หน้าแรก Uncategorized วงบีบีซีซิมโฟ...

วงบีบีซีซิมโฟนีออเคสตรา เดินทางมาแสดงที่ศาลายา / โดย สุกรี เจริญสุข

8.02.17 | 13:00 น.

วงบีบีซีซิมโฟนีออเคสตรา (BBCSO) จากประเทศอังกฤษ จะเดินทางมาแสดงที่อาคารมหิดลสิทธาคาร ในวันที่ 28-29 มีนาคม 2560 เวลา 19.00 น. ทั้ง 2 วัน ซึ่งมีนักดนตรีเต็มวงจำนวน 106 คน นับเป็นครั้งแรกที่มีวงดนตรีอาชีพจากอังกฤษเข้ามาแสดงที่ศาลายา สำหรับวงบีบีซีซิมโฟนีออเคสตรา (BBCSO) กับสำนักข่าวบีบีซีนั้น เป็นคนละส่วนกันไม่ได้เกี่ยวข้องกัน เดี๋ยวเอาไปปนกันจะทำให้เข้าใจผิดกันไปใหญ่

วงบีบีซีซิมโฟนีออเคสตรา (BBCSO) เป็นวงดนตรีอาชีพชั้นแนวหน้าของโลกมีการแสดงทั้งปี ไม่ต่างไปจากวงลอนดอนซิมโฟนี (London Symphony) ไม่ต่างไปจากวงบอสตันซิมโฟนี (Boston Symphony) นักดนตรีที่มีฝีมือของโลกก็ไปอยู่กับวงบีบีซี มีรายการแสดงประจำ มีผู้ควบคุมวงดนตรีที่มีชื่อเสียง มีหอแสดงดนตรีเป็นของตนเอง ที่สำคัญก็คือ วงบีบีซี เดินทางไปแสดงตามเมืองต่างๆ มาแล้วทั่วโลก

ความจริงเราก็มีความพยายามที่จะเชิญวงดนตรีระดับนานาชาติ ให้เข้ามาแสดง ที่อาคารมหิดลสิทธาคารหลายปีแล้ว เพราะเข้าใจว่าวงดนตรีระดับโลกทั้งหลายจะต้องจองเวลาล่วงหน้า 2-3 ปี ซึ่งเป็นความยากลำบากมาก เพราะเมืองไทยนั้นมีการปฏิวัติบ่อย ทำให้วางแผนลำบาก วงดนตรีต่างประเทศก็กลัวว่าจะไม่ปลอดภัยที่จะเข้ามาแสดง จึงทำให้เข้าใจเอาได้ว่า วงดนตรีระดับโลกคือเครื่องหมายของความปลอดภัย เป็นเครื่องหมายของความสงบ และเป็นเครื่องหมายของความเจริญ

อาจจะเพิ่มอีกเหตุผลก็ได้ว่า วงดนตรีคลาสสิกเป็นเครื่องหมายของความอุดมสมบูรณ์ เพราะค่าตัววงดนตรีระดับโลกนั้นแพงมาก ไม่เหมาะกับประเทศด้อยพัฒนาแต่อย่างใด เมื่อมีความเชื่อว่า ดนตรีเป็นเครื่องหมายของความเจริญ ก็น่าจะช่วยผลักดันสนับสนุนให้ประเทศเจริญ โดยการเชิญวงดนตรีระดับโลกมาแสดงบ่อยๆ นอกจากจะช่วยขัดเกลาจิตใจของคนในสังคมแล้ว ยังบอกไปกับชาวโลกได้ว่าประเทศไทยนั้นเจริญ

ดังนั้น เทศกาลดนตรีต่างๆ ที่จัดขึ้นในประเทศไทย ก็เป็นความพยายามที่จะช่วยผลักดันให้ชาวโลกรับรู้ว่าประเทศไทยเจริญแล้ว ยิ่งในช่วงเวลานี้ ก็น่าจะช่วยกันสร้างภาพลักษณ์ของประเทศให้มากขึ้น เพราะเมื่อสำนักข่าวต่างประเทศก็นำเสนอข่าวว่าประเทศไทยอยู่ในลำดับความน่าเชื่อถือที่ 101 เรื่องความฉ้อฉลคดโกง ความจริงอุปทูตอังกฤษประจำประเทศสยาม (เบอร์นี่ พ.ศ.2365) บันทึกไว้ว่า อันชนชาวสยามนั้นมีอุปนิสัยฉ้อฉลและคดโกงŽ

