หน้าแรก Uncategorized นาฏศิลป์-มวยไ...

นาฏศิลป์-มวยไทย สื่อกลางสร้างมิตรภาพและความนิยมไทย ในเยาวชนอิสราเอล

14.02.23 | 07:23 น.

นาฏศิลป์-มวยไทย สื่อกลางสร้างมิตรภาพและความนิยมไทย ในเยาวชนอิสราเอล

“เด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า” เป็นคำกล่าวคุ้นหูมาช้านานและมีความเป็นสากล สะท้อนให้เห็นว่าเด็กและเยาวชนเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศชาติ การปลูกฝังเยาวชนเป็นตัวแปรสำคัญที่จะกำหนดคุณภาพของผู้ใหญ่ซึ่งจะมีบทบาทนำในการสร้างสรรค์และกำหนดทิศทางความเป็นไปของสังคมในอนาคต

ด้วยเหตุผลข้างต้น การปลูกฝังความนิยมไทยในกลุ่มเยาวชนจึงถือเป็นภารกิจที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง โดยน.ส.พรรณนภา จันทรารมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ กล่าวว่า ในฐานะนักการทูต เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างความนิยมไทยในกลุ่มเยาวชน ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นกลุ่มที่จะช่วยเป็นกระบอกเสียงประชาสัมพันธ์ประเทศไทยให้แก่ครอบครัวและเพื่อนฝูงของตน แต่ความประทับใจของเยาวชนเป็นความประทับใจที่ฝังรากลึกในหัวใจ และถือเป็นจุดเริ่มต้นของความทรงจำและทัศนคติอันดีต่อประเทศไทยที่จะติดตัวเยาวชนไปจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีบทบาทในสังคม

แรงบันดาลใจดังกล่าวทำให้สถานทูตร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรมการสาธิตนาฏศิลป์และมวยไทยขึ้นที่โรงเรียน Smadar Junior High School เมือง Herzliya Pituach ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงกับสถานทูต โดยมีนักเรียนและคณะอาจารย์จากโรงเรียน Samadar Junior High School และโรงเรียน Treehouse International School กว่า 400 คนเข้าร่วมชมการสาธิต

กิจกรรมนี้ได้รับการจุดประกายจากการที่คณะของ ททท. นำโดยนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการฯ เดินทางเยือนอิสราเอลเมื่อไม่นานมานี้ื่อเป็นเจ้าภาพจัดงาน “Amazing Thailand, Amazing New Chapters” ที่กรุงเทลอาวีฟ ซึ่งหนึ่งในไฮไลท์ของงานนี้คือการสาธิตศิลปะวัฒนธรรมไทย อาทิ โขน มวยไทย ระบำสี่ภาค รวมถึงการสาธิตเพ้นท์ร่มบ่อสร้างของจังหวัดเชียงใหม่ และการแกะสลักผลไม้ โดยคณะไทยมีดี ซึ่งร่วมเดินทางไปกับคณะของ ททท. เพื่อการนี้โดยเฉพาะ

การเดินทางไปอิสราเอลของคณะนาฏศิลป์ไทยในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่สถานทูตจะขยายผลการประชาสัมพันธ์และเสริมสร้างการรับรู้เกี่ยวกับประเทศไทยและวัฒนธรรมไทยในวงกว้างยิ่งขึ้น ท่านทูตพรรณนภาจึงได้ขอให้ ททท. นำคณะนักแสดงจากคณะไทยมีดีไปสาธิตนาฏศิลป์และมวยไทยที่โรงเรียน Smadar Junior High School ต่อในวันรุ่งขึ้นหลังงาน “Amazing Thailand, Amazing New Chapters” ซึ่งท่านผู้ว่าการฯยุทธศักดิ์ก็พร้อมให้การสนับสนุน เช่นเดียวกับทีมงานคณะไทยมีดีก็ตอบตกลงทันทีอย่างไม่ลังเล

Advertisement

อันที่จริงประเทศไทยเป็นจุดหมายด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของชาวอิสราเอล แต่ละปีมีชาวอิสราเอลไปเที่ยวไทยปีละประมาณ 200,000 คน หลายคนชื่นชอบประเทศไทยและอาหารไทย ฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ผู้บริหารของโรงเรียนตอบรับที่จะให้นักแสดงไปสาธิตนาฏศิลป์และมวยไทยที่โรงเรียนด้วยความยินดียิ่ง พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกต้อนรับคณะนักแสดง และจัดเตรียมสถานที่อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ในวันงาน โฆษกของงานได้สอนภาษาไทยสั้นๆ สำหรับการทักทาย ซึ่งนักเรียนหลายคนเมื่อพบเจอกับท่านทูตและท่านผู้ว่าการ ททท. ก็ได้ทักทายด้วยรอยยิ้มและพูดคำว่า “สวัสดีครับ/ค่ะ” ซึ่งคณะนักแสดง สถานทูต และ ททท. ทุกคนก็รู้สึกได้ถึงไมตรีจิตที่หยิบยื่นให้โดยนักเรียนชาวอิสราเอล

