดอมิล ก็สามารถสวมบทเป็น โฌเซ่ ชายผู้เงียบขรึมและไม่ค่อยแสดงออกทางอารมณ์ ได้อย่างน่าสนใจและดูมีมิติ

น่าประทับใจ ที่การนำเสนอของหนังไม่หวือหวาเท่าไรนักแต่กลับมัดใจคนดูได้อยู่หมัด ด้วยเนื้อเรื่องที่เข้มข้น การหักมุมที่น่าตกใจ และเต็มเปี่ยมไปด้วยความหมายที่ชวนให้ขบคิดภายหลัง

เพราะเนื้อหาของมันไม่ได้มุ่งเน้นที่เรื่องราวรักใคร่ของชายหญิงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่า ความต้องการและโหยหาความรักแท้อย่างบ้าคลั่งของกาเบรียลนั้น แท้จริงแล้วมาจากการขาดความรักและความอบอุ่นของ “ครอบครัว” เป็นสำคัญ

STILL 2

แม้ว่ากาเบรียลจะเกิดในครอบครัวที่สมบูรณ์แบบคือมีทั้งพ่อและแม่ แต่ที่ผ่านมาเธอไม่ได้รับความเข้าใจจากคนในครอบครัว ไม่แม้แต่จะอยู่ข้างเธอ หรือรับฟังเธอ กลับพยายามบอกว่าสิ่งที่เธอเป็นอยู่นั้นมันผิด

เธอจึงใช้ความปรารถนาอันแรงกล้าของเธอเป็นเครื่องมือในการหลบหนีออกจากความเป็นจริง ตัดสินใจทำอะไรโดยใช้สัญชาตญาณและความรู้สึกมากกว่าความถูกต้อง กว่าจะรู้ตัวก็เกือบสายเกินแก้

มากกว่านั้น หนังยังชวนให้ตระหนักและเห็นค่าความสำคัญของคนใกล้ตัว ขณะเดียวกัน ก็ย้ำเตือนให้รู้ว่า ความต้องการที่มากเกินพอดี จะเป็นสิ่งที่ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเราเอง

ฉะนั้นแล้ว หนังเรื่องนี้จึงเหมาะจะเป็นบทเรียนสอนใจให้กับทุกคนที่กำลังไขว่คว้าหารักแท้