ถอดรหัส ‘สโลแกน’ จุดขายงานครีเอทีฟพรรคการเมือง
หมายเหตุ – นักวิชาการวิเคราะห์สโลแกน ของพรรคการเมืองระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง ความหมายและต้องการสื่อไปถึงผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงอย่างไร

ผศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว
อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
หากกล่าวถึงสโลแกน หรือมอตโต้ ทางการเมือง มองว่าสะท้อนถึงนโยบายของแต่ละพรรคที่จะทำอะไรเพื่อประชาชน
ประการต่อมาคือ แสดงถึงจุดยืนทางการเมืองของพรรค คำสั้นๆ เพียงประโยคเดียวสะท้อนภาพรวมทั้งหมด พยายามคิดคำออกมาให้ประชาชนได้เข้าใจ
อาจจะทำให้การหาเสียงง่ายขึ้น เห็นได้จากพรรคเพื่อไทย คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน แสดงให้เห็นว่าเรื่องใหญ่ๆ สามารถทำเป็นได้ด้วย มีผลง่ายต่อการสื่อสาร เพราะบางครั้งนโยบายมีหลายสิบหน้าหลายประเด็น เวลาสื่อสารกับประชาชนอาจเกิดความเบื่อหน่าย เข้าใจยาก หากใช้คำสั้นๆ กระชับ เพียงคำเดียว ประโยคเดียวทำให้ประชาชนเข้าใจว่า พรรคการเมืองนั้นต้องการสื่อสารอะไรในเชิงนโยบายและในเชิงอุดมการณ์
ส่วนสโลแกนจะมีการสะท้อนในเรื่องนโยบายของพรรคการเมืองแต่ละพรรค อาทิ เพื่อไทยทิศทางต้องการสร้างโครงการมากมาย เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ หรือ ลุงป้อม 700 บาท เติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นเดือนละ 700 บาท หรือพรรคประชาธิปัตย์ จะขายประชาธิปไตย แนวคิดที่ทันสมัย
สโลแกนของทุกพรรคมีความสำคัญ แต่มองว่าของพรรคภูมิใจไทย พูดแล้วทำ คือสัญญาใจกับประชาชน ใช้ภาษาง่ายๆ หากมองอีกทางหนึ่งจะไปสะท้อนถึงพรรคการเมืองบางพรรคพูดแล้วไม่ทำ หรือสโลแกน คิดใหญ่ ทำเป็น ของเพื่อไทย แสดงให้เห็นว่าคิดใหญ่และก็ทำเป็นด้วย และอาจชี้ว่าหลายพรรคคิดใหญ่แต่ทำไม่เป็นก็มี เป็นการเสียดสีกันในทางการเมืองไปด้วย
สำหรับสโลแกนเกี่ยวกับพรรคการเมือง ในมุมส่วนตัวจะต้องไม่ยาวและไม่เยิ่นเย้อ สะท้อนหัวใจของนโยบาย อาจจะเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง หรือต้องการประชานิยม ลด แลก แจก แถม ไม่เช่นนั้นจะสะเปะสะปะ และเกิดภาพไม่ชัดเจน
มอตโต้ของ พล.อ.ประยุทธ์ ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อแสดงให้เห็นว่าทำอยู่ ทำต่อ เพราะทำหน้าที่ยังไม่เสร็จนี่คือเหตุผลที่จะต้องไปต่อ คนที่ชอบก็จะแสดงความเห็นว่า ต้องอยู่ต่อเพราะงานไม่เสร็จ ส่วนคนไม่ชอบก็จะบอกว่า แล้วที่ผ่านมาทำไมไม่ทำ แล้วจะเสร็จได้อย่างไร แล้วจะอยู่ต่ออย่างไร จึงมองได้ว่าเป็นดาบสองคม
พรรคเพื่อไทย คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคนมองว่าสโลแกนนี้ดี ชัดเจนคือ คิดใหญ่ ทำใหญ่ และทำเป็นด้วย ตบท้ายด้วยเพื่อไทยทุกคน ซึ่งเป็นการสะท้อนความหวังของประชาชน ถือเป็นสโลแกนที่ดี
