หน้าแรก Uncategorized กรมสรรพาวุธฯ ...

กรมสรรพาวุธฯ เร่งฝึกพลฉุดชักราชรถ ซ้อมใหญ่พื้นที่จริง 21 ต.ค.

15.05.17 | 15:22 น.

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ที่กองบัญชาการโรงเรียนสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก พลโทอาวุธ เอมวงศ์ เจ้ากรมสรรพาวุธ เป็นประธานพิธีเปิดการฝึกพลฉุดชักราชรถ ในการอัญเชิญพระบรมโกศพระบรมศพในริ้วขบวนอิสริยยศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่ากรมสรรพาวุธฯได้รับมอบหมายให้ดำเนินการขับเคลื่อน พระมหาพิชัยราชรถและราชรถน้อย หรือราชรถพระนำ ประกอบริ้วขบวนที่ 2 อัญเชิญพระบรมโกศ จากพระยานมาศสามลำคาน ริ้วขบวนที่ 1 บริเวณหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ไปยังพระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยได้คัดเลือกกำลังพล เป็นพลฉุดชักราชรถเรียบร้อยแล้ว ผู้ที่ผ่านการคัดเลือก ประกอบด้วย นายทหารสัญญาบัตร นายทหารประทวน ลูกจ้างประจำ พนักงานข้าราชการ นักเรียนนายสิบและพลทหารกองประจำการ เพื่อประกอบขบวนอิสริยยศ ทั้งในส่วนของผู้กำกับราชรถ ผู้ควบคุมพลฉุดชักราชรถหน้าและหลัง ผู้บังคับราชรถ พลฉุดชักราชรถหน้าและหลัง เจ้าหน้าที่ห้ามล้อ เจ้าหน้าที่เกรินบันไดนาค และกำลังพลสำรอง รวม 441 นาย ดังนี้ กำลังพลราชรถพระนำ 79 นาย กำลังพลพระมหาพิชัยราชรถ 222 นาย กำลังพลสำรอง 30 นาย เจ้าหน้าที่เกรินบันไดนาค 100 นาย และกำลังพลสำรองอีก 10 นาย ในการฝึกจะแบ่งกำลังพลออกเป็นสองส่วน ได้แก่ กำลังพลในการฉุดชักราชรถพระนำ เป็นกำลังพลจากหน่วยขึ้นตรงกรมสรรพาวุธฯ ที่อยู่ในจังหวัดใกล้เคียง โดยใช้พื้นที่กองพันสรรพาวุธซ่อมบำรุงเขตหลัง จังหวัดสระบุรี เป็นพื้นที่ในการฝึก และกำลังพลในการฉุดชักพระมหาพิชัยราชรถ เป็นกำลังพลจากหน่วยขึ้นตรงกรมสรรพาวุธฯ กรุงเทพมหานครในส่วนของการฝึกซ้อมพลฉุดชักนั้น จะใช้รถยนต์บรรทุกทางทหาร (รยบ.) ซึ่งมีน้ำหนักเท่ากับราชรถน้อย และพระมหาพิชัยราชรถในการฝึกซ้อมแทน โดยราชรถน้อยใช้ รยบ.ที่มีน้ำหนัก 2.5 ตัน ส่วนพระมหาพิชัยราชรถใช้ รยบ.น้ำหนัก 10 ตัน เพื่อให้พลฉุดชักมีความคุ้นเคยกับน้ำหนักเท่าราชรถองค์จริง

พ.ต.สิทธิศักดิ์ ศรีนวลดี สังกัดกองโรงงานซ่อมสร้างยุทโธปกรณ์สายสรรพาวุธ (กรสย.) ศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธ (ศซส.) กรมสรรพาวุธทหารบก ในฐานะหัวหน้าครูฝึกฉุดชักราชรถ กล่าวว่า สำหรับการฝึกซ้อมพลฉุดชัก ตามกำหนดจะเริ่มฝึกอย่างจริงจังตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม-วันที่ 15 มิถุนายน ส่วนวันที่ 15 พฤษภาคม ทางสำนักพระราชวังได้ส่งช่างจากกองคลังราชพัสดุพิธี กองศิลปกรรม สำนักพระราชวังมาวัดตัวพลฉุดชัก เพื่อตัดชุดประกอบพระราชพิธี ทั้งนี้ ในส่วนของการฝึกซ้อมราชรถน้อยหรือราชรถพระนำ จะลงไปฝึกในพื้นที่กองพันสรรพาวุธซ่อมบำรุงเขตหลัง จังหวัดสระบุรี ส่วนพระมหาพิชัยราชรถ จะฝึกที่กรมสรรพาวุธฯ กรุงเทพฯ จากนั้นจะฝึกรวมการที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน-31 กรกฎาคม การฝึกในกรอบกองทัพภาคที่ 1 วันที่ 2 สิงหาคม-15 กันยายน ซ้อมย่อย 2 วัน คือวันที่ 21 กันยายน และวันที่ 28 กันยายน ซ้อมย่อยในพื้นที่จริงวันที่ 7 ตุลาคม และ วันที่ 12 ตุลาคม ซ้อมใหญ่ในพื้นที่จริง วันที่ 21 ตุลาคม เพื่อเตรียมความพร้อมวันประกอบพระราชพิธีจริงวันที่ 26 ตุลาคม

ด้านนายศุภกิตติ์ อ้อยเธียรชัย หัวหน้าฝ่ายคลังราชพัสดุพิธี กองศิลปกรรม สำนักพระราชวัง กล่าวว่า สำหรับชุดกำลังพลฉุดชักราชรถ จะมีทั้งหมด 3 ชุด ด้วยกัน คือ 1.ชุดฉุดชักพระมหาพิชัยราชรถ ราชรถพระนำ และเกรินบันไดนาค ประกอบด้วย หมวกปัสตูแดงขลิบเหลือง เสื้อปัสตูแดงขลิบเหลือง กางเกงปัสตูแดงขลิบเหลือง ถุงเท้าสีดำ และรองเท้าหนังสีดำ 2.ชุดผู้บังคับราชรถ ประกอบด้วย หมวกทรงประพาสโหมดเทศยอดจุก เสื้อเข้มขาบไหม กางเกงมัสรูไหม ผ้ารัดประคดโหมดเทศ ถุงเท้าสีดำ และร้องเท้าหนังสีดำ และชุดที่ 3.ผู้กำกับราชรถ ผู้ควบคุมพลฉุดชักราชรถหน้าและหลัง ประกอบด้วย หมวกทรงประพาสกำมะหยี่สีดำยอดเกี้ยว เสื้อนอกขาวแบบราชการแขนทุกข์สีดำ ผ้าเกี้ยวลาย รัดประคดแดงดอกขาว ถุงเท้ายาวสีขาว รองเท้าหนังสีดำ โดยชุดทั้งหมดเป็นไปตามแบบโบราณราชประเพณี ซึ่งใช้มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แต่มีการพัฒนารูปแบบ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 จากการนุ่งกางเกงและผ้านุ่งคลุมเข่า มาเป็นกางเกงขายาวจัดจากพื้นเลยตาตุ่มขึ้นมา 12 เซนติเมตร ทั้งนี้ การตัดเย็บชุดพลฉุดชักประกอบขบวนพระอิสริยยศ ทั้งหมด จะต้องแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม เพื่อส่งมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในเดือนกันยายน