
ประวัติศาสตร์ไทย มีต้นทางอยู่ลุ่มน้ำแม่กลอง-ท่าจีน ราว 3,000 ปีมาแล้ว บริเวณเมืองอู่ทอง อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี เพราะตามหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีแล้ว กรุงสุโขทัยไม่ใช่ราชธานีแห่งแรกของไทย
วิปริต วิปลาส
“กรุงสุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรกของไทย” เป็นเรื่องวิปริตผิดพลาดในประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย ที่เกิดจากความเข้าใจวิปลาสคลาดเคลื่อนของระบบการศึกษาของรัฐราชการไทยสมัยก่อน
อันสืบเนื่องจากความหลงผิดว่าชนเชื้อชาติไทยแท้ มีถิ่นกำเนิดอยู่ทิวเขาอัลไต และเป็นเจ้าของอาณาจักรน่านเจ้า แล้วถูกรุกรานจากจีน จึงอพยพหลบหนีถอนรากถอนโคนลงไปตั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรกในดินแดนไทยปัจจุบัน
ความวิปริตผิดพลาดกับวิปลาสคลาดเคลื่อนเหล่านี้ มีนักปราชญ์นักวิชาการทั้งไทยและเทศท้วงติงแนะนำให้แก้ไข แต่รัฐราชการไทยไม่ยอมแก้ไข จึงยังมีการเรียนการสอนทุกระดับทั่วประเทศตั้งแต่ประถม, มัธยม, อุดม
ดินแดนและผู้คน
ประวัติศาสตร์ไทย ควรศึกษาตามแนวสากล เพื่อทำความเข้าใจอย่างน้อย 2 เรื่อง คือ ดินแดนและผู้คนในประเทศไทย
ดินแดน หมายถึงพื้นที่บริเวณที่เป็นประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสุวรรณภูมิในอุษาคเนย์ โดยมีทรัพยากรธรรมชาติ แล้วมีความหลากหลายทางชีวภาพแบบเดียวกันหรือคล้ายคลึงกัน
ผู้คน หมายถึง บรรดาผู้คนชนเผ่าชาติพันธุ์ดั้งเดิมดึกดำบรรพ์หลายพันปีมาแล้ว ซึ่งอยู่ในดินแดนไทยและไปๆ มาๆ ล้วนเป็นบรรพชนคนไทยทุกวันนี้ พราะยุคนั้นยังไม่มีชาติ, ประเทศ, เส้นกั้นอาณาเขต
แนวคิดอย่างนี้มีนานแล้วอย่างน้อยตั้งแต่สมัย ร.5 และที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือพระพุทธเจ้าหลวง ทรงแนะแนวทางกว้างๆ อย่างสำคัญยิ่งอยู่ในพระราชกระแสเปิดโบราณคดีสโมสร พ.ศ. 2450 (ราว 110 ปีมาแล้ว)
ราว 50 ปีที่ผ่านมา ครูบาอาจารย์ผู้ใหญ่กลุ่มหนึ่ง ทั้งในและนอกมหาวิทยาลัยหลายแห่งของไทย ค้นคว้าวิจัยพบหลักฐานจำนวนมากทางประวัติศาสตร์โบราณคดี และมานุษยวิทยา สอดคล้องแนวพระราชกระแส ร.5
แต่ไม่เป็นไปตามความต้องการของประวัติศาสตร์แห่งชาติ ที่ผลิตโดยกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงวัฒนธรรม
ดังนั้น ประวัติศาสตร์ไทยจึงมีกรุงสุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรกเหมือนเดิมจนทุกวันนี้อย่างวิปริตผิดพลาด และวิปลาสคลาดเคลื่อน
ทอดน่องท่องเที่ยว
การศึกษาไทยในระบบ ไม่ยอมแก้ไขประวัติศาสตร์ไทยให้อยู่ในร่องในรอยตามหลักฐานที่มีจริง ก็น่าจะแก้ไขกันเองในแต่ละชุมนุมและชุมชน ด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นอกระบบและตามอัธยาศัย เช่น ทอดน่องท่องเที่ยว เป็นต้น
ระบบการศึกษาไทยให้ความสำคัญการ “สั่งสอน” ในห้องเรียนแบบท่องจำ โดยไม่สนใจกิจกรรม “สั่งสม” นอกระบบแบบไม่ท่องจำ
ทางเลือกของคนทั่วไป คือ ทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ไทยเรื่องดินแดนและผู้คนโดยสั่งสมนอกระบบแบบไม่ท่องจำ ด้วยกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม แล้วแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้คนตัวเป็นๆ นานาชาติพันธุ์ในดินแดนที่เห็นๆ แก่ตา ทั้งในไทยและเพื่อนบ้าน
ผมว่าสนุกและอร่อยกว่ากันเยอะเลย
