หน้าแรก Uncategorized ‘เจ้าขอ...

‘เจ้าของรีสอร์ตหลีเป๊ะ’ ร้องสุชาติ ขอความเป็นธรรม ปมที่ดินถูกขายทอดตลาดไม่ตรง ส.ค.1

13.12.22 | 20:16 น.

‘เจ้าของรีสอร์ตหลีเป๊ะ’ ร้อง ‘สุชาติ’ ขอความเป็นธรรม ปมที่ดินถูกขายทอดตลาดไม่ตรง ส.ค.1 โอด 3 เดือนคดีไม่คืบ

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ที่รัฐสภา นายสามารถ เจริญฤทธิ์ ผู้ประกอบการรีสอร์ตแห่งหนึ่งบนเกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล ยื่นหนังสือร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมต่อ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 จากกรณีถูกกรมบังคับคดียึดที่ดินที่อยู่ในการครอบครองสิทธิของนายสามารถนำไปขายทอดตลาดตามคำพิพากษาของศาล แต่ปรากฏว่าที่ดินตามคำพิพากษาของศาลที่อ้างอิงแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) นั้นเป็นคนละแปลงกับที่ดินที่ตั้งของรีสอร์ตของนายสามารถ จนได้รับความเดือดร้อน ไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้ โดยมี นายนาถะ ดวงวิชัย ผู้อำนวยการสำนักงานประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้รับหนังสือแทน

นายสามารถกล่าวว่า เป็นผู้ประกอบการรีสอร์ตบนเกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล โดยได้ซื้อที่ดินมาจากชาวเลท้องถิ่นตั้งแต่ปี 2550 ก่อนจะมีข้อพิพาทกับฝ่ายโจทก์ แอบอ้างว่าได้หุ้นกับตนในการซื้อที่ดินที่เป็นที่ตั้งของรีสอร์ตของตนในปัจจุบัน ทั้งที่เป็นเพียงการกู้ยืมเงิน และตนได้ชดใช้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่โจทก์ได้นำไปฟ้องร้องต่อศาล ศาลก็ได้ตัดสินถึงที่สุดเมื่อปี 2557 ว่าให้ตนและฝ่ายโจทก์แบ่งที่ดินกัน หากตกลงกันไม่ได้ให้นำที่ดินขายทอดตลาด และให้นำเงินมาแบ่งกัน ซึ่งตนก็ได้โต้แย้งคำพิพากษาของศาลว่ายังคลาดเคลื่อนต่อข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายหลายประการผ่านกระบวนการต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจาก ส.ค.1 ที่อ้างตามคำพิพากษาของศาลไม่ใช่จุดที่ตั้งของรีสอร์ตของตน จนถึงปี 2564 กรมบังคับคดีก็ได้นำที่ดินที่พิพาทไปขายทอดตลาด ปรากฏว่าฝ่ายโจทก์ก็เป็นผู้เข้าไปซื้อที่ดินดังกล่าว ภายหลังซื้อแล้วโจทก์ก็ได้นำกลุ่มชายฉกรรจ์เข้ามาบุกรุกพื้นที่รีสอร์ตของตน ทั้งที่ที่ดินตาม ส.ค.1 ที่โจทก์ซื้อจากกรมบังคับคดีอยู่คนละจุดกัน ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่อุทยานฯก็ได้ทำการตรวจสอบรังวัดที่ดิน และตนได้เป็นผู้นำชี้เขตที่ดินที่ปรากฏว่าไม่ตรงตาม ส.ค.1 ที่นำมาอ้าง แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีหนังสือแจ้งยืนยันใดๆ จากทางอุทยานฯ และเนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตราย ตนจึงได้เข้าไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เกาะหลีเป๊ะ ขณะที่ฝ่ายโจทก์เองก็ได้แจ้งความดำเนินคดีกับตนฐานไม่ออกจากที่ดินพิพาท จนตนถูกออกหมายจับ 3 ใบในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา

นายสามารถกล่าวต่อว่า ในช่วงที่มีข้อพิพาทกันเมื่อปี 2557 เป็นช่วงเดียวกับที่มีการจัดระเบียบพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ โดยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติตะรุเตาขณะนั้นได้ออกหนังสือแจ้งผลการรังวัดและเขตตำแหน่งที่ดิน ลงวันที่ 23 พ.ค.2558 ระบุว่า เขตที่ดินตาม ส.ค.1 เลขที่ 25 และเลขที่ 32 ทิศและตำแหน่งที่ดิน ซึ่งใช้กล่าวอ้างในชั้นศาล ไม่สอดคล้องและรองรับกับตำแหน่งที่ดินในพื้นที่จริง และอนุญาตให้ตนเข้าไปดำเนินการในพื้นที่ไว้เป็นการชั่วคราว รวมทั้งยังมีพื้นที่ดังกล่าวก็ได้รับการคุ้มครองตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2541 และต่อมาได้มีมติ ครม.เมื่อวันที่ 26 เม.ย.2561 เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาที่ดินป่าไม้ ซึ่งหลักฐานเหล่านี้ตนได้โต้แย้งให้กรมบังคับคดีทราบว่า ที่ดินที่จะดำเนินการขายทอดตลาดนั้นไม่ถูกต้อง เพราะตรงนั้นถือเป็นที่ดินของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา รวมทั้งโต้แย้งผ่านหน่วยงานต่างๆ ทั้งกรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบ แต่ก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ เลย

Advertisement

“ผมเคารพคำตัดสินของศาล แต่จำเป็นต้องโต้แย้ง เพราะไม่ตรงข้อเท็จจริงข้อกฎหมาย จึงอยากให้กรมบังคับคดี, กรมอุทยานฯ และกรมที่ดิน ช่วยลงไปตรวจสอบว่าที่ดินนั้นตรงตามคำพิพากษาหรือไม่ ถ้าเป็นไปตามคำพิพากษา ผมก็ไม่โต้แย้ง แต่หลักฐานทั้งหมดชัดเจนว่าเป็นที่ดินคนละแปลง ทั้งนี้ ผมได้ไปยื่นเรื่องขอความเป็นธรรมต่อนายกรัฐมนตรี และอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯแล้วด้วย” นายสามารถกล่าว