หน้าแรก Uncategorized ‘นักวิชาการ’ ...

‘นักวิชาการ’ ชี้ปชช.ลุ้นคะแนนเสียงหลังปิดหีบ คาดเลือกตั้งปี’66 คนตื่นตัวออกใช้สิทธิเกิน 80%

14.05.23 | 19:04 น.

‘นักวิชาการ’ ชี้ ปชช.ลุ้นคะแนนเสียงหลังปิดหีบ คาดเลือกตั้งปี’66 คนตื่นตัวออกใช้สิทธิเกิน 80%

นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า ความแตกต่างของการเลือกตั้งทั้ง 2 ครั้ง คือ ระบบที่ย้อนกลับมาใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบอีกครั้ง แต่สิ่งที่เหมือนกันคือใบเลือกตั้งแบบแบ่งเขตพรรคเดียว เขตเดียวกัน แต่คนละเบอร์กันเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้ประชาชนประสบปัญหาต้องจำเลขมากาบัตรสีม่วง หรือใบเลือกตั้งแบบแบ่งเขต เพราะตัวเลขคนละเลขกับปาร์ตี้ลิสต์ แต่ที่เป็นปัญหามากคือการเลือกตั้งล่วงหน้า และหวังว่าจะไม่ส่งผลกระทบจนทำให้การเลือกตั้งต้องเสียหาย ด้วยความที่บัตรเลือกตั้งเหมือนกันหมด หากกาผิดเขตก็จะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าผิดเขต

ทั้งนี้ สิ่งที่ประชาชนคาดหวังอยู่คือผลการเลือกตั้ง แน่นอนว่าจะมีผลคะแนนที่ไม่เป็นทางการออกมา ซึ่งเวลาที่จะประกาศอย่างเป็นทางการคาดว่าจะอยู่ในช่วงเวลา 21.00-22.00 น. แต่นับคะแนนเสร็จต้องมีการแปะคะแนนหน้าหน่วยอย่างเปิดเผย และสามารถถ่ายรูปเก็บเป็นหลักฐานได้ ซึ่งคะแนนจะได้เห็นก่อนที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือก (กกต.) จะประกาศอย่างเป็นทางการ

สิ่งที่หน้าสนใจ คือการเลือกตั้งครั้งที่แล้วลดลงเล็กน้อย หรืออยู่ที่ 74.69% เนื่องจากปี 2554 ที่มีคนออกมาใช้สิทธิประมาณ 75% ซึ่งในปี 2566 จากการคาดการณ์และความตื่นตูมของประชาชนคาดการณ์ว่าคนจะออกมาใช้สิทธิสูงกว่า 80% เพราะโครงสร้างประชากร เรามีคนที่มีสิทธิเลือกตั้งใหม่ประมาณ 4 ล้านคน ดังนั้น สิ่งที่เป็นปัญหาสำคัญ แม้ว่าจะผ่านมาแล้ว 4 ปี แต่กติกาในการเลือกนายกฯยังเหมือนเดิม คือ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ยังสามารถโหวตได้ ประชาชนส่วนใหญ่จึงมีความรู้สึกว่าจะต้องออกไปเลือกตั้งกันเยอะๆ เพื่อให้พรรคที่เราเลือกได้คะแนนเสียงข้างมาก

“สิ่งที่น่าสนใจคือการเลือกตั้งที่จังหวัดเชียงใหม่ เพราะเป็นการสู้กันระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล ส่วนที่จังหวัดนครศรีธรรมราช คือการสู่กันระหว่างพรรคประชาธิปปัตย์กับพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งแข่งขันกันอย่างดุเดือดมาก” นายปริญญากล่าว

Advertisement

ด้าน นายยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวว่า การเลือกตั้งในครั้งนี้ มองว่ามีทั้งความเหมือนแล้วความต่าง โดยความเหมือนคือเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองที่เป็นฐานสำคัญ และทำให้การเลือกตั้งในครั้งนี้เกิดการแบ่งขั้วทางการเมือง แม้กระทั้งสิ่งที่สืบเนื่องมาจากยุค คสช. อาทิ ส.ว. 250 เสียง กรรมการยุทธศาสตร์ชาติ มาตรา 272 ที่ให้ ส.ว.มีสิทธิโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ส่งผลต่อการเมืองหลังจากการเลือกตั้งด้วย

ส่วนเรื่องความแตกต่าง เพราะมีการเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ รวมถึงภูมิทัศนทางการเมืองเปลี่ยน ความคิดความเชื่อก็เปลี่ยนประชาชนก็มีทางเลือกมากขึ้น เพราะปัจจุบันมีพรรคการเมืองที่หลากหลาย และบางพรรคเป็นพรรคการเมืองแบบเฉพาะกลุ่ม พรรคอยู่ระหว่างการเติบโตเพราะเป็นพรรคเล็ก และปัจจุบันมีช่องทางการรับรู้ข่าวสารมากมาย สื่อกระแสหลักยังเสนอ และมีสื่อใหม่เข้ามาเสริมด้วย