อธิบดีกรมกิจการเด็กฯ ผนึกกำลัง ปนป.12 หยุดโรคจิตล่อลวงเด็ก ตั้งภาคีเครือข่ายป้องกันวางมาตรการ 5 ข้อ
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม ที่ห้องประชุมกรมกิจการเด็กและเยาวชน ชั้น 11 โซนบี กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชนได้ร่วมหารือกับนักศึกษากลุ่มสิงโตหลักสูตรผู้นำยุคใหม่ระบอบประชาธิปไตย (ปนป.12) สถาบันพระปกเกล้า
โดยนางจตุพร ได้กล่าวขอบคุณและยินดีอย่างยิ่งในการเข้าร่วมเป็นหน่วยงานหลักในการผลักดันการสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนในการล่วงละเมิดทางเพศที่เกิดขึ้นจากช่องทางออนไลน์ ผ่านกิจกรรม “Stop Online Child Sexual Abuse” ซึ่งในที่ประชุมมี นางนันทา ไวคกุล ผู้อำนวยการกองคุ้มครองเด็ก นางสาววราภา สยังกูล ผู้อำนวยการกลุ่มงานเลขานุการคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ และนายโอภาส ภูครองนาค ผู้อำนวยการกลุ่มสื่อสารองค์กร เข้าร่วมประชุมด้วย
จากรายงานผลการศึกษาวิจัยโครงการ Disrupting Harm in Thailand ช่วงปี 2564 ที่จัดทำขึ้นโดยองค์การเอ็คแพท องค์การตำรวจสากล (หรืออินเตอร์โพล) และองค์การยูนิเซฟ พบว่ามีเด็กอายุ 12-17 ปีในประเทศไทยร้อยละ 9 หรือประมาณ 400,000 คน ตกเป็นเหยื่อการถูกแสวงหาประโยชน์ทางเพศและล่วงละเมิดทางเพศผ่านทางออนไลน์ ประกอบกับข้อมูลปี 2565 พบว่าสถิติการถูกล่วงละเมิดทางเพศที่เกิดจากช่องทางออนไลน์กับเด็กและเยาวชนในประเทศไทยมีสถิติอยู่ในอันดับ 1 ใน 5 ของโลก จึงเป็นที่มาของการริเริ่มกิจกรรม “Stop Online Child Sexual Abuse” เป็นส่วนหนึ่งของโครงการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมภายใต้สถาบันพระปกเกล้า โดยมีนักศึกษากลุ่มสิงโต ภายใต้หลักสูตรประกาศนียบัตรผู้นำยุคใหม่ในระบอบประชาธิปไตย (ปนป.) รุ่นที่ 12 จัดหลักสูตรเสริมเพื่อสร้างความตระหนักรู้และวิธีการป้องกันภัยจากอาชญากรรมทางเพศออนไลน์ ซึ่งเป็นภัยคุกคามสังคมสันติของเด็กและเยาวชนไทย อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมปัจจุบัน

นางจตุพร กล่าวว่า ยินดีถ้าจะมีความร่วมมือและขยายไปในส่วนอื่น ๆ ในการดูแลเด็กโดยเฉพาะสื่อโซเชียลการใช้ช่องทางออนไลน์ดิจิทัลต่างๆ (การที่เด็ก)ถูกล่วงละเมิดและถูกแสวงหาผลประโยชน์ทางเพจ ไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหายทางด้านร่างกายเท่านั้น เพราะการถูกล่วงละเมิดดังกล่าวจะเป็นตราติดหัวใจตลอด เราจะต้องช่วยกันและผนึกกำลังกัน และต้องขอบคุณกลุ่มสิงโตหลักสูตร ปนป.12 และขอให้เป็นผู้นำยุคใหม่ในระบอบประชาธิปไตยที่ร่วมสร้างสรรค์สังคมต่อไป ถ้าใครอยากทำงานร่วมในการขยายต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในกลุ่มเป้าหมายเราก็ยินดีพร้อมจะเป็นพันธมิตร
อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า มีกรณีที่เด็กคุยกับผู้ใหญ่ที่ต้องการล่วงละเมิด เข้าหาเด็กผ่านช่องทางออนไลน์ สร้างความไว้วางใจ หลังจากคุยกันเพียงแค่ 7 วัน ได้นัดเจอที่ร้านสะดวกซื้อ และถูกล่วงละเมิดทางเพศในที่สุด ซึ่งเด็กที่ได้รับการล่วงละเมิดทางเพศจะหาทางออกในการทำร้ายตัวเองผ่านความรุนแรงซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต เด็กที่ถูกล่วงละเมิดบางรายต้องย้ายโรงเรียน บางรายไม่สามารถอยู่ในชุมชนและสังคมได้ และหลายรายก็ถูกล่วงละเมิดซ้ำๆ และอาจถึงขั้นจบชีวิตตัวเอง ซึ่งเป็นภัยอันตรายขั้นร้ายแรง ในส่วนของเด็กที่มีความเข้มแข็งทางด้านจิตใจก็จะมีทางออกที่ดีได้ ดังนั้น การร่วมมือกันในเชิงบูรณาการจะช่วยสนับสนุนส่งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเด็กและเยาวชนได้
ปัจจุบันกระทรวงกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้จัดตั้งภาคีเครือข่าย Thailand Safe Internet Coalition และ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชนจะร่วมดำเนินร่วมกันในการจัดกิจกรรม “Stop Online Child Sexual Abuse” จะเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็งได้ กิจกรรมข้างต้นมีเป้าหมายให้เยาวชนที่เข้าร่วมตระหนักและใช้ประโยน์เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันจากการถูกล่วงละเมิดที่เกิดจากช่องทางออนไลน์ได้อย่างเข้าใจ ดังนี้ 1. วิธีการสังเกตและสัญญาณของการเจอผู้กระทำการล่วงละเมิดทางเพศผ่านออนไลน์ (Online Predator) 2. ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้อินเดอร์เน็ตอย่างปลอดภัยต่อตนเองและคนอื่น 3. การให้ความสำคัญและการตั้งค่าความปลอดภัย (Privacy) 4. วิธีการเลี่ยงและปฏิเสธผู้กระทำการล่วงละเมิดทางเพศผ่านออนไลน์ 5. แหล่งติดต่อเพื่อแจ้งเบาะแสและการขอความช่วยเหลือในกรณีที่ตกอยู่ในสภาวะข้างต้น

