ในห้วงเวลาที่ฟุตบอลจีนกำลังมองหาทางฟื้นฟูความรุ่งเรืองในอดีต พลังใหม่ภายนอกและระดับท้องถิ่นก็เข้ามามีบทบาท ตั้งแต่ซุปเปอร์ลีกของสกอตแลนด์ ถึงลีกกวางตุ้ง และลีกฮ่องกง ล้วนกลายเป็นแหล่งพลังในการช่วยกอบกู้สถานะของซุปเปอร์ลีกจีนให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง
สำหรับชาวฮ่องกงรุ่นบรรพบุรุษ เชื่อว่าความทรงจำแห่งความภาคภูมิใจยังไม่เสื่อมคลาย ครั้งหนึ่ง ฮ่องกงได้เคยจัดตั้งทีมฟุตบอลภายใต้ชื่อ “สาธารณรัฐจีน” (ไต้หวัน) เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ และสามารถเอาชนะทีมแกร่งระดับเอเชียอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ คว้าแชมป์มาครองอย่างสง่างาม นั่นคือช่วงเวลาแห่งเกียรติยศที่ยังคงจารึกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลของชาวจีนทั่วโลก
หากความฝันยังดำรงอยู่ และเกียรติยศยังเป็นเรื่องที่โหยหา ฟุตบอลจีนก็ยังมีโอกาสกลับมายืนอยู่บนเวทีโลกอย่างสง่างามอีกครั้งหนึ่ง
ประเด็นจึงมีอยู่ว่า จีนมีประชากรกว่า 1,400 ล้านคน แต่กลับหานักฟุตบอลที่เล่นได้จริงเพียง 11 คนไม่ได้ นี่มิใช่เพียงคำประชดจากโลกออนไลน์ แต่คือเสียงสะท้อนความล้มเหลวที่ฝังรากหยั่งลึก
ทีมชาติจีนพ่ายแพ้ทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ด้วยฟอร์มที่สุดแย่ นักเตะไร้พลังขับเคลื่อน ไร้หัวใจในการสู้ ขณะเดียวกัน มีภาพพวกเขาหิ้วกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 4-5 ใบกลับจากต่างประเทศ กลายเป็นภาพที่ทำให้เกิดการสันนิษฐานว่าน่าจะเป็น “ทีมช้อปปิ้ง” แทน “ทีมฟุตบอล” คนทั้งประเทศหัวเสีย สมาคมฟุตบอลตกต่ำ ข่าวการทุจริตในองค์กรเกิดขึ้นอย่างหนาหู ประชาชนหมดศรัทธา
ในขณะที่ “ฟุตบอลจีน” ติดหล่ม “ฟุตบอลสกอตแลนด์” กลับเบ่งบานจากระดับสมัครเล่น เริ่มตั้งแต่เป็นครู ช่าง วิศวกร พ่อครัว และเด็กส่งของ รวมพลังลงสนามด้วยหัวใจของผู้รักฟุตบอล ไม่มีใครสนใจล้มบอล ไม่มีใครต้องฟังคำสั่งบนโต๊ะ เพราะพวกเขาเล่นด้วยหัวใจ เป็นหัวใจที่เพื่อศักดิ์ศรีและความฝัน
อย่างไรก็ตาม ฟุตบอลจีนจะฟื้นคืนมาได้ ก็ต้องยอมถอยจากการรวมศูนย์ที่แข็งกระด้าง คืนอิสระให้แก่ท้องถิ่น เปิดทางให้คนธรรมดาได้ฝัน ยุติการทุจริต เปิดระบบประเมินที่โปร่งใส และให้ฟุตบอลกลับมาอยู่กับผู้รักฟุตบอลอย่างแท้จริง
ฟุตบอลมิใช่เพียงเกม 90 นาที แต่คือการปลุกหัวใจของคนทั้งชาติ ประเทศที่ผลิตนักบินอวกาศได้ ทำไมจะผลิตนักเตะที่ดีไม่ได้ คำตอบอาจอยู่ไม่ไกล แต่ต้องปลดล็อกหัวใจก่อนระบบ
“หนึ่งประเทศสองระบบ” กลายเป็นสูตรการเมืองของจีน แต่หนึ่งประเทศหานักเตะเพียง 11 คน ไม่ได้เชียวหรือ กลายเป็นคำเย้ยหยัน
จีนเคยฝากความหวังไว้กับ “ซุปเปอร์ลีก” หวังใช้ทุนรุกไล่ฝีเท้าโลก แต่ระบบรวมศูนย์ที่เติบโตมิอาจสร้างจิตวิญญาณให้กับกีฬาได้ ฟุตบอลมิใช่เรื่องของงบประมาณหรือชื่อเสียง เพราะเป็นเรื่องของ “หัวใจ” ที่ไม่ยอมแพ้ หัวใจที่เล่นเพื่อคนทั้งประเทศ มิใช่เพื่อ “กระเป๋าช้อปปิ้ง” ที่แบกกลับมาหลังความพ่ายแพ้
สมาคมฟุตบอลจีนถูกเซาะกร่อนด้วยการทุจริต คลับทยอยล่มสลาย ทุนเอกชนถอนตัว รัฐวิสาหกิจเข้าครอง แต่ไร้แรงขับเคลื่อน แพ้หรือชนะไม่มีผลต่อรายได้หรือศักดิ์ศรี ซุปเปอร์ลีกจึงกลายเป็น “ลูกฟุตบอลแบนๆ” ไม่มีกำลัง ไม่มีกล้ามเนื้อ และไม่มีศรัทธาในใจประชาชน
เมื่อความฝันยังไม่จางหาย ความหวังก็ยังมีอยู่ จีนสามารถปฏิรูปเศรษฐกิจจนยิ่งใหญ่ จีนสามารถเอาชนะความยากจนของคน 800 ล้านชีวิตได้ การสร้างทีมฟุตบอลที่แข็งแรงได้นั้น ความหวังคงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
แต่เงื่อนไขของความสำเร็จนั้น มิใช่การสั่งจากเบื้องบน หากต้องปล่อยให้รากหญ้าผลิดอกออกผล คือคืนอำนาจสู่ท้องถิ่น สร้างแรงบันดาลจากสังคม เปลี่ยนระบบจากอำนาจรวมศูนย์เป็นเครือข่ายแห่งความหวัง
ฟุตบอลจีนไม่เคยขาดทรัพยากร สิ่งที่ขาดคือ “จิตวิญญาณ” เมื่อวันนั้นกลับมา “ทีมจีน” จะมิใช่ทีมแห่งการล้อเลียน แต่จะเป็นความภาคภูมิใจของคนทั้งชาติเหมือนวันหนึ่งที่เคยเป็น ต้องไม่ลืมว่า การที่ล้อมคอกหลังจากวัวหายนั้นยังคงทันอยู่
ศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช

