หน้าแรก Uncategorized เก่งแก้ตัว-เก...

เก่งแก้ตัว-เก่งแก้ไข การศึกษาไทยตกอันดับ

27.03.25 | 12:25 น.
เก่งแก้ตัว-เก่งแก้ไข การศึกษาไทยตกอันดับ

เก่งแก้ตัว-เก่งแก้ไข
การศึกษาไทยตกอันดับ

หลังจาก World Population Review เว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนประชากรของประเทศต่างๆ เผยแพร่รายงาน การจัดอันดับการศึกษาประเทศทั่วโลก ปี 2025 ประเทศต่างๆ จำนวน 203 ประเทศ การศึกษาไทย มาลำดับที่ 107 ต่ำกว่าลาวเป็นครั้งแรก

ส่วนอันดับในประเทศกลุ่มอาเซียนเป็นดังนี้

สิงคโปร์ 11 บรูไน 47 เวียดนาม 53 อินโดฯ 67 ฟิลิปปินส์ 71 มาเลเซีย 89 ลาว 102 ไทย 107 พม่า 109 กัมพูชา 120

ปรากฏว่าเสียงสะท้อนสาธารณะดังกระจายไปทั่ว ตื่นเถอะครับ ตื่น ไม่มีอะไรที่น่าตกใจไปกว่านี้แล้ว

Advertisement

การศึกษา ไม่ได้อยู่ที่อาคารเรียน อุปกรณ์การเรียน ห้องประชุม สนามกีฬา ฯลฯ

ถ้าวัดกันที่ตรงนี้ โรงเรียนไทยไม่ด้อยกว่าโรงเรียนทั่วๆ ไป ในอเมริกาครับ

มันวัดกันที่ teaching quality และบริบทต่างๆ ในสังคม

เศร้าๆๆ

ครับ ปฏิกิริยาต่อรายงานฉบับนี้ที่ประเทศอื่นเป็นอย่างไร ยังไม่มีใครเอามาเล่าสู่กันฟัง

แต่สำหรับประเทศไทยปฏิกิริยาคงปรากฏออกมาสามลักษณะอีกเช่นเคย

หนึ่ง ตกใจช็อกเพราะคาดไม่ถึงว่าอาการจะหนักขนาดนี้

สอง ไม่ตกใจ ไม่ช็อกอะไรทั้งสิ้น เพราะคิดว่าน่าจะเป็นเช่นนี้อยู่แล้ว

สาม เฉยๆ ไม่รู้สึกอะไรไม่ยินดียินร้ายอะไรทั้งสิ้น ปล่อยไปตามสภาพ

ท่านใดอยู่ในกลุ่มไหนก็ตอบตัวเองกันละครับ

ถามว่า แล้วแวดวงการศึกษาไทย ทั้งระดับผู้กำหนดและบริหารนโยบายการศึกษา ผู้นำทางความคิด ตลอดจนองค์กรที่เกี่ยวข้อง มีความเห็นและท่าทีต่อรายงานนี้อย่างไร

นักวิชาการผู้นำด้านการศึกษาท่านหนึ่ง กรุณาส่ง รายงาน “วิเคราะห์ผลการจัดอันดับด้านการศึกษาจาก World Population Review” มาให้ทราบ

แม้ในรายงานไม่ได้ระบุชัดว่าหน่วยงานใดเป็นเจ้าของบทวิเคราะห์นี้ แต่ก็สะท้อนถึงความคิดและท่าที ต่อรายงานของ World Population Review อย่างชัดเจน

ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกที่ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ดังกล่าว จะพบว่า ผลการจัดอันดับอาจไม่ได้สะท้อนคุณภาพการศึกษาของประเทศต่างๆ อย่างแท้จริง และอาจสรุปไม่ได้ว่าประเทศไทยมีคุณภาพการศึกษาที่น้อยกว่าประเทศลาว หรือประเทศอื่นๆ ในอาเซียน โดยมีข้อเท็จจริงที่น่าสนใจ ดังนี้

การจัดอันดับด้านการศึกษาดังกล่าวไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับองค์ประกอบตัวชี้วัด และระเบียบวิธีการจัดอันดับไว้ โดยกล่าวไว้แต่เพียงว่า การจัดอันดับดังกล่าวใช้ข้อมูลจากการสำรวจ The annual Best Countries Report ที่จัดทำโดย US News and World Report, BAV Group, และ the Wharton School of the University of Pennsylvania, โดยเป็นการสำรวจผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจาก 78 ประเทศ ดังนั้น ผลการจัดอันดับที่ปรากฏจึงไม่ได้สะท้อนคุณภาพของระบบการศึกษาของแต่ละประเทศอย่างแท้จริง เป็นเพียงการให้ความเห็นทางด้านการศึกษาจากผู้มีส่วนได้เสียมากกว่า