พรรคประชาธิปัตย์ ทำได้ไว ทำได้จริง คงต้องการสะท้อนความทันสมัยบางอย่าง พรรคประชาธิปัตย์กลัวคำว่า conservative หรืออนุรักษนิยม ทั้งที่เป็นจุดแข็งและจุดได้เปรียบมาก จึงพยายามสร้างสิ่งที่เรียกว่าทันสมัย ทำได้ไว ทำได้จริง คือพยายามปิดกลบเกลื่อนจุดแข็งของตัวเอง จึงพยายามแก้ตัวเองว่าไม่ใช่ พรรคอนุรักษนิยม ไม่ใช่ล้าหลัง แต่ทำได้ไว ทำได้อย่างทันสมัย แต่ในความเป็นจริงคำว่า conservative อาจจะใช้คำว่า อนุรักษนิยมใหม่ จะทำให้เห็นว่ายังเป็นการรักษาฐานเดิม และต่อยอดฐานใหม่ คิดว่าจะสอดคล้องกับอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์มากกว่า แต่เกิดความสับสนในอุดมการณ์ของพรรค จุดยืนของพรรค และไปด้อยค่าอุดมการณ์ของตัวเอง
พรรคภูมิใจไทย พูดแล้วทำ คิดว่าเป็นเรื่องการท้าทายเกี่ยวกับนโยบายกัญชาเสรี ปลดล็อกกัญชาจากยาเสพติด ทำให้รู้สึกว่าที่ผ่านมานักการเมือง พรรคการเมืองหาเสียงไปแล้ว ไม่ทำ หาเสียงเพื่อให้ชนะการเลือกตั้งเท่านั้น แต่พรรคภูมิใจไทยพยายามทำในสิ่งที่เรียกว่า สัญญาประชาคม หรือสัญญาใจกับประชาชนว่าพูดจริงทำจริง ทำทันที ใจถึง พึ่งได้ ทำให้ประชาชนเข้าใจได้ง่าย
พรรคพลังประชารัฐ ก้าวข้ามความขัดแย้ง ส่วนหนึ่งอาจมาจากจุดอ่อนของพรรค จึงจำเป็นปรับยุทธศาสตร์ทางการเมือง พรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำรัฐบาล และ พล.อ.ประยุทธ์ย้ายออกไปแล้ว พรรคพลังประชารัฐจะต้องวางสถานะใหม่ทางการเมืองเพื่อให้พรรคอยู่ได้ มองว่าเป็นสโลแกนที่ฉลาด ในการปรับสร้างความยืดหยุ่นทางการเมือง ปรับรูปแบบเพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง และอาจแปรความหมายได้ว่า พรรคพลังประชารัฐสามารถไปได้ทุกพรรคการเมือง เปิดช่องให้มีโอกาสยืดหยุ่นไปได้หมด ซึ่งแตกต่างจากพรรครวมไทยสร้างชาติ
พรรคก้าวไกล ก้าวต่อไป เพื่ออนาคตไทยทุกคนสโลแกนนี้ชัดเจน เพราะถือว่าเป็นความหวังของประชาชน โดยไม่ต้องมองว่านโยบายจะขายอะไร แต่จะต้องทำต่อไป และทำเพื่อประชาชนโดยรวม เห็นมี 2 พรรคเท่านั้นคือพรรคเพื่อไทยและก้าวไกล ที่สะท้อนความหวังร่วมทางการเมืองกับประชาชน
ไม่ว่าจะเป็นสโลแกน หรือนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ หากพูดแล้วไม่ทำตามสัญญา เสียงสะท้อนจากสังคมจะดังขึ้นผ่านโซเชียล ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ รวมทั้งสื่อมวลชน จะเริ่มมีการชำแหละกันมากขึ้น เสียงของประชาชนดังขึ้นทุกขณะ พูดไปแล้วทำไม่ได้ก็จะถูกประจานหนักยิ่งขึ้น

รศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์
อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
สโลแกนของพรรคการเมืองที่ประกาศออกมาในช่วงนี้ มีหลายอย่างที่น่าสนใจ
พรรครวมไทยสร้างชาติ ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ คงต้องการสื่อถึงตัว พล.อ.ประยุทธ์โดยตรง ที่มีภาพลักษณ์แก้ไขปัญหาความไม่สงบภายในประเทศ แต่ก็อาจถูกมองย้อนแย้งกับช่วงทำรัฐประหาร พล.อ.ประยุทธ์บอกว่า จะอยู่อีกไม่นาน ตอนนี้อยู่มา 8 ปีแล้ว และยังอยากอยู่ต่ออีก รวมทั้งปัญหาด้านเศรษฐกิจมีภาพจำว่าภาพรวมเศรษฐกิจล้มเหลว จะมีคำถามอีกว่า ยังจะอยู่ทำต่ออีกหรือ ยังไม่นับรวมเรื่องคอร์รัปชั่นในหน่วยงานรัฐ วงการตำรวจ ทุนจีนสีเทา จึงคิดว่าการจะนำ พล.อ.ประยุทธ์มาขายอย่างเดียว คงจะขายได้ยากมาก
