หน้าแรก Uncategorized กฎหมายคอมพิวเ...

กฎหมายคอมพิวเตอร์ฉบับใหม่ // โดย วสิษฐ เดชกุญชร

27.12.16 | 13:30 น.

ร่างพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ซึ่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติลงมติรับ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านไปนี้ ปรากฏว่าถูกคัดค้านโดยหลายฝ่าย ด้วยเหตุผลสำคัญที่สุดคือจะเป็นการลิดรอนเสรีภาพในการใช้สื่อออนไลน์ของประชาชน ผมใช้คอมพิวเตอร์เขียนหนังสือและติดต่อกับญาติมิตรทั้งโดยอีเมล์ และสื่อสังคมอย่างเฟซบุ๊กและไลน์ บทความที่ผมเขียนนั้นเมื่อลงใน มติชนŽ แล้วก็มีผู้นำไปเผยแพร่ทางเฟซบุ๊กด้วย การเผยแพร่จึงกระทำโดยคอมพิวเตอร์ และหากมีข้อความหมิ่นประมาทผู้ใด ก็อาจผิดกฎหมายคอมพิวเตอร์ทั้งฉบับเดิมและฉบับที่กำลังจะประกาศใช้ใหม่ด้วย

แต่ผมก็ไม่ได้เดือดร้อนถึงกับจะต้องไปเข้าชื่อต่อต้านพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ฉบับใหม่ เพราะผมรู้อยู่เองว่าผมเขียนบทความด้วยเจตนาที่จะให้เป็นประโยชน์แก่สาธารณชน และไม่มีเจตนาที่จะให้เสียหายแก่บุคคลใด บุคคลหนึ่ง ถ้าหากถูกฟ้องผมก็พร้อมที่จะสู้คดี ผมเห็นว่าจำเป็นที่จะต้องมีการควบคุมการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อกันมิให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย ไม่ว่าจะด้วยการหมิ่นประมาทหรือทำให้เสียชื่อเสียง และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือเพื่อป้องกันการใช้คอมพิวเตอร์ ทำลายความมั่นคงของราชอาณาจักร ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทุกคนย่อมรู้ว่านักเลงคอมพิวเตอร์สามารถแฮก (hack) หรือเจาะเข้าไปในคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น และล้วงเอาข้อมูลอันเป็นความลับของเจ้าของคอมพิวเตอร์ได้ และเมื่อได้ข้อมูลนั้นแล้วก็สามารถที่จะนำไปใช้ทำความเสียหายให้แก่เจ้าของคอมพิวเตอร์เครื่องที่ถูกแฮก เช่น ลอบโอนเงินในบัญชีธนาคารไปเข้าบัญชีของตนเอง

แต่ถ้าเจ้าของเครื่องคอมพิวเตอร์คือหน่วยราชการที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ เช่น กระทรวงกลาโหม กองทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ข้อมูลที่ถูกขโมยก็ย่อมมีความสำคัญที่สุด เพราะเกี่ยวกับความเป็นความตายของชาติ

     พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ฉบับเดิม (พ.ศ.2550) ไม่ได้กำหนดโทษ ผู้เจาะระบบหรือทำลายระบบข้อมูลที่เกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศเอาไว้ แต่ฉบับที่เสนอใหม่นี้กำหนดโทษเอาไว้ว่า หากการกระทำความผิดดังกล่าวเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ ผู้กระทำควาามผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท

ที่น่าสังเกตและน่าเป็นห่วงเกี่ยวกับพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ฉบับใหม่นี้ก็คือ กฎหมายฉบับนี้บัญญัติให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่จะแต่งตั้งคณะกรรมการเปรียบเทียบ ซึ่งประกอบด้วยกรรมการ 3 คน มีฐานะเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และให้คณะกรรมการมีอำนาจปรับผู้กระทำความผิดที่ต้องโทษปรับหรือจำคุกไม่เกิน 2 ปีได้ โดยไม่ต้องส่งฟ้องศาล และการเปรียบเทียบปรับของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด ไม่มีอุทธรณ์ ฎีกา

Advertisement

ความผิดที่คณะกรรมการเปรียบเทียบสามารถสั่งปรับผู้กระทำความผิดได้นั้นคือความผิดตามมาตรา 5, 6 และ 7 ซึ่งว่าด้วยการกระทำต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ มีผู้เห็นว่าความผิดดังกล่าวข้างต้นนั้นเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่ร้ายแรง เดิมเป็นคดีที่ศาลเป็นผู้พิจารณา และสามารถอุทธรณ์ฎีกาได้ตามกฎหมาย แต่เมื่อมามอบให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการเปรียบเทียบ ก็อาจจะทำให้ผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้รับความเป็นธรรม

ขณะที่เขียนเรื่องนี้ยังไม่มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ฉบับใหม่ และไม่ทราบว่ารัฐบาลจะชะลอการประกาศใช้เพื่อปรับปรุงแก้ไขอย่างใดหรือไม่