ไล่ ชิงเต๋อ โชว์กิน ‘ซูชิ’ แสดงพลังหนุนญี่ปุ่น เผชิญหน้าจีนแบนอาหารทะเล
ท่ามกลางบรรยากาศเผชิญหน้าอันตึงเครียดระหว่างญี่ปุ่นกับจีนจากประเด็นร้อนเกี่ยวเนื่องกับไต้หวันนั้น เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ได้ออกมาโพสต์รูปโชว์กิน ซูชิ หรือ ข้าวปั้นซึ่งเป็นอาหารขึ้นชื่อที่นำวัตถุดิบมาจากญี่ปุ่น เพื่อเป็นการแสดงความสนับสนุนญี่ปุ่น หลังจากเมื่อวันก่อนจีนได้ประกาศแบนนำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่นทั้งหมด
มาตรการดังกล่าวของจีนมีขึ้นเพื่อตอบโต้ที่นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของญี่ปุ่น ยังไม่ยอมถอนคำพูดที่กล่าวกลางรัฐสภาญี่ปุ่นเมื่อต้นเดือนนี้ว่า หากจีนโจมตีไต้หวันจนเป็นภัยต่อการอยู่รอดของญี่ปุ่น ก็อาจนำไปสู่การตอบโต้ทางทหารจากฝั่งญี่ปุ่นได้ ซึ่งถ้อยคำดังกล่าวได้สร้างความโกรธเคืองให้กับปักกิ่งเป็นอย่างมาก
ประธานาธิบดี ไล่ ได้โพสต์รูปถ่ายของเขาบนโซเชียลมีเดียทั้ง X, เฟซบุ๊ก และ อินสตาแกรม ขณะโชว์กินซูชิหน้าปลาหางเหลืองจากจังหวัดคาโกชิมาและหอยเชลล์จากฮอกไกโด เป็นอาหารกลางวัน พร้อมเขียนคำบรรยายว่า “อาหารกลางวันวันนี้เป็นซูชิกับซุปมิโสะ”
ด้านนายหลิน เจียหลง กล่าวกับผู้สื่อข่าวในวันเดียวกันว่า การใช้การขู่บังคับทางเศรษฐกิจและการข่มขู่ทางทหารของจีนเพื่อรังแกประเทศอื่นนั้นมีมากเกินกว่าจะกล่าวถึงเป็นรายกรณีได ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญนี้ เราต้องสนับสนุนญี่ปุ่นในการรักษาความมั่นคงของสถานการณ์อย่างมีประสิทธิภาพและหยุดยั้งพฤติกรรมกลั่นแกล้งของคอมมิวนิสต์จีน
นายหลินยังกล่าวต่อรัฐสภาในเวลาต่อมาว่า ชาวไต้หวันควรไปเยือนญี่ปุ่นให้มากขึ้นและซื้อสินค้าญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้น เพื่อแสดงมิตรไมตรีต่อประเทศดังกล่าว
ขณะที่ในกรุงปักกิ่ง นางเหมา หนิง โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน กล่าวย้ำว่า ไต้หวันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีนอย่างแยกออกจากกันไม่ได้ ไม่ว่ารัฐบาลไล ชิงเต๋อจะสร้างภาพอย่างไร ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงที่แน่นอนนี้ได้
ตลอดเวลาที่ผ่านมารัฐบาลปักกิ่งอ้างสิทธิอธิปไตยเหนือไต้หวันว่าเป็นส่วนหนึ่งของจีน และไม่ตัดความเป็นไปได้ในการใช้กำลังในการผนวกไต้หวันเป็นหนึ่งเดียวกับจีน ขณะที่ไต้หวันปฏิเสธการกล่าวอ้างสิทธิดังกล่าวของจีนมาโดยตลอดเช่นกัน โดยยืนยันว่าชาวไต้หวันจะเป็นคนตัดสินอนาคตของตนเอง
ญี่ปุ่นและไต้หวันมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันอย่างไม่เป็นทางการและมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและทางวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง โดยญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ห่างจากดินแดนที่ใกล้ที่สุดของไต้หวันห่างไปเพียงกว่า 110 กม.นั้น เคยปกครองไต้หวันในปีค.ศ.1895 จนกระทั่งถึงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปีค.ศ.1945

