
⦁….ยืนกรานใน “อำนาจประธาน” ในสิทธิปฏิเสธการบรรจุ “ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ” สู่วาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ไม่สนการคัดค้านของใครต่อใคร โดยเฉพาะฝ่ายค้านที่ยกทั้งบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ และตัวอย่างในอดีตมายืนยันว่า “ไม่ใช่อำนาจประธานสภา” เป็นการเปิดประเด็นความข้ดแย้งที่แหลมคมต่อ “หลักการของรัฐสภา” น่าสนใจยิ่งว่า “ชีวิตทางการเมืองอันยาวนาน” ของ “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” เมื่อถึงบั้นปลาย ฝาก “ภาพแบบไหน” ไว้ให้ “ชนรุ่นหลัง” ได้จดจำ
⦁….ระหว่างโอกาสได้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ” ซึ่งเป็นจังหวะสร้างผลงานฝากชื่อครั้งสำคัญ กับการยืนหยัดในหลักการ “สิทธิของฝ่ายค้านในการอภิปรายโยงคนนอก” เป็นความท้าทายยิ่งว่า “พรรคประชาชน” ภายใต้การนำของ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” จะเลือกทางที่ทำให้ประชาชนพอใจได้หรือไม่ ระหว่าง “เกมการเมือง” ที่มุ่งทำลายความน่าเชื่อถือของพรรคคู่แข่ง กับ “การเปิดโปงข้อมูลความล้มเหลว หรือความเน่าเฟะตามราคาคุย” เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ คิดว่า “ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับมากกว่าคืออะไร”
⦁….เบี้ยประกันสังคม ที่ส่งตามมาตรา 33 เดือนละ 750 บาท แบ่ง 450 บาท “นายจ้างและรัฐบาล” สมทบเท่าๆ กัน เพื่อเป็น “เบี้ยชราภาพ” ดูแลชีวิตหลังเกษียณ เป็นหลักประกันที่ดี จู่ๆ มีการแนะนำ “เกษียณแล้ว” เปลี่ยนมาเป็นส่ง “มาตรา 39” ส่งผลให้ “เบี้ยตามมาตรา 33 ที่ส่งมาตลอดชีวิตการทำงานหายไปทันที” ต้องมาเริ่มนับด้วยเบี้ยใหม่ ซึ่งจำนวนเงินห่างกันลิบลับ ที่ “รักชนก ศรีนอก” พยายามเรียกความเป็นธรรมคืนให้ผู้ประกันตน ฟังเหมือน “สำนักงานประกันสังคมโกงสวัสดิการประชาชน” พร้อมกับเอาเงินกองทุนไปใช้ “ฟุ่มเฟือยและมีเงื่อนงำ” มากมาย โดยไม่มีใครทำอะไรได้ จริงๆ หรือ
⦁….หากคิดถึงชีวประวัติใครสักคนที่ “เกิดขึ้น แปรเปลี่ยน” โดยเป็น “ศูนย์กลางความเป็นไปทางการเมือง” ตั้งแต่ตั้ง “พรรคไทยรักไทย” ปี 2541 มาถึงวันนี้ 2568 เลือกตั้งมาหลายครั้ง “รัฐประหารมา 2 รอบ” มวลชนลุกฮือต่อต้านอำนาจรัฐถูกล้อมปราบบาดเจ็บ ล้มตายกันมาหลายรอบ มีชื่อ “ทักษิณ ชินวัตร” เป็นเงื่อนไขสำคัญมาทุกครั้ง “27 ปีที่ผ่านมา” การเมืองไม่มีใคร “ก้าวข้าม” ได้ ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล มีอำนาจเด็ดขาด หรือเป็นเป็ดง่อย ถึงวันนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้น และดูเหมือนจะไม่มีวันจบสิ้น
⦁….จาก “ทักษิณ ชิวัตร” มาเป็นสามีของน้องสาว “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” สู่น้องสาวอีกคน “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ถึงวันนี้ถึงยุคของลูกสาว “แพทองธาร ชินวัตร” ยืนบนแท่น “ผู้นำประเทศไทย” ในทุกเวทีทั่วโลก และนั่งหัวโต๊ะที่ประชุม “คณะรัฐมนตรี” มี “องครักษ์” ห้อมล้อม “เฝ้าพิทักษ์เหมือนไข่ในหิน” ทุกย่างก้าวที่ขยับ บารมี “ทักษิณ ชินวัตร” หลอมรวมใจ “คนในพรรคเพื่อไทย” ค้ำชู “แพทองธาร” ศรัทธามั่นคงกระจายไปถึง “พรรคประชาชาติ-พรรคกล้าธรรม” ไม่แปลกอะไรที่ “ฝ่ายค้าน” อยากอภิปรายถึง เพียงแต่ได้รับการปฏิเสธว่า “หัวใจและจิตวิญญาณ” เป็น “คนนอก” แตะต้องไม่ได้
⦁….การแจกเงินรอบ 3 มีความสำคัญยิ่ง เพราะเป็นพัฒนาการสำคัญของระบบเงินประเทศไทย สู่ “ดิจิทัลวอลเล็ต” ครั้งแรก สู่การใช้เครื่องมือแลกเปลี่ยนที่ตัดขาดจาก “ธนบัตร และเหรียญกษาปณ์” น่าสนใจยิ่งที่
“เผ่าภูมิ โรจนสกุล” ถูกวางตัวให้เป็น “แม่งาน” เปลี่ยน “รูปแบบเงิน” แม้ในทางปฏิบัติจะเดินมาไกลจนเคยชินกับการ “โอนเงินผ่านแอพพ์ในโทรศัพท์มือถือ” แล้ว แต่การเคลื่อนไปในโลกที่ “เงินที่จับต้องไม่ได้” ยังต้องทำความเข้าใจกับผู้คนอีกมากมาย และอาจจะด้วยเหตุผลนี้ จึงต้องเริ่มที่ “คนอายุ 16-20 ปี” ที่รับสิ่งใหม่ได้ง่ายกว่า
⦁….ขณะที่ยุทธศาสตร์ของ “ทักษิณ ชินวัตร” คือเปลี่ยนระบบเงินไปสู่รูป “ดิจิทัล” เพื่อเชื่อมกับตลาดการค้าโลกที่พัฒนาไปในทางนี้อย่างกลมกลืนดูจะน่าเสียดายหากฝ่ายค้านที่ติดตามตรวจสอบอย่าง “ศิริกัญญา ตันสกุล” จะเริ่มหลงกับการต้องทำหน้าที่ต่อต้าน จนวนอยู่กับ “กระตุ้นเศรษฐกิจสำเร็จหรือไม่” ซึ่งเป็นผลพลอยได้ แค่เกิดขึ้นได้ก็ดี
ชโลทร




อาหารที่ยั่งยืน – โซเด็กซ์โซ่ ผู้นำระดับโลกด้านบริการอาหารที่ยั่งยืนและประสบการณ์ที่มีคุณค่าในทุกช่วงเวลาของชีวิตจากประเทศฝรั่งเศส นำโดย เชฟแซนดี้ จุฬนี ชาญสมจิตร หัวหน้าเชฟประจำโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์อินเตอร์เนชันแนล พร้อมด้วยโซเด็กซ์โซ่แอมบาสเดอร์ จัดกิจกรรมสาธิตการทำอาหารเพื่อสุขภาพสำหรับนักศึกษาในสาขาวิชานวัตกรรมอาหารและเชฟมืออาชีพจำนวนกว่า 50 คนที่คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