Advertisement

อีกข่าวหนึ่ง ประเทศไทยมีความเสี่ยงการปฏิวัติรัฐประหารเป็นลำดับ 2 รองจากประเทศบุรุนดี ในแอฟริกา ที่สุดยอดอีกข่าวคือ ประเทศไทยมีวันหยุดประจำชาติเป็นลำดับ 2 ของโลก รองจากศรีลังกา แค่ข่าวเหล่านี้ติดลำดับโลก ซึ่งเป็นไปในทางลบ ก็ทำให้ประเทศเสียชื่อมากพอสมควรแล้ว

หากจะนับความสัมพันธ์ไทยอังกฤษ ตามหลักฐานของอังกฤษ ได้มีความสัมพันธ์ทางการค้ากันตั้งแต่ พ.ศ.2153 โดยฝ่ายอังกฤษเดินทางเข้ามากรุงศรีอยุธยา ส่วนฝ่ายสยามได้ส่งคนไปอังกฤษ เมื่อปี พ.ศ.2227 ในการนับนั้นก็ขึ้นอยู่กับหลักฐานว่าใครจะนับเริ่มต้นความสัมพันธ์ตั้งแต่ปีไหน ซึ่งรวมความว่าความสัมพันธ์ไทยอังกฤษ มีมาไม่ต่ำกว่า 400 ปีแล้ว

ครั้งนี้วงบีบีซีซิมโฟนีออเคสตรา (BBCSO) มีความประสงค์ที่จะถวายพระเกียรติยศด้วยเสียงดนตรี โดยวงจะบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศด้วย อังกฤษเป็นประเทศที่เป็นเกาะ แต่มีอิทธิพลต่อโลกอย่างมาก เนื่องจากความรู้การเดินทางโดยเรือ มีการค้าขาย มีบทบาทสำคัญในเรื่องการศึกษา ด้านภาษา วัฒนธรรม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้ถือเป็นวิทยาการของโลก ภาษาก็กลายเป็นภาษาของโลก วัฒนธรรมของโลก ความรู้ของโลก และเป็นรากฐานการศึกษาของโลกด้วย

เราได้ค้นพบว่าคนชั้นสูงของประเทศต่างๆ ทั่วโลก ได้รับการศึกษาเรียนรู้จากประเทศอังกฤษ แม้กระทั่งรสนิยมก็ต้องเป็น ผู้ดีอังกฤษŽ ถือเป็นรสนิยมที่เป็นมาตรฐานสากล เพลงประจำชาติต่างๆ เริ่มต้นที่ประเทศอังกฤษ เมื่ออังกฤษแผ่อำนาจไปปกครองอาณานิคม อังกฤษก็ใช้เพลงชาติ (God Save the Queen) เป็นอาวุธทางวัฒนธรรมซึ่งเป็นอำนาจแฝงในการล่าอาณานิคม โดยประเทศนั้นๆ ใช้เพลงเคารพหรือเพลงคำนับ เพลงแตรเพื่อเรียกทหารเข้าแถว ใช้เพลงชาติ (God Save the Queen)

ทั้งนี้ ประเทศสยามเอง ก็เคยใช้เพลงชาติอังกฤษเป็นเพลงคำนับอยู่ถึง 19 ปี ระหว่าง พ.ศ.2395-2414 ตั้งชื่อใหม่ว่า จอมราชจงเจริญ หรือสรรเสริญพระบารมีอังกฤษ

ปัจจุบันอังกฤษเป็นประเทศมหาอำนาจทางวัฒนธรรม โดยขายรสนิยมเป็นสินค้า ขายกึ๋นที่เป็นความคิดสร้างสรรค์ ขายแรงบันดาลใจ ขายจินตนาการ ขายความบันเทิง ขายกีฬา ขายดนตรีทุกชนิด ขายละครเพลง ขายเสื้อผ้า แฟชั่น รวมทั้งเป็นคนกลางขายกินหัวคิวด้วย อังกฤษจึงเป็นศูนย์กลางความเจริญของโลก แม้กระทั่งขายข่าวที่เกิดขึ้นที่ไหนก็ได้ในโลก คนทั้งโลกก็ต้องดูข่าวของตัวเองผ่านสื่อของอังกฤษ

