หน้าแรก Uncategorized สธ.ตอบชัด &#8...

สธ.ตอบชัด ‘เด็กหลอดแก้ว’ ต้องจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายเท่านั้น!

13.12.24 | 15:37 น.

จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อโซเชียล ถึงนักแสดงหญิงรายหนึ่งซึ่งมีการให้สัมภาษณ์ว่าตนเคยผ่านการทําเด็กหลอดแก้ว หรือ IVF มาถึง 4 ครั้ง โดยไม่ได้มีการจดทะเบียนสมรสกับสามี ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าการทำ IVF จะต้องมีการจดทะเบียนสมรสหรือไม่

ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า ในสภาวะสังคมปัจจุบันที่หลายครอบครัวประสบปัญหาภาวะ “มีบุตรยาก” เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ถือเป็นความหวังในการช่วยให้ครอบครัวเหล่านี้ได้มีบุตรเพื่อการมีครอบครัวที่สมบูรณ์ ด้วยการนำไข่และอสุจิมาผสมกัน ให้มีการปฏิสนธิภายนอกร่างกายเพื่อให้เกิดตัวอ่อน แล้วนำตัวอ่อนย้ายกลับเข้าไปในโพรงมดลูกของภริยาเพื่อให้เกิดการฝังตัวและเกิดการตั้งครรภ์ต่อไป ซึ่งในการขอรับบริการเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ทั้งในส่วนของผสมเทียมและเด็กหลอดแก้วในสถานพยาบาลไทยนั้น พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ.2558 กำหนดให้จะต้องกระทำในสถานพยาบาลที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ซึ่งปัจจุบันมี 115 แห่ง

“ที่สำคัญคือ ต้องกระทำในคู่สามีภริยาที่มีการจดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หรือจดทะเบียนสมรสที่ต่างประเทศและกฎหมายไทยให้การรับรองเท่านั้น ไม่สามารถให้คู่สามีภริยาที่มิได้จดทะเบียนสมรสกระทำได้ ซึ่งแพทย์ผู้ให้บริการจะต้องมีการประเมินความพร้อมทั้งร่างกาย จิตใจ สภาพแวดล้อมก่อนให้บริการ เช่น ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ปัจจัยด้านครอบครัว เศรษฐานะ อาชีพ กรณีที่พบความผิดปกติทางด้านสภาพจิตใจต้องผ่านการประเมินจากจิตแพทย์เพิ่มเติม ซึ่งการประเมินผู้รับบริการตามที่กฎหมายกำหนดนั้น นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อตัวผู้รับบริการในการช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์แล้ว ยังเป็นการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ตามเจตนารมณ์ที่กฎหมายกำหนดอีกด้วย” ทพ.อาคมกล่าว

ทพ.อาคมกล่าวว่า ทั้งนี้ สบส.ขอเน้นย้ำให้ผู้ประกอบกิจการและผู้ดำเนินการสถานพยาบาลทุกแห่งกวดขันการให้บริการเทคโนโลยีช่วยทางการแพทย์ซึ่งอยู่ในการดูแลของตนให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด มีการสื่อสารทำความเข้าใจกับผู้รับบริการถึงเงื่อนไขในการรับบริการเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ในประเทศไทย หากสถานพยาบาลมีการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และร่วมเป็นหูเป็นตาให้กับภาครัฐ ย่อมป้องปรามมิให้เกิดการกระทำผิด และขจัดมิให้เกิดการลักลอบเป็นเอเจนซี่ หรือนายหน้าชักชวนให้มีการนำเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งขัดต่อหลักกฎหมายและศีลธรรม หากมีข้อสงสัย หรือต้องการคำปรึกษา สามารถติดต่อได้ที่กลุ่มคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ กองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ ที่ สบส. หมายเลขโทรศัพท์ 0-2193-7000