15 ปีแห่งการเดินทางของโพรไบโอติกสายพันธุ์ไทย
“โพรไบโอติก” ในปัจจุบันหลายคนคงคุ้นเคยกับคำนี้และรู้ว่าหมายถึงจุลินทรีย์ชนิดดีที่มีอยู่ในร่างกาย คอยช่วยดูแลร่างกายให้สมดุลแข็งแรง แต่เมื่อ 15 ปีก่อนถือเป็นคำใหม่ที่คนไทยไม่คุ้นเคยและให้ความสนใจไม่มากนัก แต่มีนักวิจัยไทยคนหนึ่งที่สนใจและมุ่งมั่นจะหาโพรไบโอติกสายพันธุ์ไทยที่เหมาะสมกับคนไทยให้ได้ นั่นคือ รศ.ดร.มาลัย ทวีโชติภัทร์ รองคณบดีฝ่ายวิจัย คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ(มศว.) หัวหน้าศูนย์เพื่อความเป็นเลิศทางวิจัยด้านโพรไบโอติก คณะแพทยศาสตร์ มศว.
รศ.ดร.มาลัย เล่าถึงจุดเริ่มต้นของงานวิจัยโพรไบโอติกสายพันธุ์ไทยเมื่อ 15 ปีก่อน ระบุว่าเรื่องเกี่ยวกับโพรไบโอติกยังไม่มีการทำวิจัยมากนัก ถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย จึงเริ่มต้นศึกษาจุลินทรีย์โพรไบโอติกโดยคัดแยกจากเด็กแรกเกิด และอาหารหมักในท้องถิ่นไทย เพื่อทดสอบและคัดเลือกสายพันธุ์ที่มีคุณสมบัติดีที่สามารถช่วยป้องกันและลดปัญหาสุขภาพที่มักพบในคนไทย
โพรไบโอติกเป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์และอาศัยอยู่ประจำถิ่นในร่างกายมนุษย์ ตั้งแต่กำเนิด โดยได้รับมาจากมารดาและอาหารที่รับประทานเข้าไปภายหลัง ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มแบคทีเรีย Lactobacillus และ Bifidobacterium ซึ่งแต่ละชนิดมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป โดยงานวิจัยเน้นการคัดเลือกชนิดที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งเซลล์มะเร็ง ต้านการติดเชื้อ ลดการอักเสบ ปรับภูมิคุ้มกัน ลดคอเลสเตอรอล เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระและสร้างกาบา ซึ่งเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพของคนไทย

หลังจากคัดแยกจนได้สายพันธุ์บริสุทธิ์ (pure culture) และทดสอบคุณสมบัติของจุลินทรีย์แต่ละสายพันธุ์จนมั่นใจแล้ว ในปีพ.ศ. 2561 ได้เริ่มมีการทดสอบในสัตว์ทดลอง (animal study) ที่มีไขมันสูงและทดสอบในอาสาสมัคร (clinical study) ที่มีปัจจัยเสี่ยงภาวะเมตาบอลิกซินโดรม พบว่าโพรไบโอติกที่คัดเลือกมามีคุณสมบัติในการลดไขมันและน้ำตาลในเลือด ลดการอักเสบในตับและลำไส้ ลดไขมันพอกตับ ปรับภูมิคุ้มกัน เพิ่มการยึดเหนี่ยวเซลล์เยื่อบุลำไส้ซึ่งจะป้องกันภาวะลำไส้รั่ว ต้านอนุมูลอิสระ และปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้
“โพรไบโอติกสายพันธุ์ไทยมีอยู่ในธรรมชาติ อยู่ในอาหาร อยู่ในวิถีการรับประทานของคนไทย ถือเป็นจุลินทรีย์ที่คนไทยคุ้นเคยอยู่แล้ว เราไม่ได้ดัดแปลงเขา แต่นำสิ่งที่มีอยู่แล้วในตัวเขามาศึกษาต่อว่าสามารถทำประโยชน์อะไรได้บ้าง จากการทำงานตลอดหลายปีเราค้นพบว่าจุลินทรีย์สายพันธุ์ไทยสามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริง” รศ.ดร.มาลัย ทวีโชติภัทร์ เล่าถึงข้อค้นพบจากงานวิจัยที่ทำ
ทั้งนี้ เมื่องานวิจัยเริ่มเห็นผล ศูนย์เพื่อความเป็นเลิศทางวิจัยด้านโพรไบโอติกก็ยังคงพัฒนาเทคโนโลยีและสร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับทุนวิจัยจากทางคณะแพทยศาสตร์ มศว และทุนจากกองทุน ววน. อย่าง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) และอีกหลายหน่วยงาน รวมถึงเริ่มมีการเชื่อมโยงงานวิจัยสู่ภาคเอกชน

