หน้าแรก Uncategorized เจ้าของโฮมสเต...

เจ้าของโฮมสเตย์เกาะยอร้อง สร้างอาชีพก่อนรื้อถอน หลังปปช.มุ่งสร้างโมเดลใช้กฎหมาย

16.02.26 | 14:31 น.

ปปช.สงขลา วางแนวทางสร้างโมเดลรื้อสิ่งล่วงล้ำลำน้ำทะเลสาบสงขลา ประเดิมที่โฮมสเตย์ 15 หลังที่คดีสิ้นสุดศาลมีคำสั่งรื้อถอนหลังยืดเยื้อนานนับปีเตรียมเชิญภาคส่วนเกี่ยวข้องหารือก่อนสรุปทำข้อเสนอแนะถึงหน่วยรับผิดชอบใน ขณะที่เจ้าของโฮมสเตย์ย้ำชัดก่อนหรือต้องมีแผนเรื่องอาชีพให้ผู้ประกอบการ

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ปัญหาสิ่งปลูกสร้างร่วมล่วงล้ำลำน้ำในทะเลสาบสงขลาถือเป็นปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน สิ่งล่วงล้ำลำน้ำที่เห็นชัดเจนมีทั้งโฮมสเตย์ บ้านชั่วคราวสำหรับตกปลา เครื่องมือประมงผิดกฎหมายทั้งโพงพาง ไซนั่ง ไซหนอนและยังมีสิ่งปลูกสร้างอื่นๆอีกจำนวนมากส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของทะเลสาบสงขลา

โฮมสเตย์จำนวน 15 หลังในพื้นที่ตำบลเกาะยอ คดีสิ้นสุดศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้รื้อถอนแต่ผ่านพ้นมานานนับปีก็ยังไม่ได้ดำเนินการ เจ้าท่าส่วนภูมิภาคสาขาสงขลามีงบประมาณในการรื้อถอนแล้ว 17 ล้านบาทแต่ยังมีข้อกังวลจากชาวบ้านที่เป็นเจ้าของโฮมสเตย์ปฏิเสธการเข้ารื้อถอน

นายราม วสุธนภิญโญ ผอ.ปปช.สงขลา กล่าวว่า สำนักงานปปช.ประจำจังหวัดสงขลา มีแนวทางในการบังคับใช้กฎหมาย ป้องปรามการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมเชิญหน่วยงาน ประชาชนที่เป็นเจ้าของโฮมสเตย์เข้าหารือเพื่อสรุปข้อมูลและเสนอแนะไปยังหน่วยเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสงขลาหรือแม้แต่จังหวัดสงขลา เพื่อบังคับใช้กฎหมายเป็นต้นแบบ ในการป้องปรามการรุกล้ำน้ำไม่ให้ขยายวงกว้างมากขึ้น

หลังได้ทำการล่องเรือตรวจสอบพื้นที่ทะเลสาบสงขลาในตำบลเกาะยอไปจนถึงตำบลหัวเขาอำเภอสิงหนครซึ่งก็พบว่านอกจากโฮมสเตย์ยังมีเครื่องมือประมงผิดกฎหมายมีบ้านตกปลาซึ่งไม่ใช่สิ่งปลูกสร้างชั่วคราวเหล่านี้กำลังขยายวงเพิ่มมากขึ้นจึงจำเป็นต้องมีปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

Advertisement

นายสมพิศ สงพะโยม ประธานชมรมโฮมสเตย์เกาะยอ ตัวแทนเจ้าของโฮมสเตย์ในตำบลเกาะยอ กล่าวว่า โฮมสเตย์ในตำบลเกาะยอถือเป็นหนึ่งในการสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นในพื้นที่ เป็นการใช้พื้นที่หน้าบ้านเรือนของตัวเอง อีกทั้งมีการกำหนดมาตรการชัดเจนทั้งในเรื่องการรักษาสภาพแวดล้อมป้องกันการรบกวนจากเสียงดัง การจัดเก็บขยะรวมถึงการควบคุมไม่ให้มีโฮมสเตย์เกิดขึ้นดังนั้นก่อนจะรื้อถอนจึงควรมีการวางแนวทางส่งเสริมอาชีพสร้างรายได้ทดแทนให้กับชาวบ้านเหล่านี้ด้วย

“โดยมองว่าเมื่อมีงบประมาณถึง 17 ล้านบาทในการรื้อถอนงบประมาณจำนวนนี้เปลี่ยนมาจัดสรรให้แก่เจ้าของโฮมสเตย์ทำการรื้อถอนเองได้หรือไม่เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและจะได้มีทุนในการหาอาชีพอื่นๆต่อไป”นายสมพิศกล่าว

ปัจจุบันโฮมสเตย์ในตำบลเกาะยอมีจำนวน 15 หลังที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งหรือถอนและยังมีอีกมากกว่า 30 หลังที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดี นอกจากโฮมสเตย์แล้วยังพบมีการปลูกสร้างอาคารในลักษณะเดียวกันในพื้นที่บ้านท่าเสา ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร เพิ่มมากขึ้นทำให้กังวลว่าหากไม่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดในอนาคตจะมีการปลูกสร้างอาคารในทะเลสาบสงขลาเพิ่มมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมในทะเลสาบสงขลาซึ่งเป็นสิ่งสาธารณะที่ประชาชนทั่วไปควรได้ใช้ร่วมกัน