หน้าแรก Uncategorized เกษตรกรคนรุ่น...

เกษตรกรคนรุ่นใหม่ ส่งเสียงถึงพี่ๆ ‘ฝากชิง ส.ว.’ เข้าไปแก้รธน. ช่วยคนจนเป็นอย่างแรก

20.05.24 | 17:39 น.

เกษตรกรคนรุ่นใหม่ ส่งเสียงถึงพี่ๆ ‘ฝากลง ส.ว.’ เข้าไปแก้รัฐธรรมนูญ ช่วยคนจนเป็นอย่างแรก

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่ข่วงประตูท่าแพ อำเภอเมือง จ.เชียงใหม่ โครงการอินเทอร์เนตเพื่อกฏหมายประชาชน หรือ iLaw เปิดโต๊ะคลินิกให้คำปรึกษาเตรียมตัวสมัคร ส.ว. ท่ามกลางประชาชนชาว จ.เชียงใหม่ที่ประสงค์ลงสมัคร ส.ว.มาขอรับคำปรึกษา และตรวจสอบคุณสมบัติกันอย่างต่อเนื่อง แม้ช่วงค่ำจะมีฝนตกโปรยปรายลงมาระหว่างการจัดกิจกรรมก็ตาม

บรรยากาศเวลา 18.00 น. มีการจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “จะได้อะไรจากระบบใหม่ที่เลือกกันเอง” โดยมี นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการ iLaw, รศ.ดร.เก่งกิจ กิติเรียงลาภ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.เชียงใหม่ และ ผศ.ดร.ทัศนัย เศรษฐเสรี คณะวิจิตรศิลป์ ม.เชียงใหม่ ร่วมให้ความเห็น

ต่อมาเวลา 18.45 น. มีการเสวนาในหัวข้อ “ฟังเสียงคนรุ่นใหม่ที่ไม่มีสิทธิสมัคร สว. และไม่มีสิทธิเลือกสว.” โดย นายวิศรุต ศรีจันทร์ สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.), นางพรชิตา ฟ้าประทานไพร เครือข่ายชาติพันธุ์ปลดแอก, นายศิริศักดิ์ ไชยเทศ นักสิทธิมนุษยชนด้านความหลากหลายทางเพศ, น.ส.อชิรญา บุญตา นักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง, นายเริงฤทธิ์ ละออกิจ สหกาพแรงงานบาริสต้าเชียงใหม่

ในตอนหนึ่ง นายวิศรุต สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) กล่าว วันนี้ประเด็นที่คนรุ่นใหม่อยากส่งต่อ ที่จะเข้าไปเป็น ส.ว. คิดว่ามีอยู่ 3 เรื่องที่อยากแลกเปลี่ยน คือคนรุ่นใหม่ก็มีความฝันเหมือนกัน มีความหวังและมีเป้าหมายเหมือนกัน

Advertisement

“เรื่องแรกที่อยากจะคุยก็คือเรื่อง ‘ความหวัง’ เราก็อยากเห็นสังคมที่เป็นประชาธิปไตย เห็นสิทธิเสรีภาพ เห็นคนเท่ากัน ปัญหาที่เกิดขึ้น ต้นตอของการเขียนรัฐธรรมนูญ หรือออกรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับ อย่างเช่นฉบับปี 2560 เองก็ตาม ที่หลายคนได้คุยมาซึ่งก็เห็นถึงปัญหาแล้ว สิ่งที่เป็นความหวังของพวกเราเลย ในการที่พี่ๆ จะเข้าเป็น ส.ว. แต่ละส่วนผมคิดว่าเรื่องสำคัญคือ การที่เข้าไปแก้ต้นตอปัญหา ก็คือรัฐธรรมนูญปี 60” นายวิศรุตกล่าว

นายวิศรุตกล่าวต่อว่า นี่คือหลักการที่ตนคิดว่า ต้องเป็นคำมั่นสัญญาในเชิงหลักการรวมกัน ว่าถ้าประชาชนเข้าไปได้มากที่สุดในสัดส่วนของ ส.ว. สิ่งแรกคือ ‘ต้องเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่’ เป็นความหวังที่เราอยากเห็นสังคมที่เท่าเทียม อยากเห็นสังคมที่เป็นประชาธิปไตย

แต่สิ่งที่ผ่านมา เราก็เห็นกันอยู่ เกือบ 10 ปีที่เราเจอสถานการณ์ที่ถูกบีบบังคับ ถูกกดทับ ถูกกดดันต่างๆ หรือว่าการใช้อำนาจทางกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม คิดว่าความหวังระยะสั้นของพวกเรา ในการสื่อสารออกไป คือการเข้าไปเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ นี่คือความหวังที่อยากจะส่งเสียง

“ในนามลูกหลานเกษตรกร ผมคิดว่าในส่วนของเกษตรกรเอง เราก็มีความหวังเหมือนกัน เพราะว่าประเทศนี้มันเป็นประเทศที่พิกลพิการ เพราะว่าการใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหญ่ กับการใช้พระราชบัญญัติ มันพิกลพิการไปหมด ทำให้ที่ผ่านมาพี่น้องกลุ่มเกษตรกรรายย่อย หรือกลุ่มชาติพันธุ์ ต้องเจอกับการใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม อย่างเช่นสถานการณ์ 10 ปีที่ผ่านมา เราเจอกับสถานการณ์ทวงคืนผืนป่า ในเขตป่าตอนนี้พี่น้องเราเจอกับคดีที่ไม่เป็นธรรม กว่า 46,000 คดี” นายวิศรุตชี้

