‘วราวุธ’ ไม่เน้นทะเลาะ ขอทำงาน จะดันปมสิทธิ ผู้ลี้ภัย ย้ายระบบราชการอุ้ยอ้าย ไปไว้ในมือถือ
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 2 พฤษภาคม ที่รอยัล พารากอนฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้า สยามพารากอน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ มติชนxเดลินิวส์ ร่วมจัดดีเบตเป็นครั้งแรกในเวที “สงคราม 9 พรรค THE LAST WAR” โดยยกทัพพรรคการเมืองชั้นนำครั้งยิ่งใหญ่ ทั้งขุนพลเลือดใหม่ (Young blood) ขุนศึกตัวตึง-ตัวเก๋า และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมประชันนโยบายเพื่อนับถอยหลังเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง
ต่อมาเวลา 15.40 น. เข้าสู่รอบที่ 3 เวที “แม่ทัพ วิสัยทัศน์และสัญญาประชาคม” โดยแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคขึ้นเวทีปล่อยของ เรียกคะแนนให้ได้มากที่สุด ว่าถ้าได้เป็นนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566 จะทำอะไร อย่างไร ภายในระยะเวลาเท่าไหร่ เพื่อให้ประเทศไทยก้าวไปสู่บทใหม่ที่เข้มแข็งและยั่งยืน
นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ในระยะเวลาที่ผ่านมาได้เสนอแนวคิด WOW Thailand เชื่อว่าความมั่งคั่งที่มีในประเทศไทย ทรัพย์ในดิน สินในน้ำ จะต้องแปลมาเป็นความมั่งคั่งอยู่ในกระเป๋าของประชาชน และต้องแปลความมั่งคั่งนั้นออกมาเป็นโอกาส เป็นความหวังของประชาชนทุกคน และประเทศจะต้องเดินไปข้างหน้าโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง จึงเป็นที่มาของคำว่า Wealth – Opportunity – Welfare for all
“ที่ผ่านมาพรรคชาติไทยพัฒนาได้มีโอกาสทำงานร่วมกับคนหลายๆ รุ่น ในพรรคของเรามีทั้ง GenX GenY GenZ Babyboomer แนวการทำงานของพวกเราจากนี้ไป เราคิดโดย GenZ เราทำโดย GenY ปรึกษา GenX และใช้ประสบการณ์ของ Baby Boomer ดังนั้นการที่ประเทศไทยของเราจะเดินหน้าไปจากนี้ เราต้องเดินไปพร้อมกัน ไม่ใช่รุ่นใหญ่อย่างเดียวไปไม่รอด ไม่ใช่รุ่นใหม่อย่างเดียว เพราะยังขาดประสบการณ์” นายวราวุธกล่าว
นายวราวุธอธิบายต่อว่า ชาติไทยพัฒนาเชื่อว่าประเทศไทยไม่สามารถมีผู้นำที่เก่งในทุกๆ เรื่องได้ เชื่อมั่นว่าการทำงานนั้น ต้องทำงานเป็น collective leadership ต้องยอมรับว่าหลายเวทีที่ขึ้นไป ต้องขอความร่วมมือจากกุนซือของพรรคชาติไทยพัฒนา บางเรื่องคนนั้นถนัด บางเรื่องคนนี้ถนัด ดังนั้น collective leadership หรือการให้คนเก่งมาเป็นผู้นำ เราเชื่อมั่นในแนวคิดเหล่านี้
“ซึ่งในท้ายที่สุดเราแปลออกมาเป็นนโยบายว่า ให้คนเก่งมานำพาประเทศ เพราะกว่า 10 ปีที่ผ่านมา เราเห็นแล้วว่า เราใช้ระบบราชการมาเป็นผู้นำในการพาประเทศไปทางนั้นทางนี้ รวมถึงนักการเมืองด้วย บางครั้งความเก่งกาจไม่ได้อยู่ที่คนๆ เดียว ในประเทศไทยมีคนเก่งๆ อยู่มากมายหลายแขนง
