จําได้ว่ามีโอกาสได้สัมผัส มาสด้า เอ็มเอ็กซ์ ไฟว์ (MX-5) ครั้งแรกเมื่อประมาณ 7-8 ปีที่แล้ว จำความรู้สึกตอนนั้นได้ว่า ขับจากกรุงเทพฯไปเขาใหญ่ นึกในใจว่ารถรุ่นนี้มันเล็กพริกขี้หนูชัดๆ เป็นรถขับสนุก ออกจะดิบๆ หน่อย ไม่แปลกใจที่ได้ตำแหน่งรถเปิดประทุนที่ขายดีที่สุดในโลกรุ่นหนึ่ง
วันเวลาผ่านไป ค่ายมาสด้าพัฒนา MX-5 รถสปอร์ตที่สะท้อนตัวตนความเป็นมาสด้าได้ชัดเจนรุ่นหนึ่ง เพราะถ้าดูจากดีไซน์และสมรรถนะการขับขี่ บอกได้เลยว่านี่แหละคือมาสด้าจากอดีตที่เคยซูมซูมมาแล้ว
มาวันนี้มาสด้าพัฒนาไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัว มาสด้า MX-5 ใหม่ ในยุคเทคโนโลยีสกายแอกทีฟกำลังอาละวาดอยู่ทั่วโลกในขณะนี้
MX-5 คือที่สุดตำนานของค่ายรถยนต์จากฮิโรชิม่า เป็นโรดสเตอร์น้ำหนักเบาที่ขายดีที่สุดในโลก พัฒนามาถึงรุ่นที่ 4
ถือเป็นวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีของมาสด้าใหม่ทั้งหมด เริ่มจากการออกแบบเส้นสาย ด้วยการออกแบบโคโดะ ดีไซน์ (KODO Design) ทีเด็ดการออกแบบรถยนต์รุ่นใหม่ของมาสด้า สะท้อนจิตวิญญาณของความเคลื่อนไหว เป็นแนวคิดเปรียบเทียบถึงท่วงท่าของเสือชีตาร์
ไฟหน้า LED ทรงสามเหลี่ยมเรียว แก้มข้างตัวรถออกแบบให้โค้งยื่นออกมาสะท้อนความทรงพลังในการขับขี่ พื้นที่ผู้โดยสารสำหรับ 2 ที่นั่ง หลังห้องโดยสารเป็นที่เก็บหลังคาผ้าใบน้ำหนักเบา เปิด-ปิดง่าย ท้ายสุดเป็นพื้นที่ของห้องสัมภาระ แม้จะดูไม่ใหญ่ตามสไตล์รถสปอร์ต แต่ก็มีพื้นที่มากพอสำหรับกระเป๋าเดินทาง 2 ใบ

ท้ายรถ มาพร้อมไฟท้ายแอลอีดี ยู เชป (LED U Shape) มีโคมกลมสำหรับตำแหน่งไฟเบรก ล้ออัลลอยขอบ 17 นิ้ว พร้อมยาง 205/45/R17
MX-5 ปรับมิติตัวถังใหม่หลายจุด ความยาวรวมลดลงเหลือ 3,915 มม. ลดลง 105 มม.จากรุ่นที่แล้ว กว้างขึ้นจากเดิม 1,735 มม. เพิ่มอีก 15 มม. ความสูงลดลงเหลือ 1,235 มม. ลดลง 10 มม. และระยะฐานล้อลดลง 20 มม. เหลือ 2,310 มม.
จากมิติดังกล่าว ทำให้กลายเป็นโรดสเตอร์ขนาดเล็กน้ำหนักเบา (Light Weight Sport Car) และการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อน้ำหนักของตัวรถลดลงจากเดิม และจากเทคโนโลยีสกายแอกทีฟ ทำให้ลดชิ้นส่วนลงได้มาก โดยเฉพาะการใช้ตัวถังอะลูมิเนียมบอดี้
ที่สำคัญการใช้เทคนิคแกรม สตาติจี (Gram Strategy) ทำให้ลดน้ำหนักลงได้อีก เช่น การเจาะรูคานขวาง การเชื่อมชิ้นส่วนโดยใช้แนวรูปคลื่น การปรับเบาะนั่งให้เล็กลง เพื่อทำน้ำหนักให้เหมาะสม
ส่วนการออกแบบตัวรถภายในห้องโดยสารดูสปอร์ตมากขึ้น แต่ยังคงใช้เอกลักษณ์ภายในสีดำ เบาะนั่งทั้ง 2 ออกแบบด้วยโครงสร้างแบบเอส-ฟิต (S-Fit) เป็นการพัฒนาเบาะนั่งแบบรถแข่ง โอบกระชับคนนั่งแบบที่เรียกว่าบักเก็ต ซีต (Bucket Seat) การตัดเย็บแตกต่างจากรุ่นอื่น มีการเดินตะเข็บและด้ายเป็นพิเศษมากกว่ารุ่นอื่น เครื่องเสียงมาเต็ม ยี่ห้อโบส (Bose) พร้อมลำโพง 9 จุด

ความยาวของห้องโดยสาร 940 มม. ยาวกว่าเดิม 65 มม. ความกว้างเพิ่มขึ้นอีก 10 มม. กว้าง 1,425 มม. ความสูงของห้องโดยสารมีพื้นที่เพิ่ม 10 มม. เมื่อปิดหลังคา หรือมีความสูง 1,055 มม.
MX-5 มาพร้อมเครื่องยนต์สกายแอกทีฟจี ขนาด 2.0 ลิตร บล็อกเดียวกับมาสด้า CX-5 มาสด้า 3 และมาสด้า CX-3 แต่เมื่อมาอยู่ใน MX-5 ปรับแต่งเครื่องยนต์ เช่น ลดกำลังอัดของเครื่องยนต์ลง ส่งผลให้กำลังเหลือ 160 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 200 นิวตันเมตรที่ 4,600 รอบต่อนาที เติมน้ำมัน E20 ได้
เกียร์อัตโนมัติ สกายแอกทีฟไดรฟ์ 6 สปีด พร้อมโหมดปรับอัตราทดเกียร์ด้วยตัวเองหรือแอกทีฟเมติก ควบคุมได้และมีแป้นควบคุม หรือแพดเดิลชิฟต์ (Paddle Shift) ให้ใช้อยู่ด้านหลังพวงมาลัย มีระบบไอ-สต๊อป (i-Stop) เพื่อความประหยัด
แม้ว่ากำลัง MX-5 จะไม่มาก แต่เมื่อมาเทียบกับช่วงล่างที่เซตมาเพื่อความเกาะถนน และไม่ละเลยความนุ่มนวล จนทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าลดความดิบลงไปมากเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนๆ และน้ำหนักตัวเพียง 1,080 กิโลกรัม ถือว่าสมรรถนะลงตัว ให้อารมณ์สปอร์ตชัดเจน
ส่วนการตอบสนองของเครื่องยนต์ทำได้ดี ออกแบบให้คันเร่งแบบติดตั้งกับพื้น ช่วยให้คุมคันเร่งได้แม่นยำขึ้น
ต้องยอมรับว่า MX-5 ไม่ใช่รถแรง แต่เป็นรถขับสนุก เพราะจากโครงสร้างที่บอกว่าทำมาจากอะลูมิเนียมบอดี้และการลดน้ำหนักนั่นเอง ส่วนการเข้าโค้งไม่ต้องพูดถึง ไม่ทำให้เสียชื่อรถโรดสเตอร์ เกาะถนนหนึบ แน่น นิ่ง เนียน การสร้างสมดุลน้ำหนักกับตัวรถและการกระจายน้ำหนักในตัวรถ ถูกสร้างให้มีความสมดุลในอัตรา 50/50 ระหว่างด้านหน้าและด้านหลัง
MX-5 ใหม่ ออกแบบเครื่องยนต์ให้อยู่หลังชุดล้อหน้ามากกว่าเดิมอีก 15 มม. และวางเครื่องยนต์ต่ำลงอีก 13 มม. ให้จุดศูนย์ถ่วงอยู่ต่ำใกล้พื้นมากขึ้น ช่วยลดอาการเหวี่ยงเมื่อเข้าโค้งแรงๆ ได้อย่างดี และยิ่งลดความสูงของเบาะลงอีก 20 มม. ทำงานร่วมกับพวงมาลัยแบบกระชับมือ ทำให้การควบคุมรถทำได้แม่นยำมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีระบบควบคุมความเร็วหรือครุยส์ คอนโทรล (Cruise Control) และยังมีฟังก์ชั่นการขับขี่เพื่อความปลอดภัยอีกครบเครื่อง
มาสด้า MX-5 ราคาจำหน่าย 2,700,000 บาท เป็นรถอีกรุ่นที่เหมาะสำหรับคนชอบขับรถท่องเที่ยว จะเป็นโสดหรือไม่โสดไม่สน ขอเป็นคนใจสปอร์ตเท่านั้นก็พอ