พรรคเพื่อไทย คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน เป็นสโลแกนที่พยายามขายความสำเร็จของนโยบายที่เคยทำมาตั้งแต่ยุคของพรรคไทยรักไทยถึงยุคพรรคเพื่อไทยในปัจจุบัน โดยเฉพาะนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคได้รับความนิยมจากประชาชนจำนวนมาก อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นว่าพรรคอื่นทำไม่เป็น ดีแต่พูด ซึ่งไฮไลต์ ทำเป็น จึงมีโอกาสขายได้ในระดับหนึ่ง เพราะมีผลงานที่จับต้องได้
พรรคประชาธิปัตย์ ทำได้ไว ทำได้จริง ซึ่งนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค พยายามชูเรื่องการเดินทางไปขายสินค้าเกษตรในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นข้าว ยางพารา พยายามใช้คำพูดว่า ทำได้จริง ขึ้นป้ายทั่วประเทศ มีรูปนายจุรินทร์อยู่ในป้ายเดี่ยวๆ เพื่อสะท้อนให้ประชาชนได้รับรู้ว่า นายจุรินทร์มีผลงานเชิงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจสู่รากหญ้า ซึ่งถือว่าดีระดับหนึ่ง พอขายได้ แต่มองว่ายังไม่ใช่จุดแข็งของพรรค
พรรคภูมิใจไทย พูดแล้วทำ ต้องการชี้ให้เห็นว่าได้นำนโยบายหาเสียงมาทำทุกเรื่อง ส่วนทำแล้วจะได้ผลมากน้อยแค่ไหนก็อีกเรื่อง อยู่ที่ประชาชนจะเป็นคนตัดสินใจโดยเฉพาะนโยบายกัญชาเสรีที่ทำแล้วกลายเป็นดาบสองคม แต่แสดงให้เห็นแล้วว่า พูดจริง ทำจริง สไตล์นักเลง
พรรคพลังประชารัฐ ก้าวข้ามความขัดแย้ง เพื่อทำให้คนรับรู้ว่า พรรคนี้ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน เพราะสามารถจับมือกับทุกกลุ่มการเมือง ไม่ได้ขาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ โดยตรงถือว่าเป็นสโลแกนน่าสนใจมาก สามารถป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลได้เลยทีเดียว
สโลแกนถือว่ามีอิทธิพลระดับหนึ่ง ทำให้คนจดจำได้ง่าย ขณะเดียวกันก็จะสะท้อนให้คนจับตาผลงานของพรรคนั้นๆ หลังจากเลือกตั้งเข้ามาแล้ว ถ้าทำได้ตามสโลแกนที่ตั้งไว้ ก็ถือว่าดีไป แต่ถ้าทำไม่ จะย้อนกลับมาทำร้ายพรรคการเมืองนั้นในอนาคต

ผศ.ปฐวี โชติอนันต์
อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
สโลแกนของแต่ละพรรคการเมืองมีความสนใจและแตกต่างกันอย่างมาก พรรครวมไทยสร้างชาติ พล.อ.ประยุทธ์ชู 3 คำ คือ 3 ทำ ทำแล้ว-ทำอยู่-ทำต่อ แสดงให้เห็นว่า ตัวแทนจากพรรคที่จะลงชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เคยมีอำนาจและบริหารงานมาก่อน อยากขอโอกาสจากประชาชนอีก เพื่อทำงานต่อจากที่ยังทำไม่แล้วเสร็จ แต่เมื่อเทียบกับผลงานที่ผ่านของ พล.อ.ประยุทธ์ 8 ปี ทำให้เกิดคำถามสำคัญคือ ทำอะไรไปแล้วบ้างหรือมีการพูดกันต่อว่าทำอะไรเป็นไหม มีผลงานอะไรสำคัญๆ ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในประเทศ หรือแก้ไขความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย คนจนที่รัฐบาลเคยประกาศไว้หมดไปหรือยัง หรือความขัดแย้งทางการเมือง ยังมีเยาวชนจำนวนมากถูกจับติดคุกหรือต้องหนีภัยออกนอกประเทศ สิ่งเหล่านี้เป็นคำถามที่คนในสังคมบางกลุ่มถามย้อนกลับไปที่สโลแกนนี้
