สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ลงมติให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ……ด้วยคะแนนเสียง 141 เสียง ไม่เห็นชอบ 13 เสียง งดออกเสียง 17 เสียง ผลออกมาไม่เหนือความคาดหมาย
เหตุเพราะ 1.องค์ประกอบ โครงสร้าง ที่มาของสมาชิกสภาส่วนใหญ่ล้วนแต่คนในเครื่องแบบทั้งในอดีตและปัจจุบัน 2.คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชน ยอมถอยระดับหนึ่ง ถอนประเด็นใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน กับบทลงโทษต่างๆ ออก
กระนั้นก็ตามคะแนนเสียงไม่เห็นชอบและงดออกเสียงสำหรับกฎหมายฉบับนี้มีมากกว่าฉบับอื่นๆ ที่ผ่านมา ถ้าไม่ถอนประเด็นใบอนุญาตออกคะแนนสองส่วนนี้อาจจะเพิ่มขึ้นอีก แม้ท้ายที่สุดก็ต้องผ่านวันยังค่ำอยู่ดี
ประเด็นใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน จึงเป็นสาระสำคัญที่สุดซึ่งสื่อมวลชนคัดค้าน เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับหลักการสิทธิ เสรีภาพ และอิสรภาพในการทำหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ การกำหนดให้วิชาชีพสื่อมวลชนเป็นวิชาชีพที่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแทนที่จะเป็นการส่งเสริมสนับสนุนคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ กลับตรงกันข้าม
กลายเป็นข้อจำกัด อุปสรรค ขัดขวาง เป็นช่องทางให้ผู้มีอำนาจฝ่ายใดก็ตาม ใช้กลไก กระบวนการให้หรือไม่ให้อนุญาตและถอดถอนใบอนุญาต สกัดกั้นการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ที่สุดแล้วผลเสียย่อมตกกับส่วนรวม ประชาชนผู้บริโภคทุกภาคส่วนมากกว่า
บทบาทของสื่อในการแสวงหาและรายงานความจริง ทำให้เกิดความเปิดเผยโปร่งใส การแฉโพยความพิกลพิการ ทุจริตประพฤติมิชอบ การล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชน การปิดกั้นการแสดงออกโดยใช้อำนาจเป็นใหญ่ ก็จะประสบปัญหา โอกาส ช่องทางของสังคมที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ครบถ้วน หลากหลาย รอบด้าน เพื่อการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ก็ขาดหายไป
การคัดค้านของสื่อนอกจากประเด็นหลักการ สิทธิเสรีภาพ อิสรภาพ อำนาจต่อรองของกลุ่มพลังต่างๆ ในสังคมอันเป็นหัวใจของระบอบประชาธิปไตยแล้ว ยังเป็นเรื่องของวิธีการ ความเป็นจริงในทางปฏิบัติอีกด้วย
การให้นิยามความหมาย กรอบ ขอบเขตของวิชาชีพสื่อมวลชน หมายถึงใคร ครอบคลุมแคบ กว้างแค่ไหน
ที่ผ่านมาวิชาชีพสื่อมวลชนมักถูกนำไปเปรียบเทียบกับวิชาชีพครู ทนายความ แพทย์ วิศวกร สถาปนิก ฯลฯ ที่มีกฎหมายเฉพาะรองรับการประกอบวิชาชีพเหล่านั้น ซึ่งล้วนต้องผ่านการศึกษาอบรมในทางนั้นมาโดยตรง ซึ่งแตกต่างจากสื่อมวลชนที่ใครก็ได้ ที่มีความรู้ ความสามารถ มีคุณธรรม จริยธรรม ความกล้าหาญ รักความถูกต้อง ความเป็นธรรม มีโอกาสและช่องทางเข้ามาสู่วิชาชีพนี้ได้ทั้งสิ้น ไม่จำกัดว่าต้องจบปริญญาตรี และสาขานิเทศศาสตร์เท่านั้น
วิชาชีพสื่อสารมวชนจึงเป็นอาชีพอิสระ ทำนองเดียวกับดารา นักร้อง ศิลปิน นักคิด นักเขียน นักจิตรกรรม ปฏิมากรรม ฯลฯ ซึ่งปัจจุบันผันตัวเองมาเป็นนักจัดรายการ นักอ่านข่าว นักวิจารณ์ข่าวไม่น้อย แม้กระทั่งดาวตลกทั้งหลาย
คนเหล่านี้ที่ผันตัวเองมาเป็นนักวิจารณ์ข่าว จัดรายการข่าว ข่าวด้านไหนก็ตาม ล้วนมีผลกระทบต่อแหล่งข่าวที่ถูกกล่าวถึง ส่งผลต่อการรับรู้ ทัศนคติ ค่านิยมของผู้คนในสังคมทั้งสิ้น ต้องถูกจัดอยู่ในข่ายเป็นสื่อมวลชน ต้องตีทะเบียน มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ตามนิยามของกฎหมายนี้หรือไม่
ถ้าเอาเรื่องใบอนุญาตประกอบวิชาชีพมาเป็นบรรทัดฐาน นักร้อง นักแสดง ดาวตลก ศิลปินแห่งชาติทุกสาขา ต่อไปต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เพื่อให้มีมาตรฐานทางวิชาชีพเช่นเดียวกันหรือไม่
หรือควรยึดถือเอามาตรฐานทางคุณธรรม จริยธรรม แห่งวิชาชีพนั้นเป็นหลักเกณฑ์ บรรทัดฐานในการควบคุม กำกับการทำหน้าที่ให้เป็นไปในทางสร้างสรรค์เป็นหลัก ประชาชนผู้บริโภคเป็นผู้ตัดสินด้วยความเชื่อถือศรัทธา ไม่ใช่วัดกันด้วยใบอนุญาตที่องค์กรอำนาจใดๆ แม้ในกลุ่มผู้ประกอบอาชีพเดียวกันเองเป็นผู้ตัดสินชี้ขาด คนนี้เป็นได้ คนนั้นเป็นไม่ได้
นิยามความหมายของคำว่าวิชาชีพสื่อมวลชนที่ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้นี้ ยังไม่เลยไปถึงบรรดานักข่าว นักเขียนอิสระหรือนักวิชาการที่ส่งข้อเขียนซึ่งเกิดประโยชน์ทางความคิด ความงอกเงยทางปัญญามาเผยแพร่ผ่านสื่อเป็นประจำ บรรณาธิการนิตยสาร วารสารขององค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชนที่เผยแพร่สม่ำเสมอ จะต้องตีทะเบียน เข้าข่ายเป็นสื่อมวลชนหรือไม่
ยิ่งไปไกลถึงบรรดา นักข่าวพลเมือง นักบริหารจัดการเว็บไซต์ โปรแกรมเมอร์มากมาย คนทำหน้าที่ผ่านสื่อออนไลน์ สมัยใหม่ทั้งหลายแหล่จะเข้าข่ายเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน ต้องถูกตีทะเบียนด้วยหรือไม่ ปัจจุบันก็อยู่ภายใต้กฎหมายอาญา กฎหมายแพ่ง กฎหมายคอมพิวเตอร์ ฯลฯ หลายต่อหลายฉบับ ผู้ถูกละเมิดสามารถใช้มาตรการทางกฎหมายฟ้องร้องดำเนินคดี และมาตรการทางสังคมควบคุมคนเหล่านี้ได้อยู่แล้ว สิทธิ เสรีภาพของผู้เสียหาย ไม่ได้ขาดหายไปแม้แต่น้อย
ครับ เฉพาะประเด็นกรอบขอบเขตของวิชาชีพสื่อมวลชน เท่าที่ว่ามานี้ก็ยังมีปัญหาในทางปฏิบัติมากมาย จะมีวิธีคิดอย่างไรให้สอดคล้องกับโลกแห่งความเป็นจริง การสื่อสารยุค 4.0 ที่พูดกันนักพูดกันหนา แต่จะจับสื่อมวลชนตีทะเบียน ซึ่งส่วนทางกันอย่างสิ้นเชิง
ทางออก จุดยืนของรัฐบาลต่อเรื่องนี้ และประเด็นอื่นๆ จะเป็นอย่างไร ค่อยวิวาทะกันต่อไป
สมหมาย ปาริจฉัตต์

