หน้าแรก Uncategorized ตำรวจไทยมีไว้...

ตำรวจไทยมีไว้ทำอะไร? / โดย วสิษฐ เดชกุญชร

31.01.17 | 13:00 น.

เมื่อเช้าวันพฤหัสบดีที่ 26 มกราคม 2560 ผมได้รับเชิญให้ไปเปิดการเสวนาเรื่อง ตำรวจไทยมีไว้ทำอะไรŽ ซึ่งองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) จัดให้มีขึ้นที่ศูนย์การประชุุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผู้ได้รับเชิญให้ไปเสวนามี 4 คน คือ อาจารย์ ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์, พ.ต.อ.
วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร, ร.ต.อ.ดร.วิเชียร ตันศิริคงคล และคุณพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ส่วนผู้ดำเนินรายการคือ ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย)

จะเห็นว่าผู้ร่วมรายการ 2 คนเป็นนายตำรวจนอกราชการ คนหนึ่งคือคุณวิรุตม์ ซึ่งเคยเป็นรองผู้บังคับการจเรตำรวจ และคุณวิเชียร ซึ่งเคยรับราชการตำรวจมียศเป็นร้อยตำรวจเอก ก่อนที่จะลาออกไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยบูรพา และปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นประธานหลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิตของมหาวิทยาลัยบูรพา คุณวิรุตม์นั้นเขียนบทความชุด เสียงประชาชนปฏิรูปตำรวจŽ ลงเป็นประจำในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ สะท้อนทรรศนะของผู้ที่เคยรับราชการมีตำแหน่งตั้งแต่เป็นรองสารวัตรจนถึงรองผู้บังคับการก่อนเกษียณอายุราชการ ส่วนคุณวิเชียรก็เคยมีตำแหน่งเป็นสารวัตรตำรวจ เพราะฉะนั้นประสบการณ์และความเห็นของทั้งสองท่านที่แสดงในการเสวนาจึงมาจากต้นตอ เชื่อถือได้และน่าสนใจอย่างยิ่ง ส่วนคุณพัฒนเดชนั้นได้รับเชิญให้ไปร่วมเสวนาในฐานะคนธรรมดา แต่มีประสบการณ์เนื่องจากประกอบอาชีพขับรถยนต์บรรทุก เคยผ่านและเห็นความทุจริตของตำรวจมานับครั้งไม่ถ้วน การเสวนาในวันนั้นจึงออกรสและน่าสนใจอย่างยิ่ง เสียดายที่มีเวลาน้อยเพียงสองชั่วโมง

เรื่องที่เสวนากันในวันนั้นน่าสนใจทุกเรื่อง อาจารย์สังศิตกับผมเคยเป็นกรรมการพัฒนาระบบงานตำรวจมาด้วยกันตั้งแต่สมัยรัฐบาล พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ จึงคุ้นเคยกับปัญหาตำรวจเป็นอันดี ท่านเป็นห่วงตำรวจ ชั้นผู้น้อยที่มีรายได้ต่ำเมื่อเทียบกับข้าราชการสังกัดอื่น อันเป็นต้นเหตุของทุจริต ท่านมีความเห็นด้วยว่าควรมีการปรับปรุงโรงเรียนนายร้อยตำรวจให้เป็นที่ผลิตนายตำรวจที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง โดยเอาออกจากระบบการศึกษาแบบทหาร และควรให้เป็นสถาบันการศึกษาวิชาการตำรวจ ให้แก่ผู้ที่เรียนสำเร็จได้ปริญญาตรีมาแล้ว

ที่เสวนาถกกันมากถึงปัญหาเรื่องการสอบสวนของตำรวจ ทุกคนมีความเห็นตรงกันว่าพนักงานสอบสวนควรจะเป็นอิสระและแยกออกจากฝ่ายสืบสวนปราบปราม และควรได้รับค่าตอบแทนที่สูงกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพราะเมื่อค่าตอบแทนต่ำ พนักงานสอบสวนก็ย่อมจะทนความเย้ายวนไม่ไหว และหากผู้บังคับบัญชาเองเสนอให้สินจ้างรางวัลแลกกับการบิดเบือนสำนวนการสอบสวน ก็ย่อมจะใจอ่อนและยินยอม อีกเรื่องหนึ่งที่กล่าวถึงกันคือเรื่องการสอบสวนตำรวจที่ประพฤติมิชอบ

ผู้เสวนาเห็นว่าวิธีสอบสวนโดยการตั้งกรรมการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติใช้อยู่ในปัจจุบันไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะการสอบสวนกระทำโดยเห็นแก่หน้าหรือแก่สมัครพรรคพวก และมักจะจบลงด้วยการลงทัณฑ์สถานเบาและยังให้อยู่ในราชการต่อไป ผู้ร่วมเสวนาเห็นว่าควรมีการตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อรับคำร้องทุกข์เกี่ยวกับตำรวจ โดยให้กรรมการเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่ไม่ใช่ตำรวจ ผมไม่แน่ใจว่ารัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะสนใจกับการเสวนานี้เพียงใดหรือไม่ แต่ผมเชื่อว่าหากประชาชนสนใจและเรียกร้อง รัฐบาลหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็คงจะทนไม่ได้ ต้องสนองความต้องการของประชาชนในที่สุด

Advertisement

ท่านที่สนใจอยากรู้รายละเอียดของการเสวนา ผมขอแนะนำให้ศึกษาจากเว็บไซต์ขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ที่ www.anticorruption.in.th/2016/th/ และเมื่อทราบรายละเอียดของการเสวนาแล้ว หากท่านจะแสดงความเห็นของท่านด้วยก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ความเห็นของมหาชนเท่านั้นที่จะมีส่วนผลักดันให้เกิดการปฏิรูปตำรวจโดยรวดเร็วและเป็นรูปธรรมได้