หน้าแรก Uncategorized ‘กรมราช...

‘กรมราชทัณฑ์’ตั้งทัณฑสถานวัยโจ๋เป็นเรือนจำกีฬา ‘บัวขาว’ร่วมมอบอุปกรณ์กีฬา

7.03.17 | 16:16 น.

นายกอบเกียรติ กสิวัฒน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นประธานในพิธีเปิดเรือนจำเฉพาะทาง ประเภทเรือนจำกีฬา เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ที่ทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง คลอง 6 ปทุมธานี โดยมีนายณรงศักดิ์ สมพัศ ผู้อำนวยการทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง และ สิบตรีสมบัติ บัญชาเมฆ ร่วมด้วย

นายณรงศักดิ์กล่าวว่า ทัณฑสถานวัยหนุ่มกลางเป็นหน่วยงานราชการสังกัดกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ได้มีนโยบายพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขังให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้ต้องขัง เพื่อเกิดความชัดเจนและเป็นรูปธรรม เนื่องจากผู้ต้องขังทัณฑสถานวัยหนุ่มกลางเป็นเยาวชนที่มีอายุไม่เกิน 25 ปี จึงต้องคำนึงถึงการศึกษาและการอบรมเป็นพิเศษ รวมทั้งทางกรมราชทัณฑ์เองได้มีนโยบายจัดทำแผนฟื้นฟูเฉพาะทาง เลยได้มีการตั้งเรือนจำเฉพาะทางด้านกีฬาขึ้น เพื่อดำเนินการจัดการเรียนการสอนในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติทางด้านกีฬาให้กับผู้ต้องขัง โดยลงนามความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตองครักษ์ เพื่อสนับสนุนบุคลากรในการจัดทำหลักสูตร และจัดการเรียนการสอนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์การกีฬาให้กับผู้ต้องขังของทัณฑสถาน โดยมีชนิดกีฬาที่จัดสอนทั้งหมด 5 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย มวยสากลสมัครเล่น, มวยไทย, ตะกร้อ, ฟุตซอล และวอลเลย์บอล มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสุขภาพและสร้างเสริมความรู้ทางด้านทักษะทางกีฬา เป็นการสนับสนุนในการผลิตนักกีฬาและฝึกทักษะอาชีพให้กับผู้ต้องขังเมื่อพ้นโทษไปสามารถนำความรู้ที่มีไปประกอบอาชีพ สร้างรายได้ให้กับตัวเองและครอบครัว เป็นคนดีของสังคม ไม่หวนกับไปกระทำผิดซ้ำอีก

นายกอบเกียรติกล่าวว่า หน้าที่สำคัญหลักของกรมราชทัณฑ์คือ ควบคุมผู้ต้องขังอย่างมีประสิทธิภาพ และบำบัดฟื้นฟูนิสัยของผู้ต้องขังให้กลับคืนไปเป็นคนดีของสังคมหลังจากพ้นโทษออกไปแล้ว จะได้กลายเป็นบุคคลที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นคนดีของสังคม สามารถประกอบอาชีพ สร้างรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัวต่อไปในภายภาคหน้าได้ ซึ่งการส่งเสริมอาชีพให้กับผู้ต้องขังจะไม่มีการบังคับยัดเยียด แล้วแต่ความสมัครใจของผู้ต้องขังเอง โดยที่เน้นหลักๆ ในตอนนี้เลยคือ เรื่องของกีฬา เพราะผู้ต้องขังที่เป็นเยาวชนบางคนมีความชอบทางด้านกีฬา ทางกรมราชทัณฑ์ได้มองเห็นถึงจุดนี้จึงได้จัดตั้งโครงการนี้ขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ ส่งบุคลากรเข้ามาช่วยฝึกสอนและให้ความรู้กับผู้ต้องขังเป็นเวลา 9 เดือน ซึ่งถ้าเห็นว่าผู้ต้องขังคนไหนมีความสามารถก็จะคอยช่วยผลักดันให้ได้แข่งขันกีฬาในระดับอาชีพต่อไป

ด้าน “บัวขาว บัญชาเมฆ” กล่าวเพิ่มเติมว่า การมีกิจกรรมด้านกีฬาเช่นนี้ขึ้นมาถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่ได้มอบโอกาสให้ผู้ต้องขังทุกคนได้มีเวทีแสดงออกสิ่งที่ตนเองชื่นชอบและถนัดในด้านกีฬาออกมา เพื่อเป็นการพิสูจน์คุณค่าในตนเองอีกครั้งว่าเมื่อพ้นโทษแล้วจะไม่เป็นภาระของสังคม และพิสูจน์ถึงศักยภาพที่ตนเองมีและนำไปประกอบอาชีพเลี้ยงดูตัวเอง รวมถึงครอบครัวอีกด้วยถึงแม้ทุกคนจะไม่ต้องการเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในนี้ก็ตาม ตนเองต้องการมาสร้างแรงบันดาลใจและให้กำลังใจกับผู้ต้องขังทุกคนให้กลับมามีชีวิตที่สดใสอีกครั้ง

 

Advertisement