มทภ.1 ตรวจเยี่ยมพล.1รอ. ชมการฝึกปฏิบัติภารกิจ ปลุกความสามัคคี-ทหารอาชีพ ขอดูแล’ทหารกองประจำการ’ เปรียบเสมือนเป็น ‘ลูกน้อง’
เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ที่กองบัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1รอ.) พล.ท.ชิษณุพงศ์ รอดศิริ แม่ทัพภาคที่ 1 พร้อมด้วย พล.ต.อาจิณ ปัทมจิตร รองแม่ทัพภาคที่ 1 และคณะตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของ พล.1รอ. โดยแม่ทัพภาคที่ 1 ได้รับฟังการบรรยายสรุปการปฏิบัติภารกิจของหน่วย

จากนั้นได้เดินทางไปยัง กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์(ป.1รอ.) ตรวจเยี่ยมการฝึกปฏิบัติภารกิจต่างๆ ได้แก่ การฝึกปฏิบัติหน้าที่ของกองรักษาการณ์ จากหน่วยกองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์(ม.พัน4รอ.) การฝึกสวนสนามในพิธีสวนสนามและถวายสัตย์ปฏิญานตนของทหารรักษาพระองค์จาก หน่วยกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์(ร.31พัน1รอ.) การฝึกเตรียมการของกองร้อยปืนใหญ่ยิงสลุตจากหน่วยกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ (ป.1พัน1รอ.) การเตรียมกำลังของ หน่วยส่งทางอากาศ จาก ร.31พัน3 รอ. และการเตรียมกำลังของกองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 1 หลังจากนั้นได้เยี่ยมชมสินค้าและผลิตภัณฑ์จากแม่บ้านทหารบก สาขา พล.1รอ.
แม่ทัพภาคที่ 1 ได้มอบนโยบายและข้อสั่งการที่สำคัญ มีใจความสำคัญดังนี้ พล.1รอ.เป็นหน่วยที่มีเกียรติประวัติยาวนาน ทั้งในเรื่องการสงคราม, ราชการสนามและการดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่รับผิดชอบ ขอให้ทุกหน่วยได้สร้างความรัก ความสามัคคีของกำลังพลภายในหน่วยตั้งแต่ในสถานการณ์ปกติ เพราะเมื่อต้องปฏิบัติภารกิจในสถานการณ์วิกฤต หรือสถานการณ์คับขัน จะต้องใช้ความเป็นทหารอาชีพ ในการฝ่าฟัน ร่วมเป็นร่วมตาย เพื่อทำให้ภารกิจสำเร็จ การเป็นทหารอาชีพ จะต้องมีการพัฒนาขีดความสามารถเป็นบุคคล และขีดความสามารถเป็นหน่วย เช่น การฝึกการต่อสู้ป้องกันตัวและมวยไทย, การฝึกการจับล็อค การจับกุม และการใช้ปืนอัดลมเบา (ปืน BB Gun) เป็นเครื่องช่วยฝึก

‘ขอให้ดูแลกำลังพล โดยเฉพาะทหารกองประจำการ เปรียบเสมือนเป็น ลูกน้อง ที่หมายความว่า เป็นทั้งลูก และเป็นทั้งน้อง เพื่อให้เป็นกำลังสำคัญในการปฏิบัติภารกิจของหน่วย ตลอดจนเป็นกำลังสำคัญในการรักษาความมั่นคงของประเทศชาติ ทั้งชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ขอให้ผู้บังคับหน่วยทุกระดับลงไปกำกับดูแลงานของหน่วยอย่างใกล้ชิด เนื่องจากความสำเร็จหรือความล้มเหลวของหน่วยนั้น ย่อมขึ้นอยู่ตัวของผู้บังคับหน่วยทั้งสิ้น และในฐานะที่พล.1รอ.เป็นหน่วยหลักในการดำเนินการในพิธีสวนสนามและถวายสัตย์ปฏิญาณ ของทหารรักษาพระองค์ โดยจะต้องเป็นแบบอย่างของทหารรักษาพระองค์ของกองทัพบก”แม่ทัพภาค 1 กล่าว


