หน้าแรก Uncategorized ‘สมศักด...

‘สมศักดิ์’ โต้ปมออกพ.ร.ก.เลื่อนกม.อุ้มหาย ยันไม่เห็นด้วยตั้งแต่ต้น

8.06.23 | 11:36 น.

‘สมศักดิ์’ โต้ปมออก พ.ร.ก.เลื่อน กม.อุ้มหาย หลัง ‘ศรีสุวรรณ’ ร้อง ป.ป.ช. เอาผิด ยันไม่เห็นด้วยตั้งแต่ต้น ส่งหนังสือเห็นแย้ง สตช.ไม่ให้เลื่อน ชี้เจอผู้ใหญ่เบรกยกความเสียหายของคดี ลั่นเข้าใจกฎหมายจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ-ลดปัญหาซ้อมทรมาน-ปฏิรูปยุติธรรม

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา ร้อง ป.ป.ช. เอาผิดในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่เลื่อนการบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.บ.อุ้มหาย ว่า พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ได้เริ่มบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 กระทรวงยุติธรรมมีความพร้อมขับเคลื่อนกฎหมาย ทั้งการตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนกฎหมาย การจัดทำคู่มือปฏิบัติงาน แต่เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2566 กระทรวงยุติธรรม ได้รับหนังสือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้กฎหมาย ในหมวด 3 มีทั้งหมด 8 มาตรา ออกไปก่อนแบบไม่มีกำหนด เนื่องจากมีเหตุขัดข้อง คือ 1.ขาดงบประมาณและอุปกรณ์ 2.ขาดความพร้อมของบุคลากร 3.ขาดมาตรฐานกลางในการปฏิบัติงาน

นายสมศักดิ์กล่าวอีกว่า กระทรวงยุติธรรม จึงได้ทำหนังสือส่งกลับไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะไม่เห็นด้วยกับการขอขยายเวลาบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ แต่ผู้ใหญ่ในรัฐบาลบางส่วนได้อธิบายถึงเหตุผลความเสียหายที่จะตามมา คือหากไม่เลื่อนการบังคับใช้กฎหมายอาจเป็นเหตุให้จำเลย หรือผู้ที่ถูกกล่าวหาในคดีนั้นใช้เป็นเงื่อนไขในการสู้คดีว่าตำรวจไม่ดำเนินการหรือปฏิบัติตามเงื่อนไขของกฎหมายทุกข้อ ในเรื่องของการบันทึกภาพตลอดการจับกุมไว้และเป็นเหตุให้คดีถูกยกฟ้อง ดังนั้นในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้หารือกับผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบสูงกว่าตน ซึ่งได้ข้อสรุปยอมให้เลื่อนบังคับใช้กฎหมายถึงแค่วันที่ 30 กันยายน 2566 และให้เลื่อนใช้ แค่ 4 มาตรา จากที่ขอมา 8 มาตรา ซึ่งขอย้ำอีกครั้งว่า สตช.ขอเลื่อนโดยไม่มีกำหนดระยะเวลา

“จะเห็นได้ว่า เรื่องนี้ผมในขณะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ก็ไม่ได้เห็นด้วยที่จะมีการเลื่อนบังคับใช้กฎหมายอุ้มหาย จึงมีทั้งหนังสือไม่เห็นด้วยและตั้งวงหารือ เพราะผมเข้าใจดีว่า กฎหมายฉบับนี้ ถูกยกเลิกมาหลายครั้งหลายรัฐบาลแล้ว กว่าจะสามารถออกเป็นกฎหมาย เพื่อเป็นการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่แท้จริงได้ ถึงขั้นนักวิชาการด้านกฎหมายยกให้กฎหมายอุ้มหายเป็นการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมในรอบ 100 ปี เพราะจะช่วยลดการซ้อมทรมานให้รับสารภาพ เนื่องจากจะมีการบันทึกภาพทุกขั้นตอน ดังนั้น ที่กล่าวหาว่าผมเป็นผู้เริ่มก่อการเสนอให้รัฐบาลออก พ.ร.ก.เลื่อนบังคับใช้กฎหมายอุ้มหาย ก็ไม่ใช่ข้อเท็จจริง เพราะผมได้พยายามทำให้กฎหมายบังคับใช้ทันที หากแต่เป็นเหตุผลความจำเป็นในข้อกฎหมายจะทำให้จำเลยได้เปรียบในการสู้คดี และเป็นเหตุให้ศาลยกฟ้อง จึงต้องออก พ.ร.ก.ฉบับนี้ป้องกันไว้ อนึ่งได้กล่าวไว้แล้วว่าจะทำกฎหมายให้สำเร็จให้ได้ แล้วจะเลื่อนการใช้บางมาตราออกไปเล็กน้อย ไม่ได้เป็นสาระสำคัญอะไรมาก เดินสายกลางเถอะครับบ้านเมืองเราจะได้อยู่ร่วมกันโดยปราศจากความเคลือบแคลงและสงสัย การไปร้องเรียน ป.ป.ช. มันเสียเวลาของประเทศ แทนที่จะได้ไปตรวจสอบเรื่องสำคัญ เช่น เรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งเรื่องนี้ผมได้เสนอกฎหมาย Law Of Efficiency เข้าไปใน ครม. และรับหลักการแล้วเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2566″ นายสมศักดิ์กล่าว

นายสมศักดิ์กล่าวว่า ขณะที่กระทรวงยุติธรรมได้ตั้งคณะทำงานพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างหลักประกันความเป็นธรรมให้แก่เจ้าหน้าที่รัฐ เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2556 โดยกฎหมายตัวนี้ทางเลขาธิการกฤษฎีกายังให้ความเห็นว่าวันนี้บ้านเมืองของเราร้องเรียนกันง่ายเหลือเกิน ระบบตรวจสอบทำงานจนไม่มีเวลา ขณะเดียวกันเลขาธิการกฤษฎีกาจะเพิ่มเติมให้เรื่องการร้องเรียนมีคุณภาพมากขึ้นไม่ใช่อะไรก็ร้องเรียนไปหมด” นายสมศักดิ์กล่าว

Advertisement