วันที่ 25 กุมภาพันธ์ นายพงษ์พันธ์ จั่นเงิน ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงอุตรดิตถ์ที่ 1 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่แขวงการทาง เร่งฉาบผิวถนนสายเอเซียที่ 11 ระหว่างพิษณุโลก-เด่นชัย บริเวณเขาพลึง หมู่ 7 ต.ด่านนาขาม อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ เส้นทางโค้งลงเขาเกี่ยวพันกันจำนวนหลายโค้งหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ”โค้งมรณะ” ระยะทาง 4 กิโลเมตร ทั้งไปและกลับรวมระยะทางยาว 8 กิโลเมตร เป็นจุดเสี่ยงอันตรายที่สุดบนทางหลวงสายหลักจังหวัดอุตรดิตถ์ กับการเกิดอุบัติเหตุรถวิ่งตกเขาเป็นจำนวนมากในช่วงฤดูฝน ทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตรวมถึงสูญเสียทรัพย์สินอย่างประเมินค่ามิได้
โดยเฉพาะเส้นทางขาลงเขาพลึงมุ่งหน้าสู่จังหวัดพิษณุโลก ตั้งแต่หลักกิโลเมตร(กม.)ที่ 350+300 ถึง 350+400 เจ้าหน้าที่ได้เร่งฉาบผิวแอสฟัลต์ด้วยวิธีพาราสเลอรี่ซิล มีหินโม่ ปูนซีเมนต์และปูนซีเมนต์ขาวเป็นส่วนผสม เพื่อเพิ่มความฝืดให้กับผิวถนนบริเวณทางโค้งลงเขาที่มีความลาดชัน ช่วยให้ผิวถนนระบายน้ำออกได้อย่างรวดเร็วขึ้น ลดการไหลลื่นระหว่างผิวถนนกับล้อรถยนต์ให้มีความฝืดขึ้น โดยมีส่วนผสมของยางพาราตามมาตรฐานกรมทางหลวง สนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการนำยางพาราที่เป็นผลผลิตจากเกษตรกรมาใช้บำรุงรักษาทางหลวง โดยเร่งดำเนินการฉาบผิวถนนช่วง กม.ที่ 344+350 ถึง351 +740 ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคมนี้ เพื่อลดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์และช่วงเช้าสู่ฤดูฝน
นายพงษ์พันธ์ กล่าวว่า เส้นทางเขาพลึงเป็นรอยต่อระหว่างจังหวัดแพร่และจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นถนนสายหลักในการเคลื่อนตัวจากภาคเหนือตอนล่างและภาคอีสานขึ้นสู่ภาคเหนือตอนบน อาทิ จังหวัดแพร่ น่าน พะเยา ลำปาง เชียงใหม่ และเชียงราย ในปี 2557 มีรถวิ่งเฉลี่ย 12,000 คันต่อวัน และปี 2558 มีรถวิ่งเพิ่มขึ้นเป็น 15,000 คันต่อวัน ในช่วงเทศกาลปีใหม่หรือสงกรานต์จะมีปริมาณรถเพิ่มขึ้นอีกกว่า 30% ต่อวัน

นายพงษ์พันธ์ กล่าวอีกว่า จังหวัดอุตรดิตถ์มีจุดเสี่ยง จำนวน 2 จุด จุดแรกเขาพลึง มีอุบัติเหตุมากเป็นอันดับ 1 และเป็นจุดเสี่ยงที่สำคัญที่สุด, จุดที่ 2 บริเวณพื้นที่เขาขาด ต.น้ำอ่าง อ.ตรอน ระยะทางห่างกันประมาณ 70 กิโลเมตร ระหว่างฉาบผิวถนนตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงเดือนกลางมีนาคม แจ้งเตือนผู้ใช้ถนนช่วงเขาพลึงให้ระมัดระวังอุบัติเหตุที่จะเกิดกับเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องจักรที่กำลังทำงาน ช่วยลดความเร็วลงทั้งเส้นขาขึ้นและขาล่อง
“ทั้งนี้ ทางแขวงการทางเตรียมติดตั้งเสาไฟฟ้ารายทางอีก จำนวน 55 ต้น เพิ่มแสงสว่างให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนในยามกลางคืน พร้อมป้ายเตือน ป้ายบังคับ ป้ายจำกัดความเร็วและป้ายสะท้อนแสง เพื่อสะดวกแก่การใช้เส้นทาง และลดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเป็นประจำบนถนนสายหลักนี้ ทั้งบาดเจ็บและเสียชีวิตรวมทั้งทรัพย์สินเสียหายด้วย” นายพงษ์พันธ์ กล่าว