นายวิศรุตกล่าวว่า อีกส่วนหนึ่งคือเรื่องของ ‘ที่ดิน’ เกษตรกรรายย่อยที่อยู่ในเมืองหรือชนบท ก็ถูกใช้กฎหมายในการเปลี่ยนแปลงผังเมือง จากพื้นที่เกษตรกรรม กลายเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม และใช้อำนาจทางกฎหมายให้นายทุนเข้ามาซื้อที่ดิน มือใครยาวสาวได้สาวเอา ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ในนามสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) เป้าหมายของเราที่ยึดมาตั้งแต่สมัยเป็น สหพันธ์ชาวนาชาวไร่แห่งประเทศไทย ก็ยังหยึดเป้าหมายเดิมนี้ว่า มันต้องเกิดการปฏิรูปที่ดินในประเทศไทย แต่ปัญหาก็คือ ‘การใช้รัฐธรรมนูญ’ ในการยืนหยัดหลักการ มันไม่สามารถเป็นไปได้ในสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะมีการไปใช้พระราชบัญญัติ ใช้มติอื่นๆ ที่มากดทับ กดขี่พี่น้องเราในสถานการณ์ ในพื้นที่

“ความฝันของเกษตรกรหรือกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ทำงานของสหพันธ์เกษตรฯ ภาคเหนือ คิดว่าตอนนี้เรามีพระราชบัญญัติอยู่ 6 ตัวด้วยกันที่จะผลักดัน

ส่วนแรกเลยเราคิดว่าต้องมีการจำกัดการถือครองที่ดิน หรือภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า ส่วนที่ 2 คือต้องมีกลไกในการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม ส่วนที่ 3 ก็คือเรื่องของสิทธิชุมชน ที่ชุมชนจะมีอำนาจในการบริหารจัดการที่ดิน เพราะว่าที่ผ่านมา มีการใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรมในประเทศเรา” นายวิศรุต กล่าว

นายวิศรุตกล่าวอีกว่า อีก 2 ส่วนของกลุ่มชาติพันธุ์ คือเรื่องของ พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ ที่กำลังอยู่ในสภาฯ อยู่ อีกส่วนหนึ่งก็คือ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่เกี่ยวข้องกับคดีทวงคืนพื้นป่าหรือคนจน อันนี้ผมคิดว่าเป็นภารกิจของเกษตรกรรายย่อย กับกลุ่มชาติพันธุ์ในนาม สกน. ที่พยายามผลักดันกันอยู่

คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก ว่าการที่จะได้ ส.ว. ชุดใหม่ 200 กว่าคน เราจะยึดหลักการแบบนี้ในการที่ผลักดันให้เกิดกฎหมายของประชาชนไหม ที่ประชาชนเขียนกฎหมายขึ้นมา เพราะว่าที่ผ่านมาชุดเก่า หรือว่า 250 คน ไม่สามารถผลักดันให้เกิดตามเป้าหมายของประชาชนได้เลย

นี่คือภารกิจทางประวัติศาสตร์ ตั้งแต่สมัยสหพันธ์ชาวนาชาวไร่แห่งประเทศไทยมาจนถึงสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ ที่กำลังผลักดันกันอยู่ และคิดว่าความฝันของเราที่จะเข้าไปสู่กฎหมายที่เป็นธรรม สู่การปฏิรูปที่ดินของเกษตรกร คิดว่ายังเป็นเป้าหมายหลักที่เราต้องรวมกันผลักดันอยู่ โดยเฉพาะ ส.ว. ที่จะมาเป็นชุดใหม่นี้

“ส่วนสุดท้าย ผมคิดว่าเป็นเรื่องของการยึดภูมิเป้าหมายรวมกัน ก็คือเรื่องของ การที่เข้าไปสมัคร .สว. จะเป็นสว.หรือจะเป็นโหวตเตอร์เองก็ตาม ผมคิดว่าเป้าหมายรวมกันตั้งแต่ความฝันและความหวัง ผมคิดว่าเรื่องนี้ก็ต้องฟังเสียงคนรุ่นใหม่บ้าง สิ่งที่เราทำได้ ณ ตอนนี้ก็คือกระบวนการเคลื่อนไหวบนท้องถนนหรือการติดตาม” นายวิศรุตชี้

นายวิศรุตกล่าวอีกว่า ในฐานะคนรุ่นใหม่ ก็จะสร้างอำนาจ พลัง หรือขบวนการเคลื่อนไหวนอกสภาฯ ที่จะไปสู้กันในระบบ เพราะเราคิดเห็นว่าระบบที่ผ่านมามันไม่สามารถใช้ได้ สิ่งที่สำคัญก็คือว่าเราต้องสร้างอำนาจอำนาจต่อรองนอกสภาฯ ให้ได้มากที่สุด เพื่อกำกับ ส.ว. 200 ชุดใหม่นี้ว่าจะเป็นไปตามเจตนารมณ์ของภาคประชาชนหรือไม่ ซึ่งก็คือ ‘การแก้ไขรัฐธรรมนูญชุดใหม่’ ที่เป็นข้อท้าทายใหญ่ที่สุด ณ ตอนนี้

“ก็ฝากไว้ประมาณสามเรื่องนี้ แล้วก็ขอว่า ในนามคนรุ่นใหม่ จะติดตามและผลักดันกฎหมายหรือไปสู่เป้าหมายของประชาชนให้ได้มากที่สุด” นายวิศรุตกล่าว