สกสว. ชวนถกการศึกษาไทย ‘เส้นทางสร้างครู ครูสร้างเด็ก สร้างสังคม’
เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จัดสัมมนาวิชาการ Education Journey Forum ครั้งที่ 6 หัวข้อ “ครูในฐานะนักขับเคลื่อนการเรียนรู้บนความแตกต่างหลากหลาย” โดยมี ศาสตราจารย์ นายแพทย์ วิจารณ์ พานิช ผู้ก่อตั้งสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย และประธานที่ปรึกษาคณะทำงานบูรณาการประเด็นยุทธศาสตร์ ววน. (Strategic Agenda Team: SAT) ด้านการศึกษาและการเรียนรู้ ศาสตราจารย์ดร.เจตนา นาควัชระ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ อดีตคณบดีคณะอักษรศาสตร์ และอดีตรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และที่ปรึกษาคณะทำงานช่วยเหลือเด็กเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.แพร ศิริศักดิ์ดำเกิง ผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจการพัฒนา ววน. ด้านสังคม สิ่งแวดล้อม เชิงพื้นที่และลดความเหลื่อมล้ำ สกสว. ผู้ทรงคุณวุฒิ และ เครือข่ายการขับเคลื่อนด้านการศึกษาและการเรียนรู้ ร่วมการสัมมนา
ศาสตราจารย์ดร.เจตนา นาควัชระ กล่าวว่า กระแสโลกาภิวัตน์ ได้เข้ามาครอบงำสังคมไทย และ โลก ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องมีการศึกษาและเรียนรู้วิธีการเรียนรู้ โดยการเรียนรู้อย่างไทยในกระแสโลกาภิวัตน์ ซึ่งสามารถแบงออกเป็น 2 ส่วน คือ
1.การเรียนรู้วิธีการเรียนรู้ จากสังคมประเพณี อาทิ การเรียนรู้เรื่องมนุสัมพันธ์ หรือ การเรียนรู้แบบซึ่งหน้า ซึ่งอาจจะไม่จำเป็นสำหรับปัจจุบัน สัมพันธภาพแนวนอน เช่น ความสัมพันธ์ของพี่น้อง ความสัมพันธ์ ระหว่างเพื่อนร่วมงาน ชุมชน เพราะในแต่ละชุมชนมมีเรื่องดีดีอยู่ วัฒนธรรมระนาดทุ้ม หรือ วัฒนธรรมที่ไม่ต้องการความโดดเด่น ความสามารถหลากหลายทาง ต่างกับปัจจุบันที่เน้นความสามารถเฉพาะด้าน กิจกรรมเชิงปฏิบัติการ ความสามารถในการ “ด้น” จากลิเกไทย หรือ การแสดงแบบไทย และ การผลิตที่ใช้เงินตราเป็นเครื่องอำนวยความสะดวก ที่เปลี่ยนจากเงินเพื่อซื้อขาย มาเป็นตัวกำหนดชีวิต
2. การเรียนรู้วิธีการเรียนรู้ จากโลกาภิวัตน์ อาทิ การเรียนรู้จากสื่อและเทคโนโลยี องค์กรขนาดใหญ่ ที่สั่งการจากบนลงล่าง โลกไร้พรมแดน ประชาสัมพันธ์และโฆษณา (ชวนเชื่อ) ต้องโดดเด่น และ เป็นที่รู้จัก ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน การให้ความสำคัญต่อทฤษฎี การสร้างระบบ และเงินตรากำกับชีวิต
นอกจาก การเรียนรู้อย่างไทยในกระแสโลกาภิวัตน์ ศาสตราจารย์ดร.เจตนา ได้นำเสนอ 11 ปรากฎการณ์ระดับโลก ที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ และประสบการณ์ ประกอบด้วย
1.ความรวดเร็วของชีวิตในปัจจุบัน ทำให้ผู้คนมีเวลาในการคิด การไตร่ตรองน้อยลง
2. เทคโนโลยีเปลี่ยนจากเครื่องมือไปเป็นวิถีชีวิต เช่น การใช่นโยบาย 4.0
3. ความท่วมท้นของข้อมูล ที่ต้องวิจารณญาณ
4. ความล่มสลายของสิ่งแวดล้อม
5.ปัญญามนุษย์ไล่ไม่ทันปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งจำเป็นต้องหาหนทาง พัฒนาปัญญามนุษย์ ให้เหนือกว่าปัญญาประดิษฐ์
6.พยาธิสภาพที่มนุษย์ควบคุมไม่ได้
7.สงครามในฐานะอัตวิบาตกรรม
8.ความถดถอยของกลไกของรัฐ
9. ความยากจนของคนส่วนใหญ่
10. ความสับสนและซับซ้อนของกฎหมายและกฎระเบียบ : ความย่อหย่อนนการบังคับใช้
11. มรณกรรมของวิทยาทาน : การศึกษาในคราบของการผลิตและจำหน่ายสินค้า
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จะเป็นตัวกำหนดบทบาทของครูปัจจุบัน ที่ต้องปรับตามการเปลี่ยนแปลง เช่น ครูควรรับประสบการณ์อันหลากหลาย, ครุ่นคิด พินิจ นึก รวมมถึงกระบวนการลดความเร็ว, การตีความประสบการณ์, การเชื่อมโยงประสบการณ์, ทวิวัจน์ (dialogue) ในฐานะกลไกในการเสริมสร้างปัญญา, การถางทางไปสู่วัฒนธรรมแห่งการวิจารณ์, สุนทรียภาพแห่งการเรียนรู้