สมมุติฐานที่ใช้ในการจัดอันดับด้านการศึกษาดังกล่าว อยู่บนหลักคิดที่ว่าคุณภาพของการจัดการศึกษามีความสัมพันธ์อย่างชัดเจนกับสถานะทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยประเทศที่กำลังพัฒนาจะมีการจัดการศึกษาที่ดีกว่าประเทศที่พัฒนาน้อยกว่า และประเทศที่พัฒนามากที่สุดก็จะมีการจัดการศึกษาที่ดีที่สุดตามไปแล้ว ซึ่งจากสมมุติฐานที่ใช้หลักการในการจัดอันดับด้านการศึกษาอาจทำให้การจัดอันดับที่ปรากฏไม่ได้สะท้อนคุณภาพของการศึกษาอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์ดังกล่าวยังมีการให้ข้อมูลสถิติทางการศึกษาตัวอื่นที่สะท้อนให้เห็นคุณภาพการศึกษามากกว่าผลการจัดอันดับที่ได้กล่าวมา คือ ข้อมูลสถิติเกี่ยวกับอัตราการรู้หนังสือ (Literacy Rate) (แต่ไม่ปรากฏที่มาของแหล่งข้อมูล) ซึ่งประเทศไทยมีอัตราการรู้หนังสือได้อยู่ที่ 94% ซึ่งเมื่อนำมาจัดอันดับแล้วจะอยู่ประมาณอันดับที่ 84 จากทั้งหมด 203 ประเทศ ซึ่งใกล้เคียงกับประเทศด้านในกลุ่มอาเซียน อาทิ มาเลเซีย (95%) ฟิลิปปินส์ (96%) อินโดนีเซีย (96%) เวียดนาม (96%) สิงคโปร์ (97%) บรูไน (98%) ขณะที่ประเทศอื่นๆ ในอาเซียน มีอัตราการรู้หนังสือน้อยกว่าประเทศไทยทั้งสิ้น โดยข้อมูลอัตราดังกล่าวเป็นข้อมูล ปี 2021 ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ร่วมกับกรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้มีการสำรวจอัตราการรู้หนังสือของประเทศไทยในเดือนมีนาคม 2568 ซึ่งมีอัตราการรู้หนังสือของคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป อยู่ที่ประมาณ 99% ซึ่งหากใช้ข้อมูลดังกล่าวจะถือว่าประเทศไทยมีอัตราการรู้หนังสือเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน

สรุป

1.การจัดอันดับดังกล่าวไม่ได้สะท้อนให้เห็นคุณภาพการศึกษาของแต่ละประเทศอย่างแท้จริง เนื่องจากไม่มีการระบุถึงตัวชี้วัดที่ใช้ในการจัดอันดับ และข้อมูลที่ใช้มาจากผลการสำรวจความคิดเห็น ดังนั้น ผลการจัดการอันดับดังกล่าวจึงสะท้อนให้เห็นถึงความคิดเห็นต่อระบบการศึกษามากกว่า

2.หากพิจารณาอันดับการศึกษาโดยใช้ข้อมูลอัตราการรู้หนังสือของประชากรของประเทศไทยในปีปัจจุบัน โดยเปรียบเทียบจะพบว่าประเทศไทยจะอยู่ในอันดับประมาณ 23 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน ดังนั้น สิ่งที่น่าเป็นห่วงอีกประการหนึ่งของประเทศไทย คือ การจัดทำระบบฐานข้อมูลทางการศึกษาที่ต้องเร่งพัฒนาให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ และเป็นปัจจุบันให้มากที่สุด เพื่อที่หากมีการนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในการจัดอันดับ ก็จะทำให้ผลการจัดอันดับของประเทศไทยดีขึ้น และสะท้อนสภาวะการศึกษาไทยอย่างแท้จริง

ครับ ผมนำเอารายงาน “วิเคราะห์ผลการจัดอันดับด้านการศึกษาจาก World Population Review มาเล่าสู่กันฟังต่อ

สังคมวงการศึกษาและวงการอื่นๆ ทั่วไป อ่านแล้วคงได้คำตอบถึงมุมมองและท่าทีขององค์กรนำทางการศึกษาไทยอีกครั้งว่าเป็นเช่นไร แตกต่างไปจากทุกครั้งที่ปรากฏรายงานคุณภาพการศึกษาไทย ที่ออกมาก่อนหน้านี้หรือไม่

แน่นอนย่อมส่งผลถึงการผลิตมาตรการแก้ปัญหาของฝ่ายกำหนดนโยบายการศึกษาระดับสูงต่อไป

จะทำอะไร..อย่างไร..กับใคร..เมื่อไหร่ หรือเฉยๆ ไม่ยินดียินร้าย ไม่ทำอะไรทั้งสิ้น

เพราะยังติดยึดกับการแก้ตัว ตั้งคำถามถึงกระบวนการประเมินไม่จบไม่สิ้น มากกว่าการแก้ไข เช่นเดิม