การเดินทางมาของวงบีบีซีซิมโฟนีออเคสตรา (BBCSO) ได้รับความร่วมมือจากกระทรวงการต่างประเทศของไทย สถาบันวัฒนธรรมอังกฤษ (British Council) ซึ่งก็เป็นราคาที่แพงมาก แต่เมื่อเราต้องการให้โลกมาอยู่ที่เราบ้าง ก็ต้องลงทุนซื้อโลกมาไว้ที่ศาลายา ในแง่เศรษฐกิจนั้นไม่คุ้ม แต่ในแง่ของการศึกษา ในแง่ราคาของความน่าเชื่อถือแล้ว คุ้มค่ามาก อย่างน้อยๆ เด็กที่เรียนดนตรีได้มีโอกาสกระทบไหล่ดารา นักดนตรีได้เห็น ได้ยิน ได้ฟังคนระดับโลกด้วยตัวเอง ชาวโลกก็มองภาพประเทศไทยใหม่ เห็นว่าประเทศไทยก็มีความพร้อมและมีความเจริญ

การแสดงของวงบีบีซีซิมโฟนีออเคสตรา (BBCSO) ทั้ง 2 วัน ไม่เหมือนกัน วันแรก (28 มีนาคม) เป็นเปียโนคอนแชร์โตของบริทเต็น (Benjamin Britten) และซิมโฟนี หมายเลข 1 ของวอลตัน (William Walton) ส่วนวันที่สอง (29 มีนาคม) เป็นเปียโนคอนแชร์โตของโมสาร์ท (Wolfgang Amadeus Mozart) เพลงของเมนเดลส์โซห์น (Felix Mendelssohn) และเพลงของเอลการ์ (Edward Elgar)

ทั้งสองวันมีเบนจามิน กรอสเวนอร์ (Benjamin Grosvenor) เป็นนักเปียโน และมีเอ็ดเวิร์ด การ์ดเนอร์ (Edward Gardner) เป็นคอนดักเตอร์

สําหรับบัตรชมการแสดงนั้น มีตั้งแต่ 1,000 บาท 2,000 บาท 3,000 บาท 4,000 บาท 5,000 บาท 6,000 บาท 8,000 บาท และ 10,000 บาท ซึ่งก็เป็นราคาที่แพงที่สุดเท่าที่เคยจัดงานมา แต่เมื่ออยากทำมีคนช่วยน้อยก็ต้องช่วยตัวเอง เป็นรายการที่วัดใจกันว่าประเทศไทยมีคนฟังดนตรีคลาสสิกจริงหรือ เพราะเคยเห็นราคาบัตรดนตรีร็อก ดนตรีป๊อป ราคาแพงมากจนน่าตกใจ

งานนี้ดนตรีคลาสสิกแม้จะขายบัตรหมดทุกที่นั่ง ก็ไม่สามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด อย่างน้อยได้ซื้อราคาความน่าเชื่อถือให้กับประเทศ ซื้อของดีมาให้นักเรียนดู เพราะเรามีอาคารมหิดลสิทธาคาร ซึ่งหรูไม่แพ้ใครอยู่แล้ว หากว่ามีผู้ชมที่หรูหราด้วย อีกหน่อยวงดนตรีสุดยอดของโลกก็สามารถมาแสดงที่ประเทศไทยได้ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีคนดู ในขณะที่คนดูก็พร้อมจะจ่ายค่าตั๋วด้วย แต่ถ้าคนดูยังไม่พร้อมที่จะจ่าย ก็ต้องรอคอยเวลากันต่อไป เพราะต้องไปหาผู้สนับสนุนมาจ่าย แล้วแจกตั๋วฟรีให้คนดูซึ่งก็จะได้คนดูที่มีรสนิยมสูงแต่ไม่มีงบประมาณจ่าย

ซึ่งประเทศไทยก็ต้องรอคอยเวลาไปอีกสักพักหนึ่ง