การสาธิตนาฏศิลป์และมวยไทยครั้งนี้ คณะไทยมีดีได้คัดเลือกการแสดงที่ไม่เพียงแต่เป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ แต่ยังเป็นการแสดงที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมไทยด้วย กิจกรรมการสาธิตเริ่มอุ่นเครื่องด้วยการสอนให้เด็กนักเรียนรู้จักการไหว้ ต่อจากนั้นเป็นการสาธิตแม่ไม้มวยไทยอย่างถึงพริกถึงขิง เรียกเสียงเชียร์จากนักเรียนได้กระหึ่มพื้นที่ หลายคนแบ่งฝ่ายเชียร์นักมวยทั้งสองอย่างสนุกสนาน หลังจากนั้น นักแสดงได้สอนท่าแม่ไม้มวยไทยพื้นฐานให้แก่นักเรียน ซึ่งผู้ฝึกสาธิตขอรับสมัครผู้สนใจเพียง 10 คน ปรากฏว่าได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม นักเรียนยกมือแทบทุกคน จนครูใหญ่ต้องไปช่วยคัดเลือกนักเรียนชาย หญิงฝ่ายละ 5 คนมาร่วมเรียน

ต่อจากแม่ไม้มวยไทย ก็เป็นการสาธิตนาฏศิลป์ เริ่มด้วยการสอนนักเรียนให้รู้จักวิธีตั้งวงและการจีบ ซึ่งเป็นท่าพื้นฐานของการฟ้อนรำของไทย หลังจากนั้น คุณปุ๋ย หัวหน้าคณะไทยมีดี ได้แสดงระบำฟ้อนนกกิ่งกะหร่า ซึ่งเป็นศิลปะชั้นสูงที่มีต้นกำเนิดจากชาวไทใหญ่ และได้แพร่หลายเข้ามาสู่ภาคเหนือของประเทศไทย มีท่วงท่าการฟ้อนอันอ่อนช้อย กอปรกับปีกนกกิ่งกะหร่าที่สวยงามและสามารถสะกดทุกคนให้ดูการแสดงอย่างตั้งใจ นักเรียนหญิงคนหนึ่งถึงกับร้อนวิชาการจับจีบและตั้งวงที่เพิ่งเรียนมาหมาดๆ จนลงมาฟ้อนรำร่วมกับคุณปุ๋ยด้วยเลยทีเดียว

หลังจากการระบำฟ้อนนกกิ่งกะหร่า การแสดงก็ได้เพิ่มระดับความคึกคักขึ้นด้วยการรำเซิ้ง ทุกคนปรบมือเข้าจังหวะอย่างพร้อมเพรียง หลายคนขยับตัวไปมาอย่างสนุกสนาน พอการแสดงเซิ้งผ่านไปได้สักพัก ก็ถึงเวลาผีตาโขน 2 ตนออกมาแสดงตน เสื้อผ้าหน้ากากที่เต็มไปด้วยสีสัน ท่าทางอันทะเล้นและจังหวะการเต้นอย่างสนุกสนานของผีตาโขนเรียกเสียงหัวเราะและเฮฮาจากนักเรียนได้อย่างดี หลังจากการแสดงสิ้นสุดลง คณะนักแสดงได้เชิญชวนนักเรียนและคณาจารย์มาร่วมรำวงด้วยกัน ซึ่งนักเรียนทุกคนรวมทั้งคณาจารย์ ได้ร่วมกันรำวงพร้อมกันกับนักแสดง ท่านทูตและเจ้าหน้าที่สถานทูตด้วยรอยยิ้มและความประทับใจอันเปี่ยมล้น

การสาธิตนาฏศิลป์และมวยไทยครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน โดยในช่วงท้ายทั้งคณาจารย์และนักเรียนต่างมาขอบคุณสถานทูตที่ได้จัดกิจกรรมดีๆ เช่นนี้ โดยอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนได้กล่าวกับท่านทูตพรรณนภาว่า การแสดงครั้งนี้ถือเป็นการเปิดโลกทัศน์นอกตำราเรียน และเป็นกิจกรรมที่ไม่เคยมีสถานทูตประเทศใดทำร่วมกับโรงเรียนมาก่อน นอกจากนี้ เยาวชนหลายคนยังบอกด้วยว่าอยากจะให้ครอบครัวพาพวกเขาไปเที่ยวประเทศไทย

กิจกรรมอันมีค่ายิ่งกับเยาวชนอิสราเอลและการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทย-อิสราเอลในครั้งนี้เกิดขึ้นได้ด้วยน้ำใจจากผู้ว่าการ ททท. และคณะนักแสดงไทยมีดี ที่ตอบสนองคำขอความร่วมมือของสถานทูตอย่างดียิ่ง ซึ่งช่วยขับเคลื่อนการเสริมสร้างความนิยมไทยในกลุ่มชาวอิสราเอลด้วย soft power ที่มีศักยภาพของไทยในกลุ่มสาขา 5F อันประกอบด้วย Fight, Food, Fashion, Festival และ Film แล้ว ยังเป็นสะพานเชื่อมมิตรภาพอันดีงามระหว่างไทยกับอิสราเอล ซึ่งสถานทูตหวังว่า เมื่อเยาวชนกลุ่มนี้ได้เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ของสังคม ความประทับใจเหล่านี้จะเติบโตไปพร้อมกันในหัวใจของพวกเขา และจะช่วยเสริมสร้างรวมถึงกระชับมิตรภาพในระดับประชาชน อันเป็นรากฐานสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับอิสราเอลต่อไป