หน้าแรก Uncategorized พบกระดูกมนุษย...

พบกระดูกมนุษย์เกลื่อนสวนมะพร้าว เร่งสูงชันสูตร หัวใจวายหรือถูกฆาตกรรม

21.01.24 | 22:38 น.

พบชิ้นกระดูกมนุษย์เกลื่อนสวนมะพร้าว เร่งสูงชันสูตร หัวใจวายหรือถูกฆาตกรรม

เมื่อวันที่ 21 มกราคม ร.ต.อ.คมสัน พรมศิริ พนักงานสอบสวน สภ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ได้รับแจ้งพบโครงกระดูกมนุษย์กระจายเกลื่อนสวนมะพร้าว ม.8 ต.บางช้าง อ.อัมพวา จึงรายงาน พ.ต.อ.เพชรกล้า ผกก.สภ.อัมพวา และประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จ.สมุทรสงคราม ไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสรรพราเชนทร์สมุทรสงคราม ในที่เกิดเหตุเป็นสวนมะพร้าวที่รกชัฏ ต้องเดินเท้าเข้าไปจากถนนประมาณ 1 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่พบโครงกระดูกมนุษย์กระจายเกลื่อนพื้นในรัศมี 15 เมตร จึงระดมกำลังช่วยกันหาโครงกระดูก พบหัวกะโหลก 1 หัว, กระดูกซี่โครง 12 ชิ้น, กระดูกท่อนแขนซ้าย และกระดูกท่อนขาซ้าย และกระดูกสันหลัง แต่ไม่พบกระดูกท่อนแขนขวาย และกระดูกท่อนขาขวา

ในที่เกิดเหตุพบมีดดายหญ้าตกอยู่ 1 อัน และพบกระเป๋า 1 ใบ จากการตรวจสอบมีเอกสารประจำตัวระบุชื่อนายชลอ ย่งรัง อายุ 70 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ ม.9 ต.บางช้าง อ.อัมพวา จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และประสานญาติมาร่วมตรวจสอบ โดย

นายชัยพร ย่งรัง อายุ 35 ปี ลูกชายคนเล็กของนายชลอ ให้การวกวนว่า บิดาของตนป่วยเป็นโรคหัวใจ และความดันโลหิตสูง จู่ๆหายไปจากบ้านพักประมาณ 3 สัปดาห์แล้ว แต่ไม่ได้แจ้งความเพราะตนคิดว่าไปอยู่กับพี่สาวที่กรุงเทพมหานคร กระทั่งวันนี้มีเจ้าหน้าที่ไปตามให้มาตรวจสอบก็พบว่าเป็นบิดาของตนจริง ซึ่งที่ผ่านมาเอะใจเหมือนกันว่าบิดาหายไป แต่ไม่คิดว่าจะมาเสียชีวิตแบบนี้

นายกรเลิศ กลิ่นหวล อายุ 38 ปี คนเจอโครงกระดูก เล่าว่าก่อนเกิดเหตุตนมาหารังผึ้งในสวน ขณะกำลังเดินหารังผึ้ง เจอหัวกระโหลกก่อน และได้กลิ่นเหม็นสาบจึงไปตามเจ้าหน้าที่มาดู ก็พบว่าเป็นหัวกระโหลกมนุษย์ดังกล่าว

Advertisement

จากการสอบสวนทราบว่านายชลอ ผู้ตาย มีอาชีพรับจ้างทั่วไป และป่วยเป็นโรคหัวใจและความดันโลหิดสูง เบื้องต้นสันนิษฐานว่าผู้ตายมารับจ้างดายหญ้าในสวน แต่เกิดหัวใจวายเสียชีวิตไม่มีใครเห็นจึงเป็นเหยื่อของตัวเหี้ย มาฉีกร่างกายนายชลอไปกัดกินจนกระดูกกระจัดกระจายเกลื่อนสวนมะพร้าวก็เป็นได้ แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ตัดประเด็นถูกฆาตกรรมทำร้ายจนเสียชีวิต จึงส่งโครงกระดูกไปชันสูตรอย่างละเอียดว่าที่ร่องรอยการถูกทำร้ายหรือไม่ ที่แผนกนิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป