เมื่อไม่กี่วันมานี้ผมได้รับจดหมายจากเพื่อนชาวต่างประเทศซึ่งอยู่ในเมืองไทยคนหนึ่ง แจ้งว่าเมื่อวันที่ 3 เดือนนี้ (มีนาคม 2560) มีชายสองคนแต่งกายแบบพลเรือนเดินเข้าไปในสำนักงานบริษัทของเขา แล้วบอกอย่างสุภาพว่า ทั้งสองเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ และขอรับบริจาคเงินเพื่อการแข่งขันฟุตบอลการกุศล โดยบอกว่าจะบริจาคเท่าใดก็ได้ เช่น 1,000 บาท และจะขอรับเงินสดทันที แต่ไม่สามารถจะออกอนุโมทนาบัตรหรือใบเสร็จรับเงินให้ได้ ชายทั้งสองคนบอกด้วยว่า การบริจาคจะทำให้เขาและตำรวจเป็นเพื่อนกันต่อไปในอนาคต
เพื่อนของผมปฏิเสธ และชายทั้งสองคนบอกว่า อีกสามวันจะกลับไปอีก เพื่อนบอกด้วยว่า ทั้งสองคนไม่ได้ใช้รถตำรวจ แต่ใช้รถส่วนตัว เพื่อนกลัวว่าชายทั้งสองจะไม่ใช่ตำรวจ และส่งภาพถ่ายเอกสารที่ชายทั้งสองคนมอบให้มาให้ผมด้วย ฉบับหนึ่งเป็นหนังสือจากสมาคมตำรวจ ที่ สตร.081/2560 ลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 ถึง ผู้จัดการ/ผู้ประกอบกิจการ/บริษัท/ห้างร้าน/พ่อค้า/ประชาชน ลงชื่อโดย พล.ต.อ.สุวรรณ สุวรรณเวโช นายกสมาคม
มีใจความว่า สมาคมตำรวจจัดตั้งขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ สนับสนุนส่งเสริมกิจกรรมของตำรวจ สนับสนุนส่งเสริมงานด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และช่วยเหลือข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งประชาชนที่เป็นพลเมืองดีด้วย ซึ่งแต่ละปีต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก จึงเรียนเชิญเพื่อพิจารณาให้การสนับสนุนซื้อบัตรเข้าร่วมชมการแข่งขันฟุตบอลวีไอพีดาราการกุศลนัดพิเศษที่จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 1 เมษายนปีนี้
อีกฉบับหนึ่งเป็น เอกสารแจ้งความประสงค์ให้การสนับสนุนการแข่งขันฟุตบอลการกุศลสมาคมตำรวจ มีช่องให้กรอกข้อความแสดงความจำนงที่จะสนับสนุน โดยมีหมายเหตุว่า บัตรราคาใบละ 1,000 บาท ถ้าซื้อบัตร 2,000 บาท จะได้รับโล่เกียรติยศจากสมาคม หรือป้ายโฆษณาติดริมสนามฟุตบอลหนึ่งป้าย
พิจารณาจากเอกสารที่เพื่อนของผมได้รับแล้ว ผมเชื่อว่าเป็นเอกสารที่ออกโดยสมาคมตำรวจจริงๆ และชายทั้งสองคนคงเป็นเจ้าหน้าที่ ตำรวจนอกเครื่องแบบ
สมัยก่อนเมื่อผมยังอยู่ในราชการ เมื่อถึงฤดูกฐิน สถานีตำรวจต่างๆ ทั้งนครบาลและภูธรมักได้รับการ บอกบุญ จากวัดหรือเจ้าภาพ ซึ่งส่งฎีกาไปให้เพื่อขอให้ร่วมเป็นเจ้าภาพในการทอดกฐิน และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มักจะเอาฎีกากองไว้บนโต๊ะทำงาน เมื่อมีผู้ไปร้องทุกข์หรือติดต่อราชการ ตำรวจก็มักจะส่งฎีกาขอให้เอาเงินใส่ซอง ทำบุญ ก่อน และเพราะกำลังจะขอให้ตำรวจช่วย เจ้าทุกข์หรือผู้ไปติดต่อราชการก็จึงขัดไม่ได้ ต้องจำใจ ทำบุญ ด้วยไม่มากก็น้อย การใช้ตำรวจให้บอกบุญจึงกลายเป็นประเพณีที่ยังปฏิบัติกันต่อมาจนถึงสมัยนี้
สมาคมตำรวจไม่ใช่หน่วยราชการ แต่ก็มีสมาชิกเป็นตำรวจทั้งในและนอกราชการเป็นจำนวนมาก ในกรณีนี้สมาคมคงจะส่งเอกสารแจ้งความประสงค์ให้การสนับสนุนการแข่งขันฟุตบอลการกุศลไปให้สถานีตำรวจต่างๆ ช่วยส่งต่อให้ อันเป็นที่มาของการ บอกบุญ ที่บริษัทของเพื่อนของผมได้รับในวันนั้น
เมื่อตำรวจเป็นผู้บอกบุญ ผู้ถูกบอกบุญย่อมเกรงใจและจำใจต้องบริจาคทั้งนั้น เพราะผู้บอกบุญเป็นผู้รักษากฎหมายและมีอำนาจ อาจให้คุณให้โทษแก่เขาได้ การ บอกบุญ โดยผู้มีอำนาจ จึงกลายเป็นบาป เพราะผู้ให้ไม่เต็มใจ ถ้ายิ่งเป็น ผู้ที่ขัดสนด้วยแล้ว บาปที่เกิดขึ้นก็จะยิ่งหนักลงไปอีก
เป็นที่เข้าใจว่าสมาคมตำรวจมีวัตถุประสงค์จะสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดและช่วยเหลือข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ อันเป็นกุศลเจตนาที่น่ายกย่องสรรเสริญ แต่ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์นั้นสมาคมตำรวจควรพิจารณา หลีกเลี่ยงการใช้ข้าราชการตำรวจให้เป็นผู้บอกบุญ
เพราะบุญที่ตำรวจบอกนั้น หนีไม่พ้นที่จะกลายเป็นบาปเสมอ

