หน้าแรก Uncategorized สำนักคุ้มครอง...

สำนักคุ้มครอง? // โดย วสิษฐ เดชกุญชร

13.12.16 | 13:13 น.

จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่ปรากฏว่าทางบ้านเมืองสามารถทำอะไรนายไชยบูลย์ สุทธิผล หรือ พระธัมมชโยได้ แม้จะมีการออกทั้งหมายเรียกและหมายจับ และขีดเส้นตายแล้วหลายเส้น นายไชยบูลย์ยังซ่อนตัวอยู่ในวัดพระธรรมกายที่จังหวัดปทุมธานี ในขณะเดียวกันสานุศิษย์ของวัดพระธรรมกายเป็นจำนวนมากก็ยังชุมนุมกันอยู่ในวัด โดยอ้างว่าเป็นการชุมนุมเพื่อสวดธัมมจักกัปปวัตนสูตรให้ครบหลายล้านเที่ยว ส่วนทางด้านนอกวัดก็มีการวางพนักงานรักษาความปลอดภัยซึ่งตรวจการเข้าออกวัดอย่างเข้มงวด เหมือนกับว่าวัดนั้นเป็นสถานที่สำคัญอย่างยิ่งที่ต้องป้องกันอันตรายมิให้เกิดแก่วัด

ที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นความคืบหน้าของมาตรการที่กระทำต่อลัทธิธรรมกายอย่างหนึ่งนั้นได้แก่การที่กรมสอบสวนคดีพิเศษมีหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ขอให้พิจารณาระงับการเผยแพร่ภาพและเสียงของสถานีโทรทัศน์วัดพระธรรมกาย (DMC) ชั่วคราว เนื่องจากสถานีโทรทัศน์วัดพระธรรมกายได้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเชิญชวนให้ผู้ที่มีความเชื่อถือและศรัทธาต่อวัดพระธรรมกายและนายไชยบูลย์ไปรวมตัวกันทำพิธีกรรมทางศาสนา

แต่แท้จริงเพื่อขัดขวางไม่ให้เจ้าพนักงานปฏิบัติงานตามหน้าที่ และช่วยเหลือไม่ให้นายไชยบูลย์ถูกจับกุม ซึ่งหากปล่อยให้สถานีโทรทัศน์วัดพระธรรมกายเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นการชักชวนยุยงเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน หรือเพื่อให้ประชาชนละเมิดกฎหมายแผ่นดินต่อไป อาจเกิดการกระทบกระทั่งกับเจ้าพนักงานผู้ปฏิบัติหน้าที่จนเกิดเหตุรุนแรงและเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งรัฐได้ จึงขอให้มีการพิจารณาระงับการเผยแพร่ภาพและเสียงที่นำเสนอผ่านสถานีโทรทัศน์และสถานีวิทยุกระจายเสียงของวัดพระธรรมกายเป็นการชั่วคราว

กสทช.ได้สั่งระงับออกอากาศของสถานีวิทยุของวัดพระธรรมกายตั้งแต่วันที่่ 8 ธันวาคม แต่ก็เป็นเวลาเพียง 30 วันเท่านั้น หากจะดูรายการของสถานีวิทยุโทรทัศน์ DMC และสถานีวิทยุกระจายเสียงของวัดพระธรรมกายแล้ว ก็จะเห็นว่านอกจากสถานีนี้จะเผยแพร่ข่าวกิจกรรมของวัดพระธรรมกายแล้ว สถานียังเผยแพร่คำสอนที่ถูกตั้งข้อสงสัยคำสอนในพระพุทธศาสนาทั้งเป็นภาษาไทยและภาษาต่างประเทศมาเป็นเวลาแรมปี

  ฉะนั้นสถานีวิทยุโทรทัศน์และสถานีวิทยุกระจายเสียงของวัดพระธรรมกายจึงอาจเป็นอันตรายไม่แต่ต่อความมั่นคงของประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังอาจเป็นอันตรายต่อพระพุทธศาสนาทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศทั่วโลกด้วย

Advertisement

หน่วยราชการหนึ่งซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการสอดส่องดูแลและคุ้มครองพระพุทธศาสนานั้นคือสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งขึ้นต่อสำนักนายกรัฐมนตรี แต่ก็ไม่เคยปรากฏว่าสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้เคยดำเนินมาตรการอย่างใดกับวัดพระธรรมกาย ร้ายยิ่งกว่านั้นยังเคยปรากฏว่าสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติเคยสนับสนุนกิจกรรมและการเผยแพร่คำสอนนอกพระพุทธศาสนาของ วัดพระธรรมกายเสียด้วย ในขณะที่การดำเนินการทางคดีของเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษและตำรวจยังคาราคาซังอยู่นี้ จึงสมควรที่รัฐบาลจะหันมาพิจารณาปรับปรุงและแก้ไขบทบาทของสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติอย่างจริงจัง ให้สมกับที่เป็นองค์กรที่มีหน้าที่ดูแลคุ้มครองและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา แทนที่จะเป็นองค์กรที่เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ และสนับสนุนการเผยแพร่คำสอนนอกพระพุทธศาสนาอย่างที่แล้วมา

ถ้ามิฉะนั้นสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติอาจกลายเป็นสำนักคุ้มครองบางอย่างแห่งชาติไปก็ได้