ปัญหารถติดหรือการจราจรติดขัดบนท้องถนนในกรุงเทพมหานคร (กทม.) นับเป็นหนึ่งในปัญหาคลาสสิคที่คนกรุงเทพฯ ต้องเผชิญมาอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลในปี 2566 เรื่อง Global Traffic Scorecard หรือรายงานการประเมินสภาพจราจรทั่วโลก ชี้ว่า กทม. ได้รับการจัดอันดับที่ 32 ของเมืองที่มีสภาพการจราจรติดขัดที่สุดในโลก ซึ่งปัญหาการจราจรติดขัดนอกจากจะให้ประชาชนเสียเวลาแล้ว ยังส่งผลเสียทางเศรษฐกิจในแง่ของค่าใช้จ่าย และค่าเสียโอกาสอีกด้วย
จากข้อมูลของ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่า ปัญหาการจราจรติดขัดทำให้การเดินใน กทม. ใช้เวลาเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 35 นาทีต่อรอบการเดินทาง หากคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจจะคิดเป็นมูลค่าประมาณ 11,000 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้การจราจรที่ติดขัดยังส่งผลให้มีการใช้เชื้อเพลิงมากขึ้น ซึ่งรายจ่ายในด้านต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นนี้ คิดเป็นมูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาทต่อปี ดังนั้นจึงมีความพยายามจากหลายหน่วยงานที่จะเข้ามาร่วมกันแก้ไขปัญหารถติดใน กทม. ตั้งแต่การวางผังเมืองใหม่ การเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายจราจร การขยายพื้นที่ถนนเพิ่มเติม การจัดระบบเดินรถที่ลดจุดตัด จุดกลับรถ รวมถึงการศึกษาความเป็นไปได้ที่จะการสร้างทางด่วนสายใหม่เพิ่มเติม
ล่าสุด นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยกับสื่อมวลชน ว่า ปัจจุบัน กทพ. ได้ศึกษาความเหมาะสมและเป็นไปได้ของ โครงการก่อสร้างทางด่วนชั้นที่ 2 หรือ “Double Deck” (งามวงศ์วาน-พระราม 9) ระยะทาง 17 กิโลเมตร วงเงิน 34,028 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรบนทางพิเศษศรีรัช ช่วงงามวงศ์วาน-พญาไท-พระราม 9 ที่ประสบปัญหาการจราจรอย่างหนักเข้าขั้นวิกฤตทั้งในและนอกช่วงเวลาเร่งด่วน การศึกษาครอบคลุมพื้นที่ จ.นนทบุรี คือ อำเภอเมืองนนทบุรี และกรุงเทพมหานคร ได้แก่ เขตบางซื่อ เขตจตุจักร เขตพญาไท เขตดุสิต เขตราชเทวี เขตดินแดง และเขตห้วยขวาง ทำควบคู่กับการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) โดยตามแผนงานจะมีการประชุมรับฟังความเห็นครั้งที่ 3 ในเดือน ส.ค. 2566 จากนั้นจะสรุปผลการศึกษาเพื่อนำเสนอบอร์ด กทพ. และคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในปีนี้ สำหรับการศึกษา EIA คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี 2567
ในส่วนของรูปแบบการลงทุน กทพ. จะสรุปให้แล้วเสร็จภายในปลายปี 2566 คาดว่าใช้รูปแบบการลงทุนแบบ PPP โดยเอกชนเป็นผู้ลงทุนโครงการ 100% และให้ผู้รับสัมปทานเดิมคือ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เป็นผู้ก่อสร้างทางด่วนชั้นที่ 2 และเก็บค่าผ่านทาง และจะดำเนินการก่อสร้างภายในปลายปี 2567 ระยะเวลาก่อสร้าง 4-5 ปี และเปิดให้บริการปี 2572
สำหรับโครงการก่อสร้างทางด่วนชั้นที่ 2 Double Deck (งามวงศ์วาน-พระราม 9) จะสร้างซ้อนทับ
ทางพิเศษศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2 ) ตามแนวสายทางเหนือ-ตะวันออก (ประชาชื่น-พญาไท-อโศก) มีจุดเริ่มต้นบริเวณทางแยกต่างระดับงามวงศ์วาน เป็นทางพิเศษยกระดับขนาด 4 ช่องจราจร โดยมี 2 ช่องจราจรต่อทิศทาง มุ่งทิศใต้เลี้ยวซ้ายไปทางทิศตะวันออกบริเวณทางแยกต่างระดับพญาไทผ่านทางแยกต่างระดับมักกะสันและมีจุดสิ้นสุดโครงการที่บริเวณหลังด่านเก็บค่าผ่านทางอโศก 4 ของทางพิเศษศรีรัช
โดย กทพ. คาดหวังว่า ทางด่วนสายใหม่นี้จะช่วยยกระดับการเดินทางของประชาชนใน กทม. รวมถึงผู้ที่ต้องการเดินทางไปยังภาคตะวันออกให้สะดวก รวดร็ว และมีความปลอดภัยมากขึ้น โดย กทพ. ได้เตรียมต่อยอดบูรณาการการจัดระบบขนส่งร่วมกับระบบขนส่งอื่นๆ ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนมีความสะดวกสบาย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนมากขึ้นต่อไป

