เมื่อออกชื่อโรลส์-รอยซ์ (Rolls-Royce) คนทั่วไปมักจะนึกถึงรถยนต์นั่งหรูราคาแพงที่มหาเศรษฐีเท่านั้นจึงจะสามารถซื้อมาใช้ได้ เพราะราคาสูงถึงคันละไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท แต่บริษัทโรลส์-รอยซ์ไม่ได้ขายแต่รถยนต์เท่านั้น หากยังขายเครื่องยนต์สำหรับใช้กับทั้งเครื่องบินพาณิชย์ เครื่องบินรบ เรือเดินสมุทร และขายเครื่องมืออุปกรณ์ชนิดอื่นที่ใช้ในอุตสาหกรรม พลังงานด้วย
แต่นอกจากโรลส์-รอยซ์แล้ว ยังมีบริษัทอื่นอีกหลายบริษัทในโลกที่ขายเครื่องยนต์และเครื่องมืออุปกรณ์ชนิดเดียวกัน ในตลาดจึงมีการแข่งขันค่อนข้างสูง ทั้งโรลส์-รอยซ์และบริษัทต่างๆ เหล่านั้นจึงต้องใช้วิธีเอาชนะคู่แข่งขันด้วยประการต่างๆ และบางทีก็กระทำโดยไม่คำนึงถึงจริยธรรมหรือกฎหมาย
เมื่อกลางเดือนมกราคมนี้ Serious Fraud Office (SFO) ซึ่งเป็นสำนักงานสืบสวนคดีทุจริตฉกรรจ์ของอังกฤษได้แถลงผลการสืบสวนการทุจริตของบริษัทโรลส์-รอยซ์ ในการแถลงนั้น SFO ได้เปิดเผยว่า สำนักงานได้พบว่าโรลส์-รอยซ์ได้ทำการทุจริตโดยให้สินบนแก่บุคคลต่างๆ ในหลายประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วย สำหรับประเทศไทยนั้น การให้สินบนได้กระทำสามครั้งตั้งแต่ปี พ.ศ.2534 ถึง พ.ศ.2548 โดยทำกับเจ้าหน้าที่ของบริษัทการบินไทยและเจ้าหน้าที่ชั้นสูงของรัฐบาลไทย โดยผ่านตัวแทนของบริษัทในประเทศไทย และกระทำเพื่อให้เจ้าหน้าที่บริษัทการบินไทย จัดการขั้นตอนทางการเมือง และเขียนเงื่อนไขในการจัดซื้อเครื่องยนต์ไอพ่นสำหรับใช้กับเครื่องบินเพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ โรลส์-รอยซ์ ในการนี้ปรากฏว่าโรลส์-รอยซ์ได้จ่ายเงินสินบนสูงถึง 18.8 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 663.3 ล้านบาท
โรลส์-รอยซ์ได้ยอมชำระค่าปรับให้แก่รัฐบาลอังกฤษเป็นเงิน 808 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 28.5 หมื่นล้านบาท เพื่อมิให้ถูกดำเนินคดี ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ตามกฎหมายอังกฤษ
ในเวลาไล่เลี่ยกัน กระทรวงยุติธรรมสหรัฐก็ได้เปิดเผยว่า ได้สอบสวนและพบว่าโรลส์-รอยซ์จ่ายเงินสินบนให้แก่ผู้บริหาร พนักงาน และ ผู้ที่ยังไม่สามารถระบุตัวได้ ของบริษัท ปตท. และ ปตท.สผ. (สำรวจและผลิตปิโตรเลียม) ระหว่างปี พ.ศ.2546-2548 เพื่อให้โรลส์-รอยซ์สามารถขายเครื่องมือและเครื่องอุปกรณ์ให้แก่บริษัท ปตท. สินบนที่จ่ายเป็นเงินประมาณ 11 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 385 ล้านบาท
ขณะที่เขียนเรื่องนี้ ทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) บริษัทการบินไทย และบริษัท ปตท. ได้ตั้งกรรมการขึ้นเพื่อสอบสวนกรณีทุจริตนี้แล้ว
สิ่งที่น่าเป็นห่วงเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือ การติดสินบนของโรลส์-รอยซ์นั้นกระทำกับทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของบริษัท บุคคลที่เกี่ยวข้องเหล่านี้อยู่ในตำแหน่งสูงมาเป็นเวลานาน จึงย่อมมีสมัครพรรคพวกและมีอิทธิพลอยู่ไม่น้อย กรรมการที่รัฐตั้งขึ้นก็ดี บริษัทตั้งขึ้นก็ดี อาจเป็นผู้ที่รู้จักมักคุ้นหรือเคยได้รับประโยชน์ร่วมกันกับผู้ถูกกล่าวหาไม่มากก็น้อย การสอบสวนจึงอาจทำแบบขอไปที ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย หรือเห็นแก่หน้ากัน ลงท้ายอาจกลายเป็นมวยล้ม หรือจบลงด้วยการลงโทษเบาไม่สมกับความร้ายแรงของความผิด
ชื่อเสียงของประเทศไทยได้เสียหายไปแล้วอย่างสิ้นเชิง การกู้ชื่อเสียงของประเทศขึ้นอยู่กับผลการดำเนินการกับผู้ทุจริต ทั้งที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและที่เป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัท ถ้าผลการดำเนินคดีกลายเป็นมวยล้มหรือสมยอมกัน ต่อไปก็คงหาประเทศที่เต็มใจจะมาลงทุนทำธุรกิจในเมืองไทยได้ยากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย

