‘พล.ร.อ.สุวิน’ เป็นผู้แทนพระองค์ เปิดประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล ชูฟื้นฟูประชากรพะยูนและระบบนิเวศทางทะเล
เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ที่ห้องนภาลัย โรงแรมดุสิตธานี พัทยา จ.ชลบุรี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้พล.ร.อ.สุวิน แจ้งยอดสุข เป็นผู้แทนพระองค์ เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล ประจำปี 2568 เรื่อง “The International Coral Reef and Marine life Conservation Conference 2025: Dugong conservation from stranding to captive caring”

งานประชุมวิชาการ ฯ ครั้งนี้ จัดโดยฝ่ายวิชาการและส่งเสริม มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา มีนักวิชาการทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วม พร้อมทั้งนักวิจัย ผู้ปฏิบัติงานภาคสนาม หน่วยงานภาครัฐ เอกชน รวมถึงชุมชนชายฝั่งและภาคประชาชนที่มีบทบาทในการอนุรักษ์ทะเล จำนวน 100 คน
พล.ร.อ.สุวิน กล่าวในพิธีเปิดการประชุมวิชาการ ฯ ว่าวันนี้เป็นที่ทราบกันว่าจำนวนประชากรและอัตราการอยู่รอดของพะยูน คือดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเล ทั้งนี้ตามธรรมชาติแล้ว พะยูนเป็นสัตว์ที่มีถิ่นอาศัยกว้าง พบได้ในน่านน้ำของหลายประเทศ นับเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญ และสะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลในระดับภูมิภาค ดังนั้นการอนุรักษ์พะยูนให้เกิดประสิทธิผลอย่างแท้จริง จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือในระดับภูมิภาค เพื่อลดอัตราการสูญเสียพะยูน และฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลไปพร้อมกัน

พล.ร.อ.สุวิน กล่าวว่า การที่มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ฯ เห็นความสำคัญและความจำเป็นของการอนุรักษ์พะยูน ซึ่งเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ เพื่อรักษาสมดุลของความหลากหลายทางชีวภาพแห่งท้องทะเล และจัดการประชุมวิชาการครั้งนี้ขึ้น นับเป็นเวทีให้นักวิชาการ นักวิจัย นักศึกษา และอาสาสมัครจากประเทศไทยและต่างประเทศ มาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ ตลอดจนแสวงหาแนวทางและความร่วมมือในการอนุรักษ์พะยูน ตั้งแต่การช่วยเหลือขณะเกยตื้น จนถึงการดูแลในสถานที่เลี้ยง

‘กรณียกิจที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง ทำให้หวังได้ว่าผลจากการประชุมครั้งนี้ จะได้นำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรพะยูน และระบบนิเวศทางทะเลของภูมิภาคเราให้กลับมาอยู่ในภาวะสมดุลอย่างยั่งยืน อันจะส่งผลเกื้อกูลถึงระบบนิเวศของโลก ตลอดจนคุณภาพชีวิตของประชากรมนุษย์และสัตว์ทั้งปวงที่อาศัยอยู่ร่วมกันในโลกนี้ ให้ได้มีบ้านที่ปลอดภัยและอุดมสมบูรณ์สืบไป’พล.ร.อ.สุวิน กล่าว

ศาสตราศจารย์สัตวแพทย์หญิง ดร.นันทริกา ชันชื่อ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติม ว่าสถานการณ์ของพะยูนปัจจุบันมีจำนวนลดลงเรื่อยๆ เพราะพะยูนกว่าจะผสมพันธุ์และมีลูก ต้องใช้เวลา 12-15 ปีขึ้นไป แต่เวลาเสียชีวิตใช้เวลาสั้นนิดเดียว เพราะฉะนั้น อัตราการเกิดจึงน้อยกว่าอัตราการตายมาก นอกจากนี้ สาเหตุที่ทำให้พะยูนมีจำนวนลดลงอย่างรวดเร็ว คืออุบัติเหตุ ทั้งที่มาจากทางเรือและการติดเครื่องมือประมง โดยเฉพาะเรื่องของการป่วยเป็นโรคก็หนักเช่นกันเพราะขาดอาหาร
“ตอนนี้ที่หนักสุดคือเรื่องของหญ้าทะเลที่กำลังจะหมดไป ในช่วง 2-3ปีที่ผ่านมาที่บริเวณเกาะลิบง จังหวัดตรัง มีปรากฏการณ์การตายของหญ้าทะเลซึ่งยังไม่สามารถชี้ชัดว่ามาจากสาเหตุอะไร เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นระยะๆ ทั่วโลก แต่ล่าสุดมีข่าวดีว่าตอนนี้หญ้าทะเลฟื้นตัวขึ้นแล้ว ทำให้พะยูนจากทางมาเลเซียอพยพกลับเข้ามาในเกาะลิบง” ศาสตราศจารย์สัตวแพทย์หญิง ดร.นันทริกากล่าว และว่าอย่างไรก็ตาม มูลนิธิฯ พยายามสร้างความรู้เกี่ยวกับการดูแลพะยูนที่ได้รับบาดเจ็บ และที่มาเกยตื้น และจะศึกษาในเรื่องการขยายพันธุ์ของพะยูนถ้าสามารถขยายพันธุ์พะยูนในที่เลี้ยงแบบปิดได้ ก็จะแก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น ไม่เฉพาะพะยูน แต่รวมถึงสัตว์อื่นๆ ที่กำลังจะสูญพันธุ์ ไม่ว่าแพนด้า จระเข้ สามารถขยาย
พันธุ์แล้วคืนสู่ธรรมชาติ

“ความจริงตอนนี้คือยังไม่สามารถจะขยายพันธุ์พะยูนในที่เลี้ยงแบบปิดได้ เพราะไม่มีใครในโลกนี้มีความรู้จริงๆ ในเรื่องของวงจรการสืบพันธุ์ของพะยูน แม้กระทั่งการเลี้ยงลูกอ่อน ก็ยังไม่มีความรู้ที่แท้จริง เช่น คุณภาพของนมที่ดีพอสำหรับลูกพะยูน ในโลกนี้มีเพียง 3 แห่งเท่านั้นที่สามารถเลี้ยงพะยูนได้ คือที่ซีเวิลด์ อาบูดาบี้(SeaWorld of Abu Dhabi) โทบะ อะควอเรียม ที่ญี่ปุ่น และ ซีไลฟ์ ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งทั้งสามแห่งได้มาร่วมประชุมครั้งนี้เพื่อให้ความรู้กับเรา”