พรรคเพื่อไทยมีสโลแกน คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคนและอีกสโลแกน เพื่อไทยแลนด์สไลด์ บอกถึงสิ่งที่พรรคจะทำต่อไปในอนาคตในเรื่องการออกนโยบายครอบคลุมกับคนทุกกลุ่มในสังคม และหลายปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข มีบางกลุ่มถูกทิ้งไว้ข้างหลัง สิ่งเหล่านี้เพื่อไทยสะท้อนออกมาในสโลแกนพรรคที่จะเข้ามาแก้ไขเรื่องดังกล่าว กล่าวอีกนัยหนึ่งพรรคเพื่อไทยก่อนหน้านั้นคือ พรรคพลังประชาชน และพรรคไทยรักไทย เคยมีผลงานที่เป็นรูปธรรมชัดเจนในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะพรรคไทยรักไทยที่มีนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน สโลแกนของเพื่อไทยจึงออกมาให้ประชาชนเห็นภาพสิ่งที่เคยทำในอดีตว่า ครอบคลุมคนทุกกลุ่มและแก้ไขปัญหาในระดับเชิงโครงสร้างมากกว่าการแจกเงิน
ขณะที่ เพื่อไทยแลนด์สไลด์ สะท้อนจุดยืนในการเลือกตั้งครั้งนี้ต้องการให้ได้เสียงมากกว่า 375 เสียง สามารถจัดตั้งรัฐบาลเพื่อนำนโยบายมาปฏิบัติได้จริง คิดว่าสโลแกนนี้ติดหูคนอย่างมากและส่งผลต่อการเลือกตั้งที่ใกล้จะถึงนี้
พรรคประชาธิปัตย์นั้น รอบนี้ได้เลือกใช้สโลแกน ทำได้ไวทำได้จริง กำลังบอกว่านโยบายของพรรคที่ผ่านมาทำสำเร็จ และนโยบายออกมาในการเลือกตั้งครั้งนี้ ถ้าพรรคได้เป็นรัฐบาลจะสามารถทำได้สำเร็จจริง แต่เมื่อมองการทำงานที่ผ่านมา หลายคนอาจจะเห็นว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์มีหัวหน้าพรรคนั่งอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาสินค้าราคาแพงได้
พรรคพลังประชารัฐ ก้าวข้ามความขัดแย้ง มองว่าสวนทางกับการดำเนินนโยบายและการทำงานของพรรคในช่วง 3 ปีกว่าที่ผ่านมาอย่างมาก พรรคพลังประชารัฐถูกคนในสังคมที่เรียกตัวเองว่าฝ่ายประชาธิปไตย มองว่าเป็นคู่ขัดแย้งสำคัญทางการเมือง พรรคพลังประชารัฐถูกมองว่าเป็นนั่งร้านสืบทอดอำนาจให้กับ คสช.ที่ยึดอำนาจปี 2557 อย่างไรก็ตาม หากพรรคจะยังใช้สโลแกนลักษณะนี้ สิ่งที่หัวหน้าพรรคต้องทำคือ การออกมาขอโทษประชาชนถึงการมีส่วนร่วมในการทำรัฐประหาร ยอมรับผิดกับคนในสังคม และประกาศพร้อมสนับสนุนระบอบการเมืองประชาธิปไตย จะช่วยทำให้พรรคพลังประชารัฐและหัวหน้าพรรคมีความชัดเจนมากขึ้นในการพาประเทศออกจากความขัดแย้งและให้ความสำคัญกับระบอบประชาธิปไตย
สโลแกนก้าวข้ามความขัดแย้ง ยังสามารถมองอีกมุมหนึ่งได้ว่า กำลังส่งสัญญาณให้พรรคการเมืองฝ่ายค้านในตอนนี้ว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคพลังประชารัฐพร้อมจับมือและตั้งรัฐบาลร่วมกัน
พรรคภูมิใจไทย พูดแล้วทำ สะท้อนถึงนโยบายที่พรรคเคยหาเสียงกับประชาชนไว้ได้ถูกทำสำเร็จเรียบร้อยแล้ว และประชาชนสามารถรับรู้ได้ ชัดเจนที่สุดคือ กัญชาเสรี ซึ่งไม่ได้หมายความว่าดีหรือไม่ดีอย่างไร แต่หมายถึงสิ่งที่หาเสียงไว้ทำได้จริง พรรคภูมิใจไทยตอบโจทย์ในจุดนี้ ไม่ใช่ดีแต่พูด หรือพูดแล้วทำไม่ได้
กล่าวโดยสรุป หากพรรคนั้นๆ มีผลงานดีและสโลแกนสะท้อนถึงผลงาน ตัวตนของพรรค วิสัยทัศน์ของพรรค สิ่งเหล่านี้มีพลังอย่างมากต่อการรับรู้ทางการเมืองของประชาชนว่า พรรคการเมืองไหนได้ทำอะไรมาแล้วบ้าง และพรรคไหนทำได้จริงมากน้อยเพียงใด

