หน้าแรก Uncategorized ‘พรรคเป...

‘พรรคเป็นธรรม’ เปิดตัว 6 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ‘กลุ่มปาตานี บารู’ ชิงเก้าอี้ 3 จว.ชายแดนใต้

22.01.23 | 13:43 น.

‘พรรคเป็นธรรม’ เปิดตัว 6 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ‘กลุ่มปาตานี บารู’ ชิงเก้าอี้ 3 จว.ชายแดนใต้ ‘กัณวีร์’นั่งเลขาธิการ ไม่หวั่นมีพรรคใหญ่ลงแข่ง ขอโอกาสคนรุ่นใหม่ เปิดตัวแคมเปญ ‘อยู่เย็น เป็นธรรม’

เมื่อวันที่ 22 มกราคม ที่ รร.รอยัลริเวอร์ฟ พรรคเป็นธรรมจัดการประชุมใหญ่ประจำปี พ.ศ.2566 มีการแต่งตั้งกรรมการบริหารพรรคใหม่ โดยนายกัณวีร์ สืบแสง เป็นเลขาธิการพรรค พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จากกลุ่ม “ปาตานี บารู” ที่จะลงสมัคร ส.ส.ใน จ.ปัตตานี จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส พื้นที่เป้าหมายของพรรคเป็นธรรม จำนวน 6 คน ประกอบด้วย นายฮากิม พงตีกอ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายฮาฟิส ยาโกะ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 จ.นราธิวาส, นายมุสตารซีดีน วาบา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จ.ปัตตานี, นายมูฮัมหมัดกัสดาฟี กูนา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 จ.ปัตตานี, นายสุไฮมี ดูละสะ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 จ.ปัตตานี และนายซูพียัน ดารีอิโซ๊ะ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 จ.ยะลา

นายกัณวีร์กล่าวว่า ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเป็นธรรม มีทั้งนักกิจกรรมที่ทำงานในกลุ่ม ปาตานี บารู กลุ่มนักกิจกรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และนักกิจกรรมที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย การละเมิดสิทธิมนุษยชน ความยุติธรรม การสร้างความเข้าใจอัตลักษณ์วัฒนธรรมมลายูปาตานี และสนับสนุนกระบวนการสร้างสันติภาพ รวมถึงปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ได้รับผลกระทบจากโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ เช่น โครงการโรงไฟฟ้าขยะ กำแพงกันคลื่น นิคมอุตสาหกรรมจะนะ และโรงไฟฟ้าเทพา เป็นต้น

“ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเป็นธรรม เป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีความมุ่งมั่นเข้ามาทำงานการเมือง เพื่อเป็นตัวแทนของประชาชนในพื้นที่ในการกำหนดชะตากรรมของตนเอง ซึ่งพรรคเป็นธรรมสนับสนุนการกระจายอำนาจ มีนโยบายจังหวัดจัดการตนเอง ให้ประชาชนมีส่วนร่วม และทำงานภายใต้หลักมนุษยธรรมนำการเมือง เพื่อสร้างสันติภาพที่กินได้ ผมจึงเชื่อมั่นว่าผู้สมัครของเราจะเป็นกลุ่มคนที่จะสร้างพื้นที่ทางการเมืองในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เข้มแข็งขึ้น” เลขาธิการพรรคกล่าว

Advertisement

ขณะที่ว่าที่ผู้สมัคร เช่น นายไฮมี ดูละสะ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 จ.ปัตตานี กล่าวว่า อยู่กับปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้มาตั้งแต่อายุ 14 ปี เห็นนโยบายของรัฐในการปราบปรามประชาชน ด้วยการออกกฎหมายพิเศษที่ใช้มา 19 ปีแล้ว มีการส่งกำลังทหารไปกว่า 1 แสนคน ใช้งบประมาณไปกว่า 5 แสนล้านบาท แต่ยังไม่สงบและมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างมาก ตนจึงตั้งใจมาทำงานการเมือง เพราะเชื่อว่าการจัดการโดยรัฐแบบนี้ ไม่มีทางออก

นอกจากนี้ นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม เปิดเผยว่า เปิดตัวนโยบาย “อยู่เย็น เป็นธรรม” พรรคเป็นธรรมตั้งใจสร้างบ้านให้เป็นที่อยู่ ที่ทำงาน ที่ใช้ชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความสุขให้ครอบครัว การพัฒนาคนตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยเกษียณ นโยบายเศรษฐกิจเป็นธรรม รัฐต้องสนับสนุนให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนให้ประชาชน สร้างประชาชนให้เป็นผู้ประกอบการยุคใหม่ พร้อมต่อต้านการผูกขาดทางเศรษฐกิจ และสร้างประชาธิปไตยที่เป็นธรรม เน้นการกระจายอำนาจ เช่น แยกธนบุรี เป็นจังหวัดใหม่ เลือกผู้ว่าราชการ พร้อมสร้างความยุติธรรมที่เป็นธรรม ไม่มีอภิสิทธิ์ชน และกฎหมายต้องเป็นธรรม

นายกัณวีร์กล่าวถึงนโยบาย อยู่เย็น เป็นธรรมว่า 90 ปีที่มีประชาธิปไตย ยังไม่สามารถทำประชาธิปไตยให้งอกงามได้ พรรคเป็นธรรมจะยึดหลักมนุษยธรรมนำการเมือง ผ่าน 4 เสาหลัก ประกอบด้วย ประชาชนต้องเป็นศูนย์กลาง, รัฐบาลต้องเป็นกลาง, การไม่เอนเอียง และอิสรภาพในการทำงาน ไม่เอนอิงกับนายทุน และมีนโยบาย “รั้วของบ้าน” จังหวัดจัดการตัวเอง ต้องเริ่มจากป่าล้อมเมือง 31 จังหวัดชายแดน 23 จังหวัดชายฝั่งทะเล และเกาะแก่ง นำร่องกระจายอำนาจปกครองตนเอง

“นโยบายทั้งหมดของพรรคมาจากประชาชนจริงๆ จากโครงการฟังเสียงศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งนำร่องในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้จัดทีมลงไปฟังเสียงประชาชนจริงๆ ว่าเขาต้องการอะไร จะแก้ไขอย่างไร ซึ่งนโยบายแรกคือการจัดการตัวเอง อย่างปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสงขลา มีศักยภาพที่ทำได้ การเลือกตั้งครั้งนี้เราหวังทำงานการเมืองอย่างจริงจังให้ประชาชนคนรุ่นใหม่ได้เข้ามาทำงานเพื่อประชาชนได้จริง จึงหวังว่าประชาชนจะให้โอกาสว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเป็นธรรม” นายกัณวีร์กล่าว