นับถอยหลัง ISAN NEXT หนุ่มชัยภูมิ ขออย่าลืม ‘ดนตรีอีสาน’ เตรียมเป่าแคนรับวงสัมมนา ร่วมดันศก.บ้านเกิด
เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ที่หอประชุมราชภัฏรังสฤษฏ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเตรียมงานสัมมนา ISAN NEXT : พลิกเศรษฐกิจไทย ฝ่าวิกฤตโลก ที่จะมีขึ้นในวันที่ 20 ธันวาคมนี้ ซี่งจัดโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ร่วมกับ ‘เครือมติชน’
โดย รศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา พร้อมด้วย พล.ต.ต.ณรงฤทธิ์ ด่านสุวรรณ ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครราชสีมา ลงพื้นที่ดูแลความเรียบร้อย ซึ่งเจ้าหน้าที่ร่วมกันจัดโต๊ะและเก้าอี้กว่า 1,200 ตัวเตรียมพร้อมต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน
นอกจากนี้ คณาจารย์และนักศึกษามรภ.นครราชสีมา ซ้อมการแสดงต่างๆ บนเวที อาทิ วง NRRU BAND มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา นำโดย อาจารย์ ประเสริฐ ราชมณี ประธานสาขาวิชาดนตรีศึกษา มรภ.นครราชสีมา และวงสายแนนลำตะคอง

นายชินพัฒน์ ทวีกุล นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มรภ.นครราชสีมา สมาชิกวงสายแนนลำตะคอง ซึ่งเดินทางมาร่วมซ้อมการแสดงโปงลาง กล่าวว่า การแสดงของวงจะมีขึ้นในช่วงเวลา “DINNER สำรับโคราช” โดยมีการเตรียมความพร้อมกันเป็นอย่างดี ก่อนหน้านี้ นัดซ้อมกันทุกเย็น เพื่อให้ออกมาดีที่สุด ตนคิดว่า การแสดงเราพร้อม 100% หน้าที่ของตนคือการเป่าแคน โดยจะมีเพลงลาย ‘ภูไทสามเผ่า’ และลายประกอบเพลงร้อง โดยได้รับเกียรติจากคุณพ่อทรงศักดิ์ ประทุมสินธุ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีพื้นบ้านอีสาน) ประจำปีพุทธศักราช 2562 มาร่วมบรรเลงด้วย
“ผมเป็นคนชัยภูมิ มีความภาคภูมิใจในภาคอีสานเต็มร้อย ส่วนตัวอยากให้มีการผลักดันด้านเศรษฐกิจเพื่อบ้านเกิด ผมอยากให้เศรษฐกิจอีสานพัฒนา เรื่องเน้นการท่องเที่ยว เเละความปลอดภัยในเรื่องการท่องเที่ยวร่วมด้วย เรื่องทรัพยากรธรรมชาติก็สำคัญ ถ้าคนเที่ยวเยอะ แต่ถ้าเราไม่ซัพพอร์ตเรื่องสภาพแวดล้อม ผลเสียจะส่งผลต่อเศรษฐกิจ ถ้าธรรมชาติถูกทำลายเราจะเอากลับคืนมายาก และต้องไม่เน้นการท่องเที่ยวที่กระจุกแต่ในตัวเมือง ต้องกระจายในทั้งจังหวัด” นายชินพัฒน์ กล่าว

นายชินพัฒน์ กล่าวว่า ที่สำคัญอย่าลืมเรื่องดนตรี ทุกวันนี้เราจะเห็นศิลปินนักแสดงที่มีชื่อเสียงร่วมด้วยช่วยกันผลักดันด้านเศรษฐกิจศิลปะดนตรีอีสาน มีการปรับดนตรีอีสานที่ปรับให้เป็นดนตรีสากลมากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้คนที่ไม่ได้เป็นคนอีสาน เข้าถึงดนตรีที่ง่าย เป็นการให้เขารับรู้ทีละนิด เพื่อเสพไปทีละหน่อย เพื่อเข้าถึงดนตรีต้นกำเนิดได้
“ผมจับแคนครั้งแรกตั้งแต่ 10 ขวบ ชื่นชอบมาจากรุ่นพี่ที่เขาเล่นมาก่อน เลยนำมาหัดเล่น หลังจากนั้นก็สอบถามคนที่เก่งกว่าเรา เพื่อให้พัฒนาตัวเอง แม้ผมเรียนสาขาการเกษตร ผมอาจจะไม่ได้เล่นดีมากที่สุดเท่าที่สายเขาเรียนมา แต่เราก็สามารถอนุรักษ์สืบสาน และบรรเลงต่อไปได้” นายชินพัฒน์ กล่าวปิดท้าย


