หน้าแรก Uncategorized ‘สมศักด...

‘สมศักดิ์’ เผยเกษตรกรสะท้อนราคาวัวตกต่ำ เร่งรวบรวมชงรบ.ใหม่ ชี้กต.ต้องช่วยขาย

5.07.23 | 16:01 น.

‘สมศักดิ์’ เผยเกษตรกรสะท้อนราคาวัวตกต่ำ เร่งรวบรวมชง รบ.ใหม่ แนะ ภาครัฐช่วยเจรจาขายจริงจัง หลังพบไทยไม่มีโควต้าขายวัวไปจีนสักตัว ชี้ กต.ต้องช่วยขาย ขอเกษตรกรปรับตัวเป็นกึ่งคอนแทร็กต์ฟาร์มมิ่ง

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีราคาวัวตกต่ำที่พี่น้องประชาชนถามถึงแนวทางการทำงานและการแก้ไข ว่าในช่วงก่อนเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงพื้นที่ทั้งภาคเหนือตอนล่างและภาคใต้ เพื่อรับฟังปัญหาจากพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะผู้เพาะเลี้ยงปศุสัตว์ พบว่า พี่น้องเกษตรกรส่วนใหญ่ ได้สะท้อนปัญหาเรื่องราคาวัวตกต่ำ อยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน และเป็นรูปธรรม โดยปัญหาทั้งหมดนี้ จะเร่งรวบรวมและนำเสนอรัฐบาลทันที เนื่องจากเข้าใจความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรเป็นอย่างดี


“การขายเนื้อสัตว์จริงๆ มีช่องทางที่ภาครัฐจะช่วยสนับสนุนอยู่จำนวนมากอย่าง ประเทศจีน เขาซื้อวัวเป็นจำนวนมาก แต่ต้องเป็นการเจรจาในระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คุยกับต่างประเทศของจีน หรือประเทศที่เป็นผู้ค้าอย่างมาเลเซียก็ซื้อเรามากเช่นกัน ซึ่งในแต่ละปีก็ซื้อเป็นล้านตัว รวมถึงประเทศมุสลิม โดยตรงนี้ภาครัฐต้องมีการพูดคุยเจรจาและก็ทำ MOU เป็นสัญญาที่ชัดเจน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรได้โดยตรง” นายสมศักดิ์กล่าว

นายสมศักดิ์กล่าวว่า ประเทศลาวมีโควต้าขายวัวให้จีนได้ถึง 5 แสนตัว แต่ประเทศไทยไม่มีเลยสักตัว เพราะในระดับผู้บริหารระดับสูง ไม่ได้มองตรงนี้ ดังนั้น เมื่อไม่มองตรงนี้ จะกลายเป็นลูกโซ่ที่สะเทือนโยงกันไปถึงเกษตรกร มองว่าเรื่องนี้ไม่น่ายากอะไรแค่จับประเด็นต่างๆ ใส่เมนู หรือใส่เป็นโจทย์ เป็นงานของกระทรวงการต่างประเทศไป ที่เวลาไปเจรจาระหว่างประเทศ เปิดทางเข้าไว้จะสามารถแก้ปัญหาได้ แต่ถ้าเราเลี้ยงวัวเพื่อบริโภคเป็นโปรตีน คนบริโภคภายในประเทศ ตนมองว่าเพียงพอ แต่เราก็ต้องทำเพื่อส่งออกด้วย เพราะถ้าหากเราเลี้ยงวัวแล้วก็ค้าขายตามมีตามเกิด คิดว่าไม่น่าสนับสนุน เนื่องจากทำไปยังลำบากยากจนกัน ดังนั้น เกษตรกรต้องปรับตัวเช่นกัน โดยต้องมีลักษณะเหมือนกึ่งคอนแทร็กต์ฟาร์มมิ่ง เพื่อบริหารจัดการจำนวนวัว ขณะเดียวกันหากเราต้องการส่งออกจริงก็ไม่ได้เป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศอย่างเดียว เพราะ กรมปศุสัตว์ ก็ต้องพัฒนาในเรื่องของวัคซีนด้วย เนื่องจากโรคภัยของสัตว์ยังเป็นอีกเรื่องที่ต้องมีคุณภาพ มาตราฐาน ปลอดภัยให้ต่างชาติวางใจได้