“ไม่ว่าจะเป็นภาคการเกษตร การเงิน สาธารณะสุข หรือแม้แต่เรื่องกีฬา ดังนั้นวันนี้เราจะให้โอกาสคนต่างๆ เหล่านี้ เขามาเป็นผู้นำ เช่น เรื่องการเกษตรนั้น ประเทศไทยของเรามีปราชญ์ชาวบ้านอยู่นับพันชีวิต เหนือ กลาง อีสาน ใต้ มีความรู้ที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านอยู่มากมาย เอาคนเก่งๆ เหล่านี้ มานำพากระทรวงเกษตร เป็นความคิดที่บอกว่า เป็นอนาคต เป็นการสร้างโอกาสให้ทุกๆคน เดินหน้าไปด้วยกัน บนความจริงที่เป็นไปได้ อนาคตที่จับต้องได้ ไม่ใช่การวาดฝันลมๆ แล้งๆ” นายวราวุธตอบ
นายวราวุธกล่าวว่า ปัญหาของประเทศไทยที่สำคัญ คือการมีระบบราชการที่มันใหญ่ อุ้ยอ้าย เป็นต้นเหตุปัญหาหลายอย่าง เรานำเสนอแนวคิดที่จะต้องใช้ DDT มาจัดการปัญหาเหล่านี้ การ Digitization Deregulation และใช้ Technology
“การที่จะ Digitization คือการให้ทั้งรัฐบาลมาอยู่บนมือถือเครื่องเดียว การใช้ระบบ Automation วันนี้ประเทศเรามี พ.ร.บ.ลายมือชื่อบนอิเล็กทรอนิกส์เรียบร้อยแล้ว ไม่จำเป็นอีกต่อไปที่จะรอให้เอกสารจากอธิบดี กว่าจะมาถึงปลัด ถึงรัฐมนตรีใช้เวลาเป็นแรมอาทิตย์กว่าจะส่งเรื่องมาได้ ดังนั้นวันนี้ทำ Digitize โอกาสที่จะเกิดการทุจริต ยัดเงินใต้โต๊ะเหล่านั้น มันก็จะหายไป ความรวดเร็ว ประสิทธิภาพการทำงานก็จะเกิดขึ้นมา
“เมื่อมีความโปร่งใสเกิดขึ้นแล้ว การแข่งขันในเรื่องต่างๆ จะมีความเป็นธรรมมากขึ้น เราไม่ได้บอกว่าทุนใหญ่ไม่ดี จะเป็นทุนอะไรก็แล้วแต่ หัวใจสำคัญคือทุนเหล่านี้ต้องมีโอกาสเท่ากัน มีโอกาสในการแข่งขัน และมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับพี่น้องประชาชน การแก้ไขปัญหาในส่วนโครงสร้างราชการนั้น มันจะเป็นต้นแบบของการแก้ไขปัญหาหลายๆ อย่าง” นายวราวุธกล่าว
นายวราวุธกล่าวต่อว่า วันนี้กำลังเข้าสู่สถานการณ์เอลนีโญ่ 3 ปีจากนี้ไป จะเจอสถานการณ์ภัยแล้งอย่างหนักหนาสาหัส ดังนั้นการจัดให้มีน้ำบาดาลบริโภคทุกหมู่บ้าน ทุกตำบลคือหัวใจสำคัญที่พรรคชาติไทยพัฒนาต้องทำให้เสร็จภายใน 2 ปี

“ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการน้ำ ขยะ PM 2.5 มันไม่ใช่ปัญหาเฉพาะประเทศไทยต่อไปแล้ว มันเป็นปัญหาของอาเซียน เรามีข้อตกลง asean transboundary haze pollution agreement เป็นเพียงข้อตกลงหลวมๆ เพราะเอาเข้าจริงไม่มีประเทศไหนทำตามข้อตกลงสักคน เราจะเสนอให้มีกฎหมายข้ามประเทศ เป็น transboundary haze pollution agreement ในอาเซียนด้วยกันเอง ต่อยอดจากนั้นมาก็จะเป็นการออกกฎหมายภายในประเทศ
“ที่จะลงโทษบริษัทใดก็แล้วแต่ในประเทศไทยที่ไปลงทุนต่างประเทศ แล้วไปก่อปัญหาย้อนกลับมาให้กับคนไทย การทำแบบนี้จะทำให้ประเทศไทยของเรา ยืนอยู่จุดศูนย์กลางในอาเซียนของการแก้ไขปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม และเป็นผู้นำในการเอาทุกประเทศมารวมกันแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ภายในไม่เกิน 3 ปี จะต้องสามารถแก้ไขให้เสร็จเรียบร้อย”นายวราวุธแจง
นายวราวุธอธิบายเสริมว่า การทำแบบนี้ ทำให้ทั่วโลกมองเห็นประเทศไทย ว่าให้ความสำคัญเรื่องความยั่งยืน เรื่องคุณภาพชีวิตมากกว่ากำไรของบริษัทใด หรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งในกลุ่มอาเซียน จุดที่เราให้ความสำคัญมากที่สุด คือการทำงานร่วมกันระหว่างประเทศอย่างสันติวิธี
“พรรคไม่เน้นสร้างมิตรไกลตัว สร้างศัตรูใกล้บ้าน แต่ต้องการสร้างมิตรติดกับบ้านเรา ถ้าจะมีศัตรูหรือไม่เห็นด้วยกับใครจะไกลบ้านเรา คนที่อยู่รอบบ้านต้องเป็นมิตร หากมีปัญหา ในส่วนของนโยบายต่างประเทศ เราพร้อมช่วยเหลือในด้านสิทธิมนุษยชน หากมีผู้ลี้ภัยเข้ามา เรายินดีทำงานและช่วยเหลือประชาชนในอาเซียนด้วยกันเอง
“เพราะเราเชื่อว่าความหลากหลายทางความคิดจะประเทศใดก็แล้วแต่ คือสิ่งที่ทำให้โลกเราเดินไปข้างหน้าได้ และการเมืองสร้างสรรค์จะผลักดันให้การเมืองไทยเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง เราไม่เน้นทะเลาะกับใคร เราไม่เชื่อการเมืองเชิงทำลาย เราเน้นการทำงาน
“เชื่อว่าการรับฟังเสียงของประชาชนคือหัวใจสำคัญของประชาธิปไตย จึงเป็นที่มาของ WOW Thailand เพราะผมได้มีโอกาสเดินทางไปทั่วประเทศ ไปรับฟังปัญหาและมาทำนโยบาย ซึ่งนโยบายของเรานั้นยังเน้นความยั่งยืน นโยบายที่ดีต้องสามารแก้ปัญหาในวันนี้และอนาคตไปพร้อมกัน นโยบายที่ดีต้องเชื่อมไทยไปนานาชาติได้” นายวราวุธกล่าว
นายวราวุธ ตอบคำถามประเด็น ‘คนส่วนใหญ่ค่อนข้างมั่นใจว่า พรรคชาติไทยพัฒนาจะเข้าร่วมรัฐบาลแน่ จะมีเงื่อนไขอะไรบ้างหรือไม่ที่พรรคจะตัดสินใจไม่เข้าร่วมรัฐบาล’
นายวราวุธกล่าวว่า ภายใน 90 วันของการตั้งรัฐบาลขึ้นมา ชาติไทยพัฒนาต้องการเห็นภาพการร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่สะท้อนคน 66 ล้านคนขึ้นมา ปี 2538 เป็นครั้งแรกที่พรรคสร้างไทยพัฒนาได้กำเนิด และเป็นจุดเริ่มต้นของรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดของประเทศไทย ปี 2540
“การเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญในขณะนั้นมาจากคนทุกสาขาอาชีพ ดังนั้นวันนี้ภายใน 90 วันของการตั้งรัฐบาล อยากเห็นการตั้ง สสร. ขึ้นมา ที่สะท้อนความเป็นตัวตนของคนไทย 66 ล้านคน ได้ออกมาและใช้เสียงในการร่างรับธรรมนูญ ที่ถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชนอย่างแท้จริง
“และสิ่งที่ผมพูดมาทั้งหมด คือแนวคิดที่เราเชื่อมั่นว่าจะทำให้ประเทศมีความยั่งยืนไปจนถึงลูกหลาน เราไม่เน้นลดแลกแจกแถม เราเน้นแจกเบ็ด ไม่เน้นแจกปลา เราต้องการเห็นความยั่งยืนนำเข้าไปผนวกอยู่ในแนวทางการทำงานของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นคาร์บอนเครดิต เรื่องแหล่งน้ำบาดาลทุกหมู่บ้านภายใน 2 ปี หรือแม้แต่การแจกพันธุ์ข้าวให้กับประชาชนเพื่อลดต้นทุนในการผลิต” นายวราวุธ กล่าวทิ้งท้าย

