สศอ. ห่วงพิษทรัมป์ฉุดหมวดยานยนต์ทรุดหนัก ท่องเที่ยวชะลอตัว ทำดัชนี MPI ติดลบ 0.66%
นายภาสกร ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนมีนาคม 2568 อยู่ที่ระดับ 105.03 ติดลบ 0.66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมไตรมาสแรก ปี 2568 อยู่ที่ระดับ 99.96 ติดลบ 1.86% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แต่ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนมีนาคม 2568 เติบโตได้กว่า 9.21% เทียบเดือนก่อนหน้า และมีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 63.68% สะท้อนให้เห็นว่าภาคอุตสาหกรรมกลับมาผลิตเพิ่มขึ้นได้
นายภาสกร กล่าวว่า หมวดการกลั่น ปิโตรเลียม ติดลบ 5.80% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 ติดลบตามการชะลอตัวของภาคการขนส่ง โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ทั้งน้ำมันดีเซล น้ำมันเครื่องบิน ด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ ติดลบ 3.83% ถือเป็นการหดตัวต่อเนื่อง 20 เดือน สะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจ ปัญหาหนี้ครัวเรือน และปัญหาการปล่อยสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ทำให้ยอดขายรถยนต์น้อยลงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงหมวดอาหารอย่างกาแฟ ชา และสมุนไพรผงสำหรับชงเป็นเครื่องดื่ม ติดลบ 82.62% จากผลิตภัณฑ์กาแฟสำเร็จรูป เป็นหลัก เนื่องจากผู้ผลิตบางรายหยุดผลิตชั่วคราวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ส่งผลให้ตลาดหดตัวทั้งในประเทศและส่งออก

“ตลาดยานยนต์ถือเป็นอุตสาหกรรมที่ส่งผลลบต่อภาพรวมดัชนี เนื่องจากการบริโภคในประเทศลดลง และมีการแข่งขันจากยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ของจีน เข้ามากินสัดส่วนในประเทศอีก แต่คาดว่าจะส่งผลบวกในอนาคต ที่จะมีการผลิตรถอีวีขึ้นในไทย และมีผลกระทบจากการประกาศปรับขึ้นภาษีของสหรัฐ ที่จะเก็บจากหมวดยานยนต์เพิ่ม แม้รถยนต์จะไม่ได้ส่งไปสหรัฐมากนัก สัดส่วนการส่งออกไปสหรัฐ อยู่ที่ 0.18% มูลค่าประมาณ 170 ล้านเหรียญสหรัฐ ไม่ได้สูงมากนัก แต่รถจักรยนยนต์ ส่งออกไปประมาณ 400 ล้านเหรียญสหรัฐ หลักๆ คือบิ๊กไบค์เป็นหลัก ซึ่งไทยส่งออกไปสหรัฐเป็นอันดับที่ 3 ในภาพรวม จึงมีผลกระทบพอสมควร รวมถึงชิ้นส่วนยานยนต์ที่ส่งออกไปสหรัฐประมาณ 6 พันล้านเหรียญสหรัฐด้วย” นายภาสกร กล่าว
นายภาสกร กล่าวว่า การส่งออกรวมมีการขยายตัวค่อนข้างดี บวก 17.8% มูลค่าประมาณ 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ไตรมาสแรก ขยายตัว 15.2% การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัวสูง โตกว่า 23.5% คิดเป็นมูลค่า 2.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมไม่รวมรถถัง ทองคำ อากาศยานรบ ขยายตัว 18% ซึ่งไทยมีการส่งออกไปสหรัฐมากขึ้นถึง 38% คาดว่าเป็นอานิสงส์เชิงบวกจากการประกาศปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าของไทยจากสหรัฐ รวมถึงเครื่องประดับที่ทำด้วยทองแท้ และเครื่องปรับอากาศ ที่มีการส่งออกไปสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ด้านการนำเข้าสินค้าในภาพรวมขยายตัว 8.1% ไตรมาสแรกขยายตัว 5.8% มูลค่า 2.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตในหมวดสินค้าเชื้อเพลิง สินค้าทุน วัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูป อุปโภคบริโภคต่างๆ
นายภาสกร กล่าวว่า ระบบการเตือนภัยด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรมภาพรวมของไทย เดือนเมษายน 2568 อยู่ในระดับส่งสัญญาณเฝ้าระวัง โดยปัจจัยภายในประเทศ อยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวังต่อเนื่องตามการลงทุนภาคเอกชนที่ลดลง รวมทั้งความกังวลต่อนโยบายกำแพงภาษีของสหรัฐ ด้านปัจจัยต่างประเทศ มีแนวโน้มชะลอตัวลงจากผลของนโยบายการค้าของสหรัฐที่กดดันการค้าโลก และภาคการผลิตของสหภาพยุโรปและญี่ปุ่นที่ชะลอตัว รวมทั้งมาตรการตอบโต้ของประเทศต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดสงครามการค้าที่รุนแรงมากขึ้นได้ในระยะข้างหน้า และต้องติดตามการหารือร่วมกับสหรัฐในระยะถัดไปด้